FOX on Top: 10 เรื่อง สะท้านวงการฟุตบอลต่างประเทศประจำปี 2017

ปี 2017 เป็นปีก่อนหน้าฟุตบอลโลก ฉะนั้นเรื่องราวในวงการบอลนอกประจำปี 2017 ที่ผ่านมาก็ยังคงเข้มข้นเหมือนเคย และนี่คือ 10 เรื่องราวที่ Fox Sports Asia มองว่า น่าจะโดดเด่นที่สุดตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา

1. ราชันชุดขาวป้องกันจ้าวยุโรป

Real Madrid Champions League winners

ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของสโมสรมหาอำนาจที่สุดของวงการลูกหนังยุโรป อย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่กลายเป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อปี 1992 โดยนัดชิงชนะเลิศ เรอัล เอาชนะ ยูเวนตุส 4-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำคนเดียว 2 ประตู และกลายเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 12 ของ เรอัล มาดริด ในประวัติศาสตร์

2. ดีลเนย์มาร์สะท้านวงการลูกหนัง

Neymar

ต่อที่ข่าวการซื้อขายนักเตะที่ฮือฮาที่สุดในรอบปี กับการย้ายทีมของ เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล จาก บาร์เซโลน่า ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แฌร์แมง ด้วยค่าตัว 222 ล้านยูโร หรือ 198 ล้านปอนด์ หรือราว 8,880 ล้านบาท โดยอดีตนักเตะซานโต๊สนำเงินจาก เปแอสเช ไปฉีกสัญญาตัวเองที่บาร์ซ่า และเซ็นสัญญา 5 ปี กับเปแอสเช กลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ทำลายสถิติเดิมของ ปอล ป็อกบา ที่เคยทำไว้ 89 ล้านปอนด์ ตอนที่ย้ายจากยูเวนตุส มาร่วมทีมแมนฯยูไนเต็ด เมื่อปี 2016 โดยขณะนี้ เนย์มาร์ กลายเป็นกำลังหลักของ เปแอสเช ในการถล่มประตู เคียงข้าง เอดินสัน คาวานี่ และ คีเลี่ยน เอ็มบาปเป้

3 . โรนัลโด้คว้าบัลลงดอร์ทาบเมสซี่

Cristiano Ronaldo

ไปกันที่อีกหนึ่งเรื่องราวของวงการฟุตบอลยุโรป ซึ่งต้องลุ้นกันเป็นประจำทุกปีกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี อย่าง บัลลงดอร์ ซึ่งในปี 2017 รางวัลนี้เป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่คว้ารางวัลนี้เป็นสมัยที่ 5 จากผลงานคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย โรนัลโด้ ทำไป 946 คะแนน เอาชนะอันดับ 2 อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำได้ 670 คะแนน และ เนย์มาร์ ที่ได้รับไป 361 คะแนน

4. กังหัน – อัซซูรี่ ปิ๋วบอลโลก

จากเรื่องราวของฟุตบอลสโมสร มาต่อกันที่เรื่องของฟุตบอลทีมชาติ กับการคัดเลือกไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซีย ที่จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน โดยการคัดเลือกหนนี้มีทีมใหญ่ขวัญใจมหาชนอย่าง เนเธอร์แลนด์ ที่พลาดไปเล่นฟุตบอลเมเจอร์ทัวร์นาเม้นต์ หรือฟุตบอลรายการใหญ่ 2 รายการติดกัน ต่อเนื่องมาจาก ยูโร 2016 / นอกจากนี้ ทีมอย่าง สหรัฐอเมริกา , ชิลี , ไอวอรี่ โคสท์ , แคเมอรูน ก็พลาดการไปเล่นฟุตบอลโลกหนนี้เช่นกัน ขณะที่ อาร์เจนติน่า ไปเล่นรอบสุดท้ายอย่างหวุดหวิด หลังจากผลงานน่าผิดหวังมาตลอดการคัดเลือก แต่นัดสุดท้าย ทำได้ตามเป้ากับการเอาชนะเอกวาดอร์

แต่ทีมที่พลาดไปเล่นรอบสุดท้ายและเป็นที่ฮือฮามากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นทีมชาติอิตาลี ที่คุมทีมโดย จานปิเอโร่ เวนทูร่า กุนซือวัย 69 ปี ที่พาทีม อัซซูรี่ จบอันดับ 2 ของกลุ่ม จี ต้องไปเพลย์ออฟ ก่อนจะแพ้ให้กับ สวีเดน ด้วยประตูรวม 0-1 เป็นการตกรอบคัดเลือกครั้งแรกในรอบ 60 ปี หลังจากครั้งล่าสุดที่พวกเขาไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก ก็คือปี 1958 ที่ประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ หลังจบทัวร์นาเม้นต์ สมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลีตัดสินใจปลด เวนทูร่า ออกจากตำแหน่ง และไม่กี่วันให้หลัง คาร์โล ทาเวคคิโอ้ ประธานสหพันธ์ ก็ลาออกเช่นกันเพื่อรับผิดชอบต่อหายนะที่เกิดขึ้น และจนกระทั่งวันนี้ อิตาลียังไม่มีผู้บริหารสมาคมชุดใหม่ รวมถึงผู้จัดการทีม ที่ยังไม่มีใครกล้ามาสานงานต่อ

5. เหตุระเบิดใกล้รถบัส “เสือเหลือง” – หาม “บาร์ตร้า” ส่งโรงหมอ

Bartra

ช่วงกลางเดือนเมษายน ก่อนเริ่มเกมศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อเกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้รถบัสของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดทีมจากเยอรมนี ก่อนเกมที่พวกเขาจะเปิดสนามซิกนั่ล อิดูน่า พาร์ค รับมือโมนาโก โดยรถบัสได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ที่น่าเป็นห่วงคืออาการบาดเจ็บของมาร์ค บาตร้า ที่มือไปโดนสะเก็ดระเบิดต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

ที่สุดแล้วเกมสามารถแข่งได้ตามปกติในวันต่อมา แต่ ดอร์ทมุนด์ พ่ายให้กับ โมนาโก ทั้งเหย้า และเยือน ก่อนตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 3-6

6. อำลา “เจ้าชายหมาป่า”

Francesco Totti

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ ตำนานลูกหนังทีมชาติอิตาลีของโรม่า ตัดสินใจแขวนสตั๊ดด้วยวัย 40 ปี หลังรับใช้ทีม “หมาป่า” มายาวนานถึง 25 ฤดูกาล ตั้งแต่ปี 1992

เกมนัดสุดท้ายของเพลย์เมกเกอร์เชิงสูงคือการพบ เจนัว ซึ่งทีมเอาชนะไปได้ 3-2 โดยเขาได้ลงสนามทั้งสิ้น 36 นาที แทนที่โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์
ต็อตติ กล่าวคำอำลาสุดซึ้งให้กับแฟนบอลโรม่า แต่เขาก็ยังคงอยู่กับทีมต่อในตำแหน่งผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร
ตลอด 25 ฤดูกาล ต็อตติ ลงสนามให้โรม่าไปทั้งสิ้น 786 นัด (สถิติสูงสุดตลอดกาลของสโมสร) ทำไป 307 ประตู พร้อมกับคว้าสคูเด็ตโต้ร่วมกับทีม“หมาป่า” ในฤดูกาล 2000-2001

7.เนย์มาร์ ซดเกาเหลา คาวานี่

หลังจากย้ายมาร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ไม่นาน เนย์มาร์ สตาร์ทีมชาติบราซิล ก็เหมือนจะมีปัญหากับ เอดินสัน คาวานี่ แข้งทีมชาติอุรุกวัย เพื่อนร่วมทีม เมื่อทั้งคู่แย่งกันยิงทั้งจุดโทษและฟรีคิกในเกมกับโอลิมปิก ลียง

แม้ว่าเกมดังกล่าว เปแอสเช จะเอาชนะไปได้ 2-0 แต่ก็มีประเด็นตามมาหลังเกมให้ อูไน เอเมอรี่ กุนซือของทีมตอบไม่หยุด ซึ่งเฮดโค้ชเปแอสเชยอมรับว่า การยิงจุดโทษและฟรีคิกนั้น ให้ลูกทีมไปตกลงกันเอง ก่อให้เกิดปัญหาในสนามให้แฟนบอลได้เห็นกันทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ทั้ง เนย์มาร์ และ คาวานี่ ออกมาสยบข่าวลือ ในเกมที่ทีมบุกถล่ม กลาสโกว์ เซลติก 5-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และจากนั้นเขาทั้งคู่ก็ร่วมแรงร่วมใจถล่มประตูคู่แข่งจนพา เปแอสเช นำจ่าฝูง ลีก เอิง และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่ในขณะนี้

8. มหากาพย์ “ฟิลิเป้ คูตินโญ่”

Coutinho Klopp

จากซูเปอร์สตาร์แห่งแอนฟิลด์กลายเป็นกระแสดราม่าในช่วงปิดฤดูกาลกับข่าวคราวการย้ายทีมของ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ โดยมีตัวละครสามฝ่ายคือ ตัวคูตินโญ่เอง , “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลน่า”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเนื่องจาก บาร์ซ่า ต้องการตัวดาวเตะคนโปรดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปแทนที่ เนย์มาร์ ซึ่งย้ายไปร่วมทีมเปแอสเช และมองว่า “คูตี้” ที่มีครบทั้งทักษะเฉพาะตัว , การผ่านบอล และการทำประตู น่าจะเหมาะสมที่สุดที่จะมาประสานงานกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี่
อย่างไรก็ตาม ไม่ง่ายที่ทีมดังแห่งแคว้นคาตาลุนญ่า จะได้ตัว คูตินโญ่ ไปโดยง่าย เพราะช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาใช้ความพยายามถึง 4 ครั้งในการยื่นข้อเสนอด้วย สนน. ราคาที่สูงสุดอยู่ที่ 138 ล้านปอนด์ แต่ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปฏิเสธทั้งหมด
คล็อปป์เองออกมายืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่า จะไม่ปล่อยตัว คูตินโญ่ ออกไปจากทีม อย่างไรก็ตามตัวนักเตะแสดงท่าทีชัดเจนว่า อยากย้ายสังกัด จนกุนซือชาวเยอรมันต้องดร็อปเขาเป็นตัวสำรองอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะจูนสภาพจิตใจและกลับมาเล่นร่วมกับอีกสามประสานแดนหน้าอย่าง ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ จนพา “หงส์แดง” ยิงกระจายในปัจจุบัน
ทั้งนี้ต้องตามข่าวต่อในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะอีกสองรอบหน้าว่า บาร์ซ่า จะหาวิธีใดมากระชาก คูตินโญ่ ออกจากถิ่นแอนฟิลด์ และการย้ายทีมครั้งนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

9. สงครามห้องแต่งตัวที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ส่งท้ายปี 2017 เป็นเกมเดิมพันของฝั่งสีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับโอกาสในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลปัจจุบัน เพราะหากชนะในเวลานั้น จะลดช่องว่างเหลือ 5 แต้ม แต่หากโดนฝั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมายัดเยียดความปราชัยถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระยะห่างจะถูกฉีกเพิ่มเป็น 11 แต้มทันที
ผลการแข่งขันที่ ซิตี้ ชนะ ยูไนเต็ด 2-1 ไม่ใช่ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากเท่ากับเหตุการณ์หลังเกม ที่โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือยูไนเต็ด โชว์ความสดเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวของฝั่ง ซิตี้ บอกให้ฉลองกันเบาๆและให้เกียรติกันบ้าง จนโดนผู้เล่นของ ซิตี้ ปาขวดน้ำใส่ สุดท้ายสถานการณ์บานปลาย ผู้เล่นทั้งสองทีมกรูเข้าตะลุมบอนกันไม่ยั้ง สื่อต่างประเทศเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้เหมือนกับตอน “สงครามพิซซ่า” หรือ Battle of the buffet เมื่อปี 2004 แต่ครั้งนั้นคู่กรณีเป็น แมนฯยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล
โชคดีของทั้งคู่ที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอตัดสินใจไม่ลงโทษฝ่ายใดเลย ที่สำคัญคือ จนถึง ณ เวลานี้ยังไม่มีสื่อใดได้ภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในห้องแต่งตัว ณ เวลานั้น ซึ่งอยู่ในกล้องวงจรปิดของสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

10. แยกบาร์เซโลน่าจาก ลา ลีกา

ประเด็นร้อนแรงสุดท้ายของปี 2017 คือเรื่องการเมืองที่ถูกเกี่ยวโยงเข้ากับฟุตบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กับข่าวการแยกตัวเป็นอิสระของแคว้นคาตาลุนญ่า ที่ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้อำนาจของสเปนอีกต่อไป มีการลงประชามติกันภายในเมือง เห็นพ้องต้องกันว่าต้องการแยกตัว กระนั้นอิสรภาพที่แท้จริงก็ยังคงไม่เกิดขึ้น เนื่องจากสเปนประเทศแม่ของแคว้นคาตาลุนญ่าก็ยังไม่เอาด้วย
ประเด็นที่ตามมาซึ่งเกี่ยวเนื่องกับวงการฟุตบอลคือ เมื่อแคว้นคาตาลุนญ่าแยกตัวออกมาเป็นประเทศจริง นั่นก็หมายความว่า สโมสรบาร์เซโลน่า รวมทั้งทีมที่อยู่ในแคว้น ก็ไม่ใช่สโมสรจากสเปนอีกต่อไป จึงมีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานาว่า บาร์ซ่า จะไปเล่นในลีกอื่น ซึ่งสื่อต่างก็คิดกันสนุกสนาน แต่ลีกที่มีแฟนบอลพูดถึงกันมากที่สุดคือ ลีก เอิง ฝรั่งเศส เพราะดินแดนน้ำหอมนั้น มีอาณาเขตที่ติดกับแคว้นคาตาลัน ทำให้ง่ายสำหรับพลพรรค “อาซูลกราน่า” ที่จะเดินทางไปเตะด้วย
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ล่าสุด ประเด็นนี้ก็ซาลงไปเนื่องจากสุดท้ายแล้ว ก็ยังไม่มีการแยกตัวของแคว้นคาตาลุนญ่าออกจากสเปนอย่างเป็นทางการ แต่แน่นอนว่าไฟในอกของชาวคาตาลัน ก็ยังคงคุกรุ่นและหากมันเปล่งเสียงได้ ก็คงจะร่ำร้องเหมือนกันว่า “ฉันไม่ใช่คนสเปน และสโมสรของฉันก็ไม่ใช่สโมสรของสเปนด้วย”

 

Comments