จากปากตำนาน! เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ – เกิดอะไรขึ้นกับ “ทีมชาติเยอรมนี” และ “บาเยิร์น มิวนิค” ?

Photo Credit : Der Spiegel

FOX Sports Thailand พูดคุยกับ ตำนานทัพ อินทรีเหล็ก และ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ถึงสถานการณ์ของทั้งสองทีมที่อาจจะเรียกได้ว่า “ช่วงขาลง” เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ จะมีความคิดเห็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

เริ่มตั้งแต่การตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2018 ของทีมชาติเยอรมนี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 80 ปี ที่พวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้ โดยพวกเขายังพบกับความพ่ายแพ้ต่อเม็กซิโกและเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลกหนนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ สถานการณ์หลังฟุตบอลโลกก็ยังดูไม่ดีขึ้นเลยสำหรับแชมป์โลก 4 สมัย เมื่อพวกเขาพ่ายให้กับเนเธอร์แลนด์ 3-0, แพ้แชมป์โลกฝรั่งเศส 2-1 แม้ว่าจะชนะรัสเซีย 3-0 และเสมอกับเนเธอร์แลนด์ในเกมล่าสุดไป 2-2 แต่พวกเขาต้องตกชั้นและเตรียมลงไปเล่นในลีก B ของศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก หลังจากแข่งขันครบ 4 นัด มีเพียง 2 คะแนน และจบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม 1

DFB

ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สองที่เยอรมนีไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ในปีนี้ ทำให้แฟนบอลและวงการลูกหนังเริ่มตั้งคำถามต่อทัพ “อินทรีเหล็ก” ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่?

พวกเขาประสบความสำเร็จมากเกินไป และหมดความกระหายที่จะคว้าชัยชนะ

นี่เป็นประโยคแรกของ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ ตำนานกองหลังทีมชาติเยอรมนีตะวันตกชุดแชมป์โลกปี 1990 กล่าวออกมา เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของ “อินทรีเหล็ก”

“นักเตะหลายคนมัวแต่หลงระเริงไปกับความสำเร็จที่ได้มา หลังจากคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2014 พวกเขาหมดไฟที่จะทำงานหนักและคว้าแชมป์ครั้งต่อไป นักเตะบางคนมั่นใจเกินไปกับความสำเร็จที่พวกเขาได้มา ทำให้ไม่มีความกระหายที่จะทุ่มเทฝึกซ้อมและลงเล่นเหมือนที่ผ่านมา”

“ผู้คนคาดหวังกันมากกับทีมชาติเยอรมนี ว่ายังไงแล้ว เยอรมนีจะต้องประสบความสำเร็จ เพราะที่ผ่านมาทีมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และถูกยกให้เป็นทีมชั้นนำของโลก รวมถึงมีนักเตะระดับท็อปมากมายอยู่ในทีม แต่ทุกคนอาจลืมไปว่า เราไม่สามารถที่จะนอนกอดความสำเร็จไว้ได้ตลอด”

DFB

“ตอนนี้ต้องบอกตรงๆว่า เราเจอปัญหาและกลายเป็นช่วงขาลงไปเลย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ถึงกับขึ้นต้องรีบู๊ตทีมหรือเปลี่ยนอะไรมากมาย หลายคนมองถึงการเปลี่ยนโค้ช (โยอาคิม เลิฟ) เพราะทีมมีผลงานไม่ดี”

“แต่ทุกคนลืมไปว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาพัฒนาทุกอย่างจนพาเยอรมนีคว้าแชมป์โลกในปี 2014 ดังนั้น คำถามจริงๆแล้วอาจจะต้องเป็น เราควรเปลี่ยนนักเตะหรือเปล่า? พวกเขายังมีแรงบันดาลใจในการคว้าชัยชนะต่อไปหรือเปล่า? พวกคุณลองคิดดูดีๆ”

DFB

ออเกนธาเลอร์ กล่าวต่อว่า “เยอรมนีมีนักเตะอายุเยอะและมากประสบการณ์ในทีม แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีในการประคับประคองทีม แต่นั่นก็ทำให้พื้นที่ในทีมชุดใหญ่ของเยาวชนน้อยลงไปด้วย”

“เยอรมนีต้องมาคิดว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ เพราะเรามีแข้งรุ่นใหม่ฝีเท้าดีมากมายและรอโอกาสอยู่ และแน่นอนพวกเขามีความกระหายที่จะประสบความสำเร็จแบบที่แข้งรุ่นพี่ทุกคนเคยได้รับ”

DFB

ในส่วนของ บาเยิร์น มิวนิค การที่ไม่เห็นพวกเขารั้งอันดับหนึ่งหรืออยู่ในท็อปทรีนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยจะคุ้นตากันนัก โดยฤดูกาลนี้ แม้ว่าพวกเขาจะทำได้ดีในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในบุนเดสลีกา บาเยิร์นอยู่อันดับ 5 ของตาราง ด้วยการมี 21 คะแนนจาก 12 นัด (ชนะ 6, เสมอ 3, แพ้ 3) ตามหลังจ่าฝูงอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยู่ถึง 9 คะแนน โดยการเจอกันในลีกครั้งล่าสุดของทั้งสองทีม กลายเป็น “เสือใต้” ที่พ่ายให้กับ “เสือเหลือง” ไป 2-3 และในเกมนัดล่าสุดเพิ่งเสมอกับฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ 3-3 ทั้งที่นำอยู่ 3-1 

เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ เป็นอีกหนึ่งตำนานของ บาเยิร์น มิวนิค เขาคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับสโมสรได้ถึง 7 ครั้ง และฟุตบอลถ้วยได้อีก 3 ครั้ง ลงสนามให้ทีมไปทั้งหมด 404 ครั้ง โดยถือเป็นสถิติที่ยังไม่มีใครทำลายลงได้เลย  

Bayern Munich

โดย ออเกนธาเลอร์  กล่าวถึงผลงานปัจจุบันของสโมสรอันเป็นที่รักของเขาว่า “บาเยิร์นคว้าแชมป์มา 6 ครั้งติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2012-13 จนถึงฤดูกาลที่ผ่านมา ผมคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วแหละ ที่บุนเดสลีกาจะได้แชมป์เป็นทีมใหม่สักที”

“สำหรับ บาเยิร์น ผมคิดว่าพวกเขาไม่ได้แย่อะไร สามเกมแรกของฤดูกาล บาเยิร์นชนะรวด ทำให้หลายคนคิดว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์อีกครั้งในปีนี้ แต่ดอร์ทมุนด์ก็มาดีเหมือนกันนะ เราอาจจะรั้งอันดับ 5 อยู่ตอนนี้ แต่เรายังมีเวลาที่จะกลับมาสู่เส้นทางคว้าแชมป์”

Bayern Munich

“แต่อย่างที่ผมบอกในเคสของทีมชาติเยอรมนี พวกเขาประสบความเร็จอย่างล้นหลาม นักเตะยังมีไฟอยู่หรือเปล่า? ทุกวันนี้การแข่งขันมันเข้มข้นขึ้น ดอร์ทมุนด์กลายเป็นคู่ต่อกรชั้นดีของบาเยิร์นในการแย่งแชมป์ต่างๆในประเทศ ผมก็หวังว่าทีมที่ผมรักจะเดินหน้าสร้างความสำเร็จได้ต่อไป”

“หลายคนถามผมถึงความแต่งต่างของฟุตบอลในอดีตและสมัยนี้ ผมอยากจะบอกว่า ฟุตบอลยังคงเป็นเกมกีฬาที่เรียบง่ายเสมอ แม้ว่าจะมีเรื่องเทคโนโลยีหรืออื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องในภายหลัง แต่เกมฟุตบอลไม่ได้แตกต่างไปจากอดีตเลย เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทีมสปิริต”

DFB

คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ตลอดเวลาหรอก มันก็ต้องมีช่วงที่ที่ดีที่สุดและช่วงที่เลวร้ายที่สุดบ้าง เพราะมันเป็นวีถีของเกมลูกหนัง

สำหรับ เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมอบรมโค้ชในโครงการ 12 Level Kurs Coaching Education ที่ บาเยิร์น มิวนิค ได้จัดขึ้นในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท สปอร์ต ไทย บาวาเรีย จำกัด ออฟฟิศเชียล พาร์ทเนอร์ ของสโมสร

Comments