ช้างศึกไม่เคยแพ้มาเลย์คาบ้าน, แท็คติคราเยวัช : ประเด็นน่าสนใจก่อนเกมซูซูกิ คัพ ไทยดวลมาเลเซีย

ทีมชาติมาเลเซียเปิดสนามบูกิต จาลิล ลงเล่นท่ามกลางแฟนบอลกว่า 85,000 คน เสมอกับทีมชาติไทย 0-0 ในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก และในวันพุธที่ 5 ธันวาคมนี้ ทั้งสองทีมจะกลับมาลงสนามดวลกันอีกครั้งที่ราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีตั๋วรอบชิงชนะเลิศเป็นเดิมพัน

FOX Sports Thailand ขอนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมคู่นี้ จะมีเรื่องใดบ้าง ติดตามได้ที่นี่

มิโลวาน ราเยวัช VS ตัน เชง โฮ

เกมนัดแรกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทีมชาติมาเลเซียเปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมชาติไทยเกือบตลอดทั้งเกม ทัพนักเตะเสือเหลืองได้รับเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องสนามเป็นแรงกระตุ้น แต่ทว่าพวกเขาไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมชาติไทย ที่วางหมากเด็ดในเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม

มิโลวาน ราเยวัช และลูกทีม ต้องดำเนินตามเกมของตัวเองอย่างอดทนสำหรับ 90 นาทีแรกที่บูกิต จาลิล และผลเสมอแบบโนสกอร์จึงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรนักสำหรับทัพช้างศึก เนื่องจากทีมชาติไทยยังไม่เสียประตู เกมนัดสองที่กรุงเทพมหานคร แฟนบอลช้างศึกจะได้เห็นรูปเกมที่แตกต่างจากเกมแรกอย่างแน่นอน

ขณะที่ ตัน เชง โฮ นายใหญ่ทัพเสือเหลือง แสดงความรู้สึกหลังจบเกมว่าทีมของเขาน่าจะเจาะตาข่ายทีมชาติไทยได้อย่างน้อยหนึ่งประตูในเกมแรก เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่างในเกมนั้น ส่งให้พวกเขาต้องเดินหน้าลุยอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะทำอะไรทัพช้างศึกไม่ได้ก็ตาม ฉะนั้นเกมชี้ชะตาที่ราชมังคลากีฬาสถาน เชื่อเหลือเกินว่า ตัน เชง โฮ และลูกทีม จะต้องเล่นให้รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อป้องกันการเสียประตู และหวังว่าจะบุกมาหยิบอเวย์โกลได้ที่ประเทศไทย

ประตูแรกของเกม

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของเกมนี้ก็คือสกอร์แรกของเกม จะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดก่อน ผลเสมอ 0-0 ในเกมแรก ทั้งให้ทั้งสองทีมอาจจะเริ่มเกมนัดที่สองแบบตึงเครียด เนื่องจากต้องระมัดระวังตัวกันเป็นพิเศษ จะว่าไปแล้วทัพช้างศึกถึงแม้ว่าจะเล่นในบ้าน แต่ก็ต้องรัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากหากเสียประตูให้มาเลเซียก่อน ก็จะทำให้งานยากขึ้นเท่าตัว ในทางกลับกันหากทีมชาติไทยชิงจังหวะออกนำไปก่อน รูปเกมก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นประตูแรกของเกมที่ราชมังคลากีฬาสถาน มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทั้งสองทีม

ช้างศึกไม่เคยแพ้คาบ้านต่อมาเลเซียในศึกชิงแชมป์อาเซียน

ปัจจัยที่น่าจะทำให้แฟนบอลทีมชาติไทยอุ่นใจมากที่สุดนั่นก็คือการที่ทัพช้างศึกไม่เคยเปิดบ้านปราชัยต่อมาเลเซียเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ที่สถิตินี้ยังคงอยู่ นอกจากจะไม่เคยแพ้แล้ว ทีมชาติมาเลเซียก็ยังไม่สามารถบุกมาทะลวงประตูได้แม้แต่ลูกเดียว

ผลงาน 5 นัด ที่เคยเปิดบ้านพบกับ มาเลเซีย ในชิงแชมป์อาเซียน

เปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2000 ที่สนานราชมังคลากีฬาสถาน

เปิดบ้านชนะ 1-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2007 ที่สนามศุภชลาศัย

เปิดบ้านชนะ 3-0 ในรอบแรก เมื่อปี 2008 ที่สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต

เปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อปี 2012 ที่สนามศุภชลาศัย

เปิดบ้านชนะ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก เมื่อปี 2014 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ไทยลุ้นเข้ารอบชิงชนะเลิศ 4 ครั้งติดต่อกัน

ถึงแม้ว่าทีมชาติไทยจะมีแรงกิ้งที่ต่ำกว่าทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบรรดาเพื่อนบ้านในแถบอาเซียนต่างยกให้ทัพช้างศึกคือเบอร์หนึ่งตัวจริงในย่านนี้ หากว่ากันด้วยเรื่องผลงานและความสำเร็จที่ผ่านมา

ศึกชิงแชมป์อาเซียน 3 ครั้งหลังสุด ทีมชาติไทยกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ทั้งสามครั้ง ไล่ตั้งแต่ปี 2012 (จบรองแชมป์ แพ้สิงคโปร์), ปี 2014 (คว้าแชมป์ ชนะมาเลเซีย) และปี 2016 (คว้าแชมป์ ชนะอินโดนีเซีย) และกำลังจะลุ้นเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน หากพวกเขาฝ่าด่านมาเลเซียได้สำเร็จ นั่นเท่ากับว่าในการแข่งขัน 4 ครั้งหลังสุด ทีมชาติไทยจะได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ทุกครั้ง

ช้างศึก 12 ในราชมังคลากีฬาสถาน

ก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น แฟนบอลทีมชาติไทยต่างเข้าไปจับจองตั๋วเข้าชมเกมนี้กันอย่างมากมาย นั่นหมายความว่าสนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันชาติ (5 ธ.ค.) ซึ่งตรงกับวันที่ทีมชาติไทยจะลงสนามนัดชี้ชะตากับมาเลเซียพอดี จะมีแฟนบอลช้างศึก 12 เข้าไปส่งเสียงเชียร์กันแบบเต็มสนาม เพื่อกดดันทีมเยือน เหมือนกับที่ทัพช้างศึกโดนแฟนบอลอุลตร้ามาลายากดดันที่สนามบูกิต จาลิล ในเลกแรก

Photo Credit : ช้างศึก

Comments