FOX’s OPINION : คาดการณ์แผนการเล่นทัพช้างศึกในเอเชียน คัพ 2019

มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทัพช้างศึก เตรียมนำทีมชาติไทยลงประเดิมสนามในศึกเอเชียน คัพ 2019 พบกับ ทีมชาติอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่สำคัญอย่างยิ่ง และมีความหมายต่อการเข้ารอบน็อคเอาท์โดยตรง

ทีมชาติไทยเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมลุยทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย 23 นักเตะชุดสุดท้ายในการแข่งขันครั้งนี้ ถือว่าพร้อมเต็มสูบในการลงชิงชัยในเวทีที่ยิ่งใหญ่อย่างเอเชียน คัพ 2019

FOX Sports Thailand จึงขอทำการคาดเดาถึงความเป็นไปได้ในการจัดทัพและแผนการเล่นของมิโลวาน ราเยวัช ที่จะใช้กับทีมชาติไทยในการแข่งขันครั้งนี้

4-2-3-1 แผนประจำราเยวัช

ถือว่าเป็นแผนการเล่นที่ราเยวัชมักจะใช้กับทีมชาติไทย ซึ่งในรายการชิงแชมป์อาเซียนที่ผ่านมา ทัพช้างศึกลงสนามพบกับคู่แข่งด้วยแผนการเล่น 4-2-3-1 เน้นเกมรับเป็นหลักตามสไตล์ของกุนซือชาวเซิร์บ

ในตำแหน่งผู้รักษาประตูของทัพช้างศึก กำลังลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนส่งชื่อ เนื่องจาก กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ยังมีอาการบาดเจ็บบริเวณนิ้วเท้า ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะหายทัน และราเยวัชจะตัดสินใจอย่างไรในการตัดตัว

ถ้าหากไม่มีอะไรที่เลวร้ายเกินไป เชื่อว่า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ น่าจะครองมือหนึ่งได้แบบไม่มีปัญหา แต่ถ้าหากราเยวัชเลือกที่จะไม่เสี่ยงใช้นายด่านจากโอเอช ลูเวิน ก็ยังมี ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูมือหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์อาเซียน คอยสแตนด์บาย

ขยับมาที่แผงกองหลัง แน่นอนว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ราเยวัชต้องคิดหนัก เมื่อมีตัวเลือกให้ใช้งานค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็น เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, มิก้า ชูนวลศรี, อดิศร พรหมรักษ์, สุพรรณ ทองสงค์ และชินภัทร์ ลีเอาะ

คาดว่าแผงหลัง 4 คน น่าจะใช้บริการผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่ซูซูกิ คัพ อย่างคู่เซ็นเตอร์แบ็ก เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กับ พรรษา เหมวิบูลย์ น่าจะยืนประจำการตลอดทัวร์นาเมนต์ หากไม่เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรกลางคัน ส่วนแบ็กขวาอาจจะลองใช้ ทริสตอง โด ที่ถูกเรียกคัมแบ็คทีมชาติอีกครั้ง เผื่อเล่นเกมรุก แบ็กซ้ายอาจจะเป็น กรกช วิริยอุดมศิริ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งแน่นอนว่า ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายจากวิสเซล โกเบ จะได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งอื่นในเกมรุก

ขณะที่กองกลางสองคนที่ราเยวัชมักจะเลือกใช้บ่อยครั้งในศึกชิงแชมป์อาเซียน นั่นคือ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สองมิดฟิลด์จากบีจี เอฟซี ก็น่าจะได้ออกสตาร์ทพร้อมกันในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยมี สุมัญญา ปุริสาย, ปกเกล้า อนันต์ เป็นตัวสอดแทรก

ส่วนแผงเกมรุกหลังกองหน้า ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลเมคเกอร์จากคอนซาโดเล ซัปโปโร น่าจะยึดสัมปทานในตำแหน่งตัวทำเกมแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่น่าสนใจก็คือ ราเยวัช จะจับ สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางที่โชว์ฟอร์มสุดยอดในอาเซียน คัพ ไปเล่นในตำแหน่งใด ?

แต่ถ้าหากคิดว่า สรรวัชญ์ ทับตำแหน่งกับ ชนาธิป และต้องเลือกเพียงแค่คนเดียวในตำแหน่งเพลเมคเกอร์ คาดว่า ราเยวัชน่าจะจิ้มไปที่ดาวเตะจากคอนซาโดเล ซัปโปโร ตำแหน่งแนวรุกฝั่งขวาอาจจะปรับให้ ธีรศิลป์ แดงดา ยืนประจำการคอยพักบอล และทำเกมไปในตัว ขณะที่แนวรุกฝั่งซ้ายคงต้องอาศัยประสบการณ์ในเวทีระดับเอเชียของ ธีราทร บุญมาทัน ที่พร้อมประจำการในตำแหน่งดังกล่าวอยู่แล้ว ขณะที่กองหน้าตัวเป้า อดิศักดิ์ ไกรษร ดีกรีดาวซัลโวศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด

4-5-1 เน้นเกมรับเป็นหลักตามสไตล์

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจะเหมาะกับสไตล์การทำทีมเน้นรับของกุนซือชาวเซิร์บ นั่นคือแผนการเล่น 4-5-1 ที่เน้นกองกลางเป็นหลัก ในการแข่งขันครั้งนี้ทัพช้างศึกจะต้องดวลกับทีมแกร่งอย่างยูเออี (เจ้าภาพ) และบาห์เรน สองทีมจากตะวันออกกลาง การเน้นเกมรับที่ราเยวัชมักจะใช้เป็นประจำกับทีมที่เก่งกว่า จึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ในกรณีนี้ตำแหน่งผู้รักษาประตูคงหนีไม่พ้น กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เช่นเคย หากเขาหายเจ็บทัน และเรียกความฟิตติดทีมไปลุยศึกครั้งนี้ได้ ส่วนตำแหน่งกองหลังทั้ง 4 คน หากเน้นเกมรับเป็นหลัก มิก้า ชูนวลศรี น่าจะเป็นคำตอบที่ดีในตำแหน่งนี้ เนื่องจากดาวเตะจากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มีจุดเด่นที่รูปร่างสูงใหญ่ เบียดปะทะได้หนักหน่วง แบ็กซ้ายอาจจะต้องอาศัยความเจนสนามของ ธีราทร บุญมาทัน มาเล่นในตำแหน่งเกมรับฝั่งซ้าย ขณะที่คู่เซ็นเตอร์ฮาร์ฟก็ยังคงใช้ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ พรรษา เหมวิบูลย์

ถัดมาที่ตำแหน่งมิดฟิลด์ทั้ง 5 คน ราเยวัชอาจจะเลือกใส่กองกลางอาชีพถึง 3 คน ซึ่งมีให้เลือกมากมายในทีมชุดนี้ และคงหนีไม่พ้น ฐิติพันธ์, ธนบูรณ์ และอีกคนน่าจะเป็นโอกาสของ ปกเกล้า อนันต์ ที่โชว์ฟอร์มได้ดีในระดับสโมสร และซูซูกิ คัพ ที่ได้ลงเล่นบ่อยครั้ง ส่วนมิดฟิลด์ริมเส้นทั้งซ้ายและขวา อาจจะเลือกใช้งานตัวสดและมีความเร็วเพื่อเล่นเกมสวนกลับอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทางซ้าย และดัน ทริสตอง โด ขึ้นมาบู๊ทางกราบขวา เพื่อใช้ความเร็ว และช่วยเกมรับ มิก้า ได้อีกหนึ่งแรง ขณะที่กองหน้าก็ยังต้องเป็น ธีรศิลป์ แดงดา

4-3-3 ปรับโฉมเน้นเกมรุก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมรุกของมิโลวาน ราเยวัช คือสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยอยากชมที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่คือฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับเอเชีย การเล่นฟุตบอลแบบรัดกุม เน้นผล ปรับแท็คติคตามคู่แข่งที่เจอ คือสิ่งที่โค้ชทุกคนควรตระหนักมากที่สุด

อย่างไรก็ตามการเล่นเกมรุก (บ้าง) จึงน่าจะเป็นสิ่งที่ราเยวัชคิดอยู่ในใจเช่นกัน แผนการเล่น 4-3-3 จึงน่าจะเหมาะสมกับทีมชาติไทยในการเล่นเกมรุกมากที่สุด ในตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ยังคงต้องรอถึงการประกาศตัวครั้งสุดท้ายว่าใครจะติดไปทำศึกครั้งนี้บ้าง แต่ที่แน่ๆหากไม่มีอะไรผิดพลาด หรือขัดข้องประการใด กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ น่าจะเป็นมือหนึ่งอย่างแน่นอน

สำหรับกองหลังในตำแหน่งแบ็กขวา ชื่อของ ทริสตอง โด น่าจะขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ในการเน้นเกมบุก แบ็กซ้ายใช้ ธีราทร บุญมาทัน คอยเน้นเกมรับ และเติมเกมรุก รวมไปถึงทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ คู่เซ็นเตอร์ฮาร์ฟยังคงเป็นเฉลิมพงษ์และพรรษาเช่นเดิม

แผงกลางสามคนจึงเป็นเรื่องสำคัญกับระบบแบบนี้ สรรวัชญ์ เดชมิตร จอมแอสซิสต์จากทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะได้ออกสตาร์ทอย่างแน่นอนเพื่อทำเกมรุก ตามด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เล่นได้ทั้งรับและรุก ปรับสมดุลของทีม และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จึงเป็นอีกหนึ่งพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมสำหรับแผนนี้

สุดท้ายแนวรุกสามตัวบนทั้งสามคนที่แฟนบอลช้างศึกอยากเห็นที่สุด คือการเล่นกองหน้าฝั่งซ้ายของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่อาจจะปรับตัวเองเป็นตัวทำเกม และเป็นตัวอิสระในเกมรุก นอกจากนั้นยังจะได้เล่นร่วมกับ สรรวัชญ์ เดชมิตร อีกด้วย กองหน้าตัวเป้า คือ อดิศักดิ์ ไกรษร และมี ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้ามากประสบการณ์ คอยประคับประคองในแดนหน้า

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการวิเคราะห์และการคาดเดาตามที่รายชื่อและศักยภาพของตัวผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมชาติไทย ซึ่งทัพช้างศึกอยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ ร่วมกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฐานะเจ้าภาพ , ทีมชาติอินเดีย และ ทีมชาติบาห์เรน มีคิวประเดิมลงสนามในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ ทีมชาติอินเดีย ในวันที่ 6 มกราคม 2562 สนาม อัล นาห์ยาน สเตเดียม, กรุงอาบูดาบี

Photo Credit : ช้างศึก

Comments