เป้าหมายใหญ่อันดับหนึ่ง,ระบบทีมที่แข็งแกร่ง : 5 เหตุผลที่ “บุรีรัมย์” จะป้องกันแชมป์ไทยลีก

Natthaphong Sanson Natthaphong Sanson

ตลอดระยะเวลา 10 ปีกับโทรฟี่ 25 แชมป์ คงเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เป็นอย่างดี

Buriram United stay top after beating rivals Bangkok United 2-1 in the Thai League

เจ้าของแชมป์ไทยลีก 6 สมัย และเป็นแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เตรียมลงสนามเพื่อเดินหน้าประกาศศักดาความยิ่งใหญ่และความเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศไทยอีกครั้งในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

FOX Sports Thailand นำเสนอ 5 เหตุผลที่ปราสาทสายฟ้าจะป้องกันแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2019

เป้าหมายใหญ่อันดับหนึ่งคือฟุตบอลลีก

“บุรีรัมย์จองแชมป์ไทยลีก”

วลีเด็ดของคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มักจะประกาศกร้าวเอาไว้เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายของทีมในฤดูกาลหน้า

ปีนี้เป็นปีที่สองติดต่อกันที่พวกเขามีทัวร์นาเมนต์ให้ลงชิงชัยทุกรายการในประเทศ รวมไปถึงการได้สิทธิไปเล่นในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2019 รอบแบ่งกลุ่ม อย่างไรก็ตามเป้าหมายการคว้าแชมป์อันดับหนึ่งของทีมคงจะเป็นรายการไหนไปไม่ได้นอกจาก “แชมป์โตโยต้า ไทยลีก”

ทัพปราสาทสายฟ้าตั้งเป้าซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 7 ให้ได้ในฤดูกาลนี้ เพื่อผูกขาดแชมป์ไทยลีกแต่เพียงผู้เดียวตามความตั้งใจของประธานสโมสร นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังกับฟุตบอลลีกในประเทศ

ระบบทีมที่แข็งแกร่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการวางรากฐานทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการเลือกซื้อและเลือกใช้นักเตะให้ตรงตามสเปคที่ทีมต้องการ

จากการใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะฝีเท้าดีมีชื่อเสียงเปลี่ยนมาเป็นการพัฒนาเด็กในอคาเดมีปราสาทสายฟ้า พร้อมผลักดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ นี่คือแนวทางการพัฒนาทีมของบุรีรัมย์ที่พิสูจน์ให้แฟนบอลได้เห็นในระยะหลัง และการคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว คือคำตอบที่เด่นชัดที่สุด

ความกระหายชัยชนะของนักเตะทุกคน

นอกจากการมีระบบทีมที่แข็งแกร่งแล้ว นักเตะของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังมีคาแรคเตอร์ของผู้ชนะอยู่ในตัวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแข้งตัวเก๋าอย่าง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, จักรพันธ์ แก้วพรม, สุเชาว์ นุชนุ่ม และนักเตะต่างชาติที่อยู่กับทีมมานานอย่าง อันเดรส ตูเญซ รวมไปถึงข้างดาวรุ่งหน้าใหม่ที่เติบโตมาจากอคาเดมีอย่าง สุภโชค สารชาติ, รัตนากร ใหม่คามิ และศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

แน่นอนว่าพวกเขาถูกปลูกฝังมาจากชายผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างท่านประธานสโมสร เนวิน ชิดชอบ ความกระหายอันเต็มเปี่ยมประกอบกับความเชื่ออันแรงกล้า ส่งผลให้ทัพปราสาทสายฟ้าครองเบอร์หนึ่งทีมฟุตบอลในเมืองไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฟุตบอลหวังผลของโบซิดาร์ บันโดวิช

นี่คือบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย ผู้พาปราสาทสายฟ้าคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยการทุบสถิติเก็บแต้มสูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาล 87 คะแนน

บุรีรัมย์ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เน้นผลการแข่งขันมากที่สุดทีมหนึ่ง หากพวกเขาชิงจังหวะขึ้นนำคู่แข่งได้ก่อน ก็เป็นเรื่องยากที่จะมีโอกาสพลิกแพ้ในเกมนั้น ซึ่งความเหนียวแน่นในเกมรับ และความเฉียบคมในเกมรุก คือสิ่งที่เกิดจากวิธีการเล่นของบอสโก้ ที่นำมาปรับใช้กับทีมที่มีแนวทางการเล่นชัดเจนอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สานต่อความสำเร็จในประเทศไทย

อีกหนึ่งเหตุผลที่จะส่งให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ก็คือการสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ปราสาทสายฟ้าเดินทางมาถึงขวบปีที่ 10 ของพวกเขา โค้ชและนักเตะอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยจางหายไปจากทัพปราสาทสายฟ้าได้เลยนั่นก็คือความสำเร็จและแฟนบอลบุรีรัมย์

เป็นเวลาทศวรรษพอดิบพอดีกับการเดินหน้าสู่ความยิ่งใหญ่ของทีม โทรฟี่ทั้ง 25 ใบถูกประดับในตู้โชว์ถ้วย พร้อมจะสานต่อความยิ่งใหญ่ไปเรื่อยๆแบบไม่หยุดยั้ง ซึ่งแน่นอนว่าฟุตบอลลีกสูงสุดในเมืองไทยปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็พร้อมที่จะไล่ล่าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 7 มาครองให้ได้อย่างแน่นอน

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2019 ด้วยการเปิดสนามช้าง อารีนา รับการมาเยือน ชลบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 19.00 น.

Photo Credit : BURIRAM UNITED

Comments