THE GREATEST : ดรีมทีมตลอดกาลของทัพช้างศึกในเอเชียน คัพ

ศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดฉากฟาดแข้งกันไปแล้ว โดย 24 ชาติจาก 6 กลุ่ม ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือความเป็นจ้าวเอเชีย

ทัพช้างศึกที่ห่างหายจากรายการนี้เป็นเวลา 12 ปีเต็ม ได้กลับมาวาดลวดลายอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งอยู่ร่วมกลุ่มเอกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน และอินเดีย มีคิวลงประเดิมสนามดวลกับอินเดียในวันที่ 6 มกราคมนี้

ก่อนที่ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019 จะเริ่มต้นขึ้น FOX Sports Thailand จัดทีม 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลของทีมชาติไทย ที่เคยสัมผัสเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

Photo Credit : True id

มือกาวระดับตำนานของทัพช้างศึกเพิ่งจะประกาศอำลาทีมชาติไปเมื่อปีที่แล้ว หลังรับใช้ชาติมายาวนานถึง 14 ปี โดย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ถือเป็นหนึ่งในกำหลังสำคัญของไทยในหลายๆทัวร์นาเมนต์ทั้งในระดับอาเซียนและระดับทวีป

และเอเชียน คัพ 2007 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วม ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่ สินทวีชัย โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นขวัญใจมหาชนมาโดยตลอด

ดุสิต เฉลิมแสน

นับว่าเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดตลอดกาลของไทยก็ว่าได้ สำหรับ ดุสิต เฉลิมแสน หรือ “โค้ชโอ่ง” หนึ่งในตำนานยุคดรีมทีมและเจ้าของรางวัลดาราเอเชียจาก AFC โดยเฉพาะลูกฟรีคิก ลูกเตะมุม หรือกระทั่งลูกครอสจากริมเส้นของเขายังคงติดตาติดใจแฟนบอลยุคก่อนอยู่เสมอ

สำหรับผลงานกับทีมชาติไทยแล้ว ดุสิต เฉลิมแสน ลงเล่นมากกว่า 120 นัด และรับใช้ชาติอย่างยาวนานถึง 14 ปี (พ.ศ. 2535 – 2547) รวมถึงการมีชื่อติดทีมชาติไทยไปทำศึกเอเชียน คัพ เมื่อปี 1996 และปี 2000

นิเวส ศิริวงศ์

เขาคือนักเตะสารพัดประโยชน์ในแนวรับของทีมชาติไทย ด้วยความหลากหลายของวิธีการเล่น รวมทั้งสามารถยืนได้หลายตำแหน่งทั้งแบ็คขวา, เซนเตอร์ รวมไปถึง กองกลางตัวรับ ทำให้ นิเวส ศิริวงศ์ เป็นที่จดจำและเป็นกำลังสำคัญของทัพช้างศึกในหลายๆทัวร์นาเมนต์ รวมถึงเอเชียน คัพ

โดย นิวเวส ลุยศึกเอเชียน คัพ มาแล้วสองครั้งในปี 2004 และ 2007 และสานต่อภารกิจของรุ่นพี่ที่อำลาทีมไปแล้วได้อย่างดี จนก้าวไปถึงตำแหน่งกัปตันทีมได้ ก่อนที่จะยุติบทบาทกับหน้าที่ในนามทีมชาติช่วงปี 2012

โชคทวี พรหมรัตน์

แข้งดังจากพังงา เจ้าของฉายา “กระยางดำ” คือหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่งกองหลังที่ปักหลักเป็นตัวจริงได้อย่างยาวนาน และอยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนถ่ายเลือดผู้เล่นช้างศึก

โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหลังที่ นที ทองสุขแก้ว, กฤษฏา เพี้ยนดิษฐ์ ยุติบทบาทของตัวเอง หน้าที่หลักจึงตกเป็นของ โชคทวี พรมรัตน์ และในฐานะกัปตัน โชคทวี นำทีมชาติไทยสู้ศึกเอเชียน คัพ 2004 ที่ประเทศจีน

สุรีย์ สุขะ

หากนึกถึงแฝดในระดับตำนานทีมชาติไทย เชื่อแน่ว่า ชื่อของ สุรีย์และสุรัตน์ สุขะ น่าจะเข้ามาอยู่ในหัวของหลายๆคน โดยเฉพาะ สุรีย์ ที่ถือเป็นอะไหล่ชิ้นสำคัญของทัพช้างศึก และถือได้ว่าเป็นแบ็คขวาที่เก่งที่สุดในเมืองไทยอีกด้วย

สุรีย์ สุขะ สามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในระดับเอเชีย และสร้างชื่อเสียงโด่งดังจากการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ เมื่อปี 2007 ทำให้เขาได้มีโอกาสเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่สัญญาจะถูกยกเลิกในภายหลัง

ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล

อีกหนึ่งกองกลางจอมคลาสสิคของวงการฟุตบอลไทย โดยมิดฟิลด์เจ้าของฉายา วัง ลันตา ลงเล่นในรายการ เอเชียน คัพ ครั้งแรกเมื่อปี 2000 ด้วยวัย 26 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นดาวเตะจากจังหวัดกระบี่ ถือเป็นกำลังสำคัญของ ทีมชาติไทย เมื่อเจ้าตัวยิง 1 ประตูพาทีมชาติไทย เอาชนะ เกาหลีเหนือ 5-3 และซัดประตูชัยเอาชนะ ไต้หวัน 1-0 ในรอบคัดเลือก และผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ที่ประเทศเลบานอน

โดยในการแข่งขันรอบสุดท้าย ธวัชชัย ลงสนามในฐานะตัวสำรองทั้ง 3 เกมในรอบแรก ซึ่งผลงานของทัพ ช้างศึก ในครั้งนั้นสามารถสู้กับทีมจากตะวันออกกลางได้อย่างสูสี เมื่อแพ้อิรักเพียงนัดเดียว ก่อนเสมออิหร่านและเจ้าภาพเลบานอนอย่างสูสีแบบน่าชนะ ซึ่งครั้งนั้นนอกจากเป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นครั้งเดียวที่ ธวัชชัย ลงรับใช้ทีมชาติไทย ในรายการระดับทวีปเอเชีย

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์

Photo Credit : pepperr

มิดฟิลด์จอมขยันของทีมชาติไทย ที่แจ้งเกิดกับการลงเล่นให้กับสโมสรธนาคารกสิกรไทยยุครุ่งเรือง เมื่อปี 1991 นอกจากนี้ เจ้าง้วน ยังโผล่พรวดเข้ามาในทำเนียบทีมชาติไทยทันทีในปีดังกล่าวด้วยวัยเพียง 22 ปี โดยศึกเอเชียน คัพ ครั้งแรกของกองกลางรายนี้เกิดขึ้นในปี 1992 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดย สุรชัย ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งสามนัดในรอบแรก แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาวเมื่อเก็บได้แค่ 2 แต้มจากการเสมอ กาตาร์ 1-1 และเสมอ จีน 0-0 ก่อนแพ้ให้กับ ซาอุดิอาระเบีย 0-4 จอดป้ายเพียงแค่รอบแรก อย่างไรก็ตามชื่อของ สุรชัย ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของเหล่าแฟนบอลไทย ด้วยสไตล์การเล่นที่วิ่งเป็นม้าตลอด 90 นาที

ส่วนการแข่งขันในอีก 4 ปีต่อมา เจ้าง้วน ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมชาติไทย โดยกองกลางมันสมองรายนี้ยิง 2 ประตูในเกมที่ถล่ม เมียนมาร์ 7-1 ในรอบคัดเลือก และพาทีมชาติไทยเข้าสู่รอบสุดท้ายได้อีกครั้ง โดยศึก เอเชียน คัพ ปี 1996 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ มิดฟิลด์ผึ้งงานลงสนามเป็นตัวจริง 2 เกม แต่ในท้ายที่สุด ทีมชาติไทย ก็ทำได้เพียงรอบแรกเมื่อแพ้ 3 เกมรวดให้กับ ซาอุดิอาระเบีย 0-6 แพ้ อิหร่าน 1-3 และแพ้ อิรัก 1-4

ประสบการณ์ในศึก เอเชียน คัพ ครั้งที่ 3 ของ สุรชัย เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2000 ที่ประเทศเลบานอน และนับเป็นครั้งสุดท้ายของ เจ้าง้วน ที่ได้ลงเล่นในรายการนี้ ซึ่งผลงานของ ทีมชาติไทย ก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นก็คือตกรอบแรกจากการเก็บได้ 2 แต้ม เริ่มต้นด้วยการแพ้ให้กับ อิรัก 0-2 เสมอ อิหร่าน และ เจ้าภาพ เลบานอน 1-1 ซึ่ง สุรชัย ก็ลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมชาติไทยทั้ง 3 เกม

สุธี สุขสมกิจ

Photo Credit : OKNation

แนวรุกผู้ใช้เวลาเกือบทศวรรษในการค้าแข่้งที่ประเทศสิงคโปร์ ใช้ความเร็วอันจัดจ้านและทักษะการจบสกอร์อันเฉียบคม และทำประตูได้ในเกมสำคัญๆ ทั้งการประตูขึ้นนำญี่ปุ่นในปี 2004 รวมไปถึงจุดโทษในเกมพบอิรักปี 2007

ธชตวัน (ตะวัน) ศรีปาน

Photo Credit : Thailandsusu

เพลย์เมกเกอร์ระดับตำนานของทีมชาติไทย ผ่านการลงเล่นเอเชียน คัพ 2 สมัยในปี 2000 และ 2007 ใช้ประสบการณ์และทักษะการจ่ายบอลอันเฉียบแหลมให้เพื่อนร่วมทีมเล่นได้ง่ายขึ้น รวมถึงเป็นผู้นำที่ดีให้นักเตะรุ่นน้องให้ยึดถือเป็นแบบอย่าง

ธีรเทพ วิโนทัย

Photo Credit : FourFourTwo

ในปี 2007 ธีรเทพคือดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มฮอตกับบีอีซี เทโรศาสน และเป็นอีก 1 ในซูเปอร์ซับที่ช่วยให้ไทยชนะโอมานด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ให้พิพัฒน์ทำ 2 ประตู

พิพัฒน์ ต้นกันยา

Photo Credit : FourFourTwo

จากซูเปอร์ซับข้างสนามสู่ฮีโร่ทีมชาติไทยอย่างแท้จริง สำหรับพิพัฒน์ ต้นกันยา ที่ลงมายิง 2 ประตูช่วยให้ทีมชาติไทยชนะโอมาน 2-0 ต่อหน้าแฟนบอลทีมชาติไทยที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ช่วยให้ช้างศึกคว้าชัยเป็นครั้งแรกในเอเชียนคัพ

และนี่คือดรีมทีมตลอดกาลของทีมชาติไทยในศึกเอเชียน คัพ ในสายตาของเรา

Comments