พิสัณห์เปิดโต๊ะแถลงหลังออกจากสมาคมฯ ร้องกกท.ตรวจสอบ ส.บอลไทย

อดีตเลขาฯสมาคมฟุตบอลฯ แถลงข่าวหลังถูกปลดออกจากตำแหน่ง พร้อมร้องกกท.ตรวจสอบการดําเนินการของส.บอลไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน 2561 พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นัดสื่อมวลชนแถลงข่าวที่โรงแรมดิเอมเมอร์รัล รัชดาฯ หลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่ง พร้อมกับเอกสารที่จะร้องเรียนให้การกีฬาแห่งประเทศไทยตรวจสอบสมาคมฯ

โดย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ได้ให้เอกสารดังกล่าวกับสื่อมวลชนโดยมีเนื้อหาว่าขอให้ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทยได้โปรดตรวจสอบการดําเนินการของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้

“1.การที่สภากรรมการบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยบางคนรับเงินเดือนจากสมาคมกีฬา ฟุตบอลฯมาตั้งแต่เข้ารับตําแหน่งเมื่อ เดือน มีนาคม 2559 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของที่ประชุมสภากรรมการและที่ประชุม ใหญ่ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของสมาคมกีฬาฟุตบอล สามารถกระทําได้หรือไม่ รายละเอียดการจ่ายเงินสามารถตรวจสอบได้จากบัญชีการจ่ายเงินเดือนตั้งแต่เดือนมีนาคม2559 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

2.ขอให้ตรวจสอบว่า ผู้ใดอนุญาตให้ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาฝ่ายต่างประเทศ นํา น.ส.อิระวดี จันทพันธ์ ภริยา มาแบ่งรับเงินเดือนของนายพาทิศฯ เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง โดย น.ส.อิระวดีฯไม่ได้มาทํางานที่สมาคมกีฬาฟุตบอล จริง ทําให้รัฐได้รับการชําระภาษีน้อยลงและนายพาทิศฯ ได้รับประโยชน์ จากการจ่ายภาษีให้รัฐน้อยลงด้วย เป็นการผิด กฎหมายเกี่ยวกับภาษี และผิดหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดีและธรรมาภิบาล(GOOD GOVERNANCE)ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยและการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือไม่อย่างไร

นอกจากนี้ยังอนุญาตให้นายเบนจามิน ตัน นํา นางตรัน ทิ ลาน ฮวง ภริยานายเบนจามิน ตัน มาแบ่งรับ เงินเดือนเช่นเดียวกับกรณีของนายพาทิศด้วยเช่นกันตั้งแต่ปี 2559และภริยาของทั้งนายพาทิศ และนายเบนจามิน ตัน ได้ย้ายไปรับเงินเดือนที่ บริษัท ไทยลีก ในเดือนมกราคม2561เป็นต้นมา

3.บังคับให้ นางจิดาภา ชุติกาญน์ธิติ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน (โทร 08106167617)ลาออกจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และย้ายให้ไปทํางานที่ บริษัท ไทยลีก โดยลดเงินเดือนที่เคยได้รับจากสมาคมกีฬา ฟุตบอลจากเดือนละ48500 บาท เหลือเดือนละ 35000 บาทโดยไม่เป็นธรรม และได้ไล่ออกจาก บริษัท ไทยลีก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยนางจิดาภาฯสามารถจะมาให้การยืนยันความจริงนี้ได้ นางจิดาภา ยังยืนยันอีกว่า มีการดําเนินการ ให้มีการรับเงินแทนกันอีกโดยให้ น.ส.นิสากร สาคร รับเงินแทน น.ส.วรวรรณ กิจวิชา ข้าราชการกรมสรรพากร ที่มาช่วยงาน นางลักขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ ในด้านบัญชีของสมาคมและบริษัท ไทยลีก คอยดูแลกํากับและสั่งการแทนนางลักขณานันต์ฯ โดยส่งข้อมูลให้น.ส.วรวรรณฯผ่านทาง Line report and send document by email สามารถตรวจสอบหลักฐานจากนางจิดาภาฯได้

4.มีการจัดตั้งบริษัท ไทยลีก จํากัด ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฯ ถือหุ้น 99.98 เปอร์เซ็นต์ แต่ มีการจัดสรรโบนัสให้พนักงานและผู้บริหารของบริษัท ไทยลีก จํากัด คนละ 1 เดือน กระทําได้หรือไม่ ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการ จัดตั้งสมาคมฯ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 หรือไม่ ขอให้ตรวจสอบจากบัญชีเงินเดือนของ บริษัท ไทยลีก จำกัด อาจมีผู้บริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลบางคน รีบเงินเดือนทั้งที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯและบริษัทไทยลีกจำกัด และรับโบนัสเมื่อเดือนธันวาคม 2560 อีกด้วย

จะมีการดําเนินการปลดกระผมออกจากตําแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลเนื่องจากกระผมรู้ความลับ เรื่องต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่กระผมไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการในเรื่องเหล่านั้น โดยอ้างว่าสมาชิกไม่พอใจกระผมและสภา กรรมการเห็นชอบให้ปลดกระผมออกจากตําแหน่งเลขาธิการของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2561 แต่ดารดําเนินการประชุมสภากรรมการในวันดังกล่าวกระทําผิดข้อบังคับของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวคือ ส่งหนังสือเชิญประชุมไม่ถึง 7 วัน และกระผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุมในวันดังกล่าว เนื่องจากกระผมลาพักผ่อนไป ต่างประเทศ กระผมจึงไม่มีโอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่กล่าวหากระผม อันเป็นเหตุให้เป็นข้ออ้างในการจะปลดกระผมออกจาก ตําแหน่งเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯดังกล่าว

กระผมเห็นว่าการดําเนินการในเรื่องต่างๆ ที่กระผมกล่าวมาข้างต้นไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลและ ข้อบังคับของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเรียนมายังท่านเพื่อโปรดดําเนินการตรวจสอบ ข้อมูลตามที่กระผมได้แจ้งให้ทราบและได้โปรดดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป”

ทั้งนี้ อดีตเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังเผยด้วยว่า “ผมกับนายกเป็นเพื่อนกันมา เพื่อนก็เพื่อน ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง ต้องทำให้มันแฟร์ๆเหมือนกับที่ท่านนายกบอก เรื่องผู้บริหารสมาคมฯรับเงินเดือน มันมีมาตั้งแต่ มี.ค.2559 หลังการเลือกตั้งเพียงแค่ 1 เดือน คือ ก.พ.2559 มันคืออะไร”

“อยากให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยตรวจสอบอย่างจริงจังครับ ถามว่าเรื่องนี้ผิดไหม ก็ตรวจสอบได้ ถ้าผิดจริงๆ มันเข้าข่าย มาตรา 86 พรบ.กกท. สามารถสั่งปลดได้ตามขั้นตอน”

Comments