FOX’s OPINION : 90 นาทีสุดท้ายของราเยวัชที่อาบูดาบี

จังหวะสับไกด้วยขวาของ สุนิล เชตรี เป็นประตูให้อินเดียฉวยโอกาสขึ้นนำทีมชาติไทย 2-1 ในช่วงต้นครึ่งหลัง เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลทัพช้างศึก เริ่มเห็นอะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอีก 45 นาทีต่อจากนั้นที่อัล นาห์ยาน สเตเดี้ยม

นักรบแดนภารตะภายใต้การคุมทีมของ สตีเฟน คอนสแตนติน กุนซือชาวอังกฤษ เริ่มได้ใจก่อนใช้เวลาอีก 34 นาทีหลังจากนั้นบดขยี้ช้างศึก ทีมที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน ด้วยสกอร์ 4-1 ประเดิมสามคะแนนแรกในศึกเอเชียน คัพ 2019 อย่างสวยหรู แต่คงไม่พลิกความคาดหมายแต่อย่างใด

ต้องบอกว่าเป็นความพ่ายแพ้อันย่อยยับของทีมชาติไทย เป็นผลการแข่งขันที่แฟนบอลชาวไทยยากที่จะทำใจกับทัวร์นาเมนต์ที่ตั้งตารอคอยมานานถึง 12 ปีเต็ม นั่นทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตัดสินใจปลด มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 มกราคม

ค่ำคืนอันโหดร้ายที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้ไม่มีพายุโหมกระหน่ำ แต่มันก็เลวร้ายไม่แพ้กัน หากเทียบเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ทัพช้างศึกกำลังเผชิญในการแข่งขันครั้งนี้ เกมที่อัล นาห์ยาน ไม่มีใครคาดคิดว่านั่นจะเป็นเกมสุดท้ายของราเยวัช

ความยอดเยี่ยมของคอนสแตนตินและนักรบภารตะ

ทีมชาติไทยเริ่มต้นเกมนี้ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ การได้สามนักเตะที่ค้าแข้งในศึกเจลีกกลับมา ทำให้การเซ็ตเกมบุกและจังหวะเข้าทำมีความวูบวาบมากขึ้น แต่ทว่ามันเหมือนจะดีแค่ตอนต้นเกมเท่านั้น

ขณะที่ลูกทีมของ สตีเฟน คอนสแตนติน กุนซือชาวอังกฤษ ทำการบ้านมาอย่างดี และศึกษาแนวทางการเล่นของสามนักเตะคีย์แมนอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ มาแบบละเอียดถี่ถ้วนทุกจังหวะ

คอนสแตนตินสั่งลูกทีมบีบพื้นที่ไม่ให้สามนักเตะช้างศึกได้เล่นกับบอลง่ายๆ ธีราทรถูกกดดันตั้งแต่ได้บอลจังหวะแรก ชนาธิปถูกแผงกลางของอินเดียตามปั่นป่วนตลอดทั้งเกม ขณะที่ ธีรศิลป์ ถูกคู่เซ็นเตอร์แบ็คร่างใหญ่ประกบติดเป็นเงาตามตัว นี่คือหมากเด็ดของกุนซืออินเดียที่นำมาใช้กับทัพช้างศึก และสามารถเห็นผลได้ตลอดทั้งเกม

ความรวดเร็ว แม่นยำ และแข็งแกร่ง ก็เป็นอีกหลายๆองค์ประกอบที่ดีในทีมของคอนสแตนติน ที่ใช้เล่นงานทีมชาติไทยในเกมนี้ นักเตะอย่าง อชีค คุรุนิยาน, อุดันทา ซิงห์, อนิรุธ ทาปา และ สุนิล เชตรี กองหน้าตัวเก๋าที่ยิงคนเดียวสองประตู ต่างมีความแข็งแกร่งและวิ่งกันแบบสุดทุกจังหวะ จึงทำให้อินเดียสมควรเป็นผู้ชนะในทุกๆด้านในเกมนี้

ความพ่ายแพ้ของราเยวัช

กลายเป็นผู้แพ้โดยสมบูรณ์แบบสำหรับ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย โดยในเกมนี้ช้างศึกจัด 11 ตัวจริงได้น่าสนใจเลยทีเดียว เมื่อเลือกใช้ ทริสตอง โด ฟูลแบ็คจอมบุกทำเกมทางฝั่งขวา แบ็คซ้ายใช้ ธีราทร บุญมาทัน ที่ได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัดที่สุด นอกจากนั้นยังมีตัวรุกดีกรีเจลีกอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นเพลเมคเกอร์ โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกองหน้าตัวเป้า ขนาบข้างด้วยสองนักเตะฟอร์มดีจากซูซูกิ คัพ อย่าง ศุภชัย ใจเด็ด และ อดิศักดิ์ ไกรษร

ช้างศึกเริ่มต้นเกมแบบมีลุ้น หาจังหวะเข้าทำประตูมากกว่าอินเดีย แต่กลับถูกชิงจังหวะขึ้นนำไปก่อนจากลูกจุดโทษ และมาตีเสมอได้จาก ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-1

“ครึ่งแรกบางครั้งผมยังนึกเลยว่าเราเล่นกับ บาร์เซโลน่า อยู่หรือเปล่า พวกเขาเก่งมากเพราะฉะนั้นเราต้องกล้าเล่น กล้าไล่บอลสูง ทำทุกวิธีไม่ให้พวกเขาต่อบอลกันสำเร็จและมันก็ได้ผล”

สุนิล เชตรี กองหน้าตัวเก๋าของอินเดีย ให้สัมภาษณ์หลังเกม ยอมรับว่าช้างศึกเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเล่นได้ดีในครึ่งแรก ทำให้พวกเขาต้องคิดแก้เกมในช่วงครึ่งหลัง

เมื่อกลับมาเล่นกันในครึ่งหลังเป็นรูปเกมที่บ่งบอกได้เลยว่า มิโลวาน ราเยวัช แพ้ต่อ สตีเฟน คอนสแตนติน แบบขาดกระจุยในเรื่องของการแก้เกม ปรับแท็คติค

อินเดียฉวยโอกาสยิงขึ้นนำ 2-1 ในช่วงนาทีแรกหลังเสียงนกหวีดเริ่มครึ่งหลัง และไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมา ช้างศึกโขลงนี้กลับทำอะไรไม่ถูก เหมือนถูกไฟช็อตไปดื้อๆ รูปเกมไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ตั้งเกมบุกไม่ได้ แถมถูกจังหวะสวนกลับเร็วของอินเดียเล่นงานจนเป็นที่มาของประตูนำ 3-1 และ 4-1 ตามลำดับ

ราเยวัชมีปัญหาในการแก้เกมให้ทีมชาติไทย สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นที่ทำให้แฟนบอลต่างสงสัยก็คือในสถานการณ์ที่ทีมกำลังตามหลัง แต่กุนซือชาวเซอร์เบียกลับเลือกถอด ชนาธิป สรงกระสินธ์ ออก และส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงไปเล่นแทนในตำแหน่งกองกลาง และนั่นก็คือการแก้เกมครั้งสุดท้ายของราเยวัชในนามกุนซือทีมชาติไทย

ตลอดเวลา 90 นาทีบนสังเวียนเอเชียน คัพ ที่ทัพช้างศึกรอคอยมานานถึง 12 ปี กลายเป็นเกมที่แฟนบอลไม่อยากจดจำ และได้เกิดประเด็นต่างๆตามมามากมาย โดยเฉพาะการที่สมาคมฯปลด มิโลวาน ราเยวัช ออกจากตำแหน่ง และตั้ง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ทำหน้าที่รักษาการเฮดโค้ชทีมชาติไทย โดยมี “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ เป็นผู้ช่วย ลงทำการแข่งขันฟุตบอลในรายการเอเอฟซี เอเชียนคัพ 2019 ในแมตช์ที่เหลือต่อไป

Photo Credit : ช้างศึก

Comments