กาเบรียล ตัน คอลัมน์: 5 แข้งฟอร์มแจ่มในซูซูกิ คัพรอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย

ศึกชิงแชมป์อาเซียนได้สี่ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ กาเบรียล ตัน บรรณาธิการของ ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ เอเชีย ได้คัดเลือก 5 นักเตะผลงานดีในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มมาฝากผู้อ่านกันที่นี่

หลังจากเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราก็ได้ 4 ทีมสุดท้ายที่จะผ่านเข้าไปตัดเชือกในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่ม เอ เป็นเวียดนามที่คว้าตำแหน่งแชมป์ของกลุ่ม และมีมาเลเซียตามเข้ารอบรองฯในฐานะอันดับสอง

ส่วนกลุ่ม บี ที่ถือว่าเป็น “Group of Death” และต้องมาลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย ก็ได้สองทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเช่นกัน โดยแชมป์กลุ่มตกเป็นของไทยและโควต้าที่สองตกเป็นของฟิลิปปินส์

วันนี้ เราขอเสนอ 5 แข้งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดสุดท้ายของ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 รอบแบ่งกลุ่ม ผ่านมุมมองของ กาเบรียล ตัน บรรณาธิการของ FOX Sports Asia

1. เหงวียน กวง ไฮ (เวียดนาม)

แม้ว่าเวียดนามจะต้องการสามคะแนนในเกมกับกัมพูชาเพื่อการันตีการเข้ารอบแบบ 100% แต่ พาร์ค ฮังโซ กุนซือของทีมกล้าที่จะพักผู้เล่นตัวหลักและให้โอกาสแข้งดาวรุ่งทั้งหลาย และหนึ่งในนั้นยังคงเป็น เหงวียน กวง ไฮ

ชัยชนะ 3-0 ต่อกัมพูชาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งเกมที่ กองกลางวัย 21 ปี ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมกับทำประตูได้อีกด้วย โดย กวง ไฮ สร้างสรรค์เกมรุกให้กับทีมได้มากมาย แม้ว่าจะมีชื่อติดทีมชุดใหญ่แค่ 8 ครั้งเท่านั้น แต่เขาก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทัพดาวทองได้สำเร็จ

2. โมฮามาดู ซูมาเรห์ (มาเลเซีย)

เป็นอีกหนึ่งแข้งมาเลเซียที่โดนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นมาตลอด แต่ในยามที่ทีมเผชิญกับสถานการณ์คับขัน โมฮามาดู ซูมาเรห์ จะคอยเป็นฮีโร่และตัวเปลี่ยนเกมของทัพเสือเหลืองเสมอมา

โดยในเกมที่มาเลเซียเปิดบ้านชนะเมียนมา 3-0 กองกลางวัย 24 ปี มีส่วนร่วมกับเกมไม่ได้น้อยไปกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นเลย และยังสามารถช่วยทีมทั้งในเกมรุกและเกมรับได้กีอีกด้วย ซึ่งประตูขึ้นนำของมาเลเซียก็เป็น โมฮามาดู ซูมาเรห์ ที่ตีลังกายิงบอลชนคาน ก่อนเด้งมาเข้าทาง นอห์ชารูล อิดลัน ตะละฮา ปรี่มาซ้ำด้วยซ้ายเข้าประตูไป

3. แพทริค ไรเชลท์ (ฟิลิปปินส์)

แพทริค ไรเชลท์ เป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่โดดเด่นในเกมที่ฟิลิปปินส์บุกไปเสมออินโดนีเซียแบบไร้สกอร์ โดยตลอด 90 นาที ปีกขวาวัย 30 ปี พยายามทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ทีมได้ประตู และช่วยเกมในริมเส้นได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะในช่วงที่ ฟิล ยังฮัสแบนด์ กัปตันของทีม ได้รับบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกไป ไรเชลท์ รับหน้าที่ผู้นำของทีมแทนและพาทีมยันเสมออินโดนีเซียพร้อมกับคว้าโควต้าในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

4. ฮัสซัน ซันนี (สิงคโปร์)

ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะบุกมาพ่ายให้กับทีมชาติไทยถึง 3-0 และต้องตกรอบแบ่งกลุ่ม แต่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับการเสียประตูที่มากกว่านี้หากไม่มีผู้รักษาประตูจอมเก๋ารายนี้  

โดย ฮัสซัน ซันนี ออกแรงเซฟช่วยทีมได้ในหลายๆครั้ง โดยเฉพาะการเผชิญหน้าหนึ่งต่อหนึ่งกับ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่เขาสามารถป้องการทำประตูของอดิศักดิ์เอาไว้ได้

5. สรรวัชญ์ เดชมิตร (ไทย)

กองกลางตัวรุกจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ยังสามารถสร้างโอกาสทำประตูให้กับเพื่อนๆในทีมได้เช่นเคย โดย สรรวัชญ์ เดชมิตร เป็นหนึ่งผู้เล่นที่ทีมคู่แข่งต้องระวังเป็นอย่างดี รวมถึงคู่แข่งในนัดล่าสุดอย่าง สิงคโปร์ ที่โดนสรรวัชญ์เล่นงานได้หลายต่อหลายครั้ง

นอกจากนี้ ตลอด 4 เกมที่เขาลงสนาม สรรวัชญ์ทำแอสซิสต์ไปแล้วถึง 4 ครั้ง ซึ่งดาวเตะวัย 29 ปีเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของ มิโลวาน ราเยวัช ในการพาทีมชาติไทยป้องกันแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในครั้งนี้

Comments