เกือบชนะ!สิงโตเซ็งเลี่ยนไล่เจ๊าท้ายเกม

“สิงโตคำราม” อังกฤษ ยังมีสถิติย่ำแย่ในการเจอกับอิตาลีต่อไปหลังโดนจุดโทษตีเสมอท้ายเกมเจ๊ากันไป 1-1 ทำให้ 18 ปีหลังสุด อังกฤษชนะทัพ “อัซซูรี่” ได้แค่หนเดียว

ฟุตบอลกระชับมิตรที่สนามเวมบลีย์ “สิงโตคำราม” อังกฤษ เปิดบ้านพบ ทัพ “อัซซูรี่” อิตาลี เกมนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ใส่ชื่อ เจมส์ ทราคอฟสกี้ ปราการหลังจากเบิร์นลี่ย์ ประเดิมทีมชาติเกมแรก และใช้ ไคล์ วอล์คเกอร์ เป็นปราการหลังตัวกลางในระบบ 3-5-2

และนาทีที่ 7 ทราคอฟสกี้ก็ได้โหม่งของเปิดจากด้านข้างของ คีแรน ทริปเปียร์ แต่บอลโด่งข้ามคานไป

นาทีที่ 16 เป็นโอกาสของอิตาลีบ้างเมื่อ อันโตนิโอ คันเดรว่า เปิดให้ชิโร อิมโมบิเล่ โหม่งข้ามคานเหมือนกัน

นาทีที่ 27 กลายเป็น ราฮีม สเตอร์ลิ่ง โดนทำฟาวล์ ก่อนที่เจสซี่ ลินการ์ด จะเล่นเร็วจ่ายให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวไปยิงผ่าน จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ให้อังกฤษขึ้นนำก่อน 1-0

อีก 8 นาทีต่อมา คราวนี้ แอชลี่ย์ ยัง เปิดจากฝั่งซ้ายให้ ทราคอฟสกี้ ทั้งโหม่ง ทั้งยิง แต่ก็ถูกสกัดเอาไว้หมด จบครึ่งแรก อังกฤษนำ 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 57 อังกฤษได้จังหวะซัดไกลจากลูกยิงของอเล็กซ์ อ็อกซ์เหล็ด แชมเบอร์เลน แต่บอลไปเข้ามือ ดอนนารุมม่า

นาทีที่ 73 อิตาลีบุกต่อเนื่อง คราวนี้ ลอเรนโซ่ อินซิเย่ได้จังหวะซัดฟรีคิกแต่เหินข้ามคานไป

อีก 6 นาทีต่อมา อินซิเย่ เล่น 1-2 กับ จอร์จินโญ่ ที่ชิพกลับมาให้เขาวอลเล่ย์ด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาไปหน่อยเดียว

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 87 กลายเป็นอังกฤษมาเสียจุดโทษ เมื่อ ทราคอฟสกี้ ไปทำฟาวล์ เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวสำรอง ผู้ตัดสินเดนิซ อายเตกิน ให้เป็นจุดโทษ หลังจากเช็ค VAR เรียบร้อยแล้วก่อนที่ อินซิเย่ จะสังหารไม่พลาด

จบเกมเสมอกันไป 1-1 เป็นการอุ่นเครื่องช่วงท้ายของอังกฤษ ก่อนตัดตัวเหลือ 23 คนสุดท้ายไปฟุตบอลโลก ส่วน ลุยจิ ดิ เบียโจ้ ต้องรอคำตอบจากสมาคมฟุตบอลอิตาลี ว่าจะได้คุมทีมต่อถาวรหรือไม่

Comments