10 ปีที่รอคอย, ปาร์ค ฮัง ซอ ผู้ทรนง : เจาะเหตุผลส่งเวียดนามผงาดแชมป์อาเซียน 2018

ประตูโทนจาก เหงียน อันห์ ดุค กองหน้าตัวเก๋าของทีมชาติเวียดนาม ที่ส่งบอลผ่านมือ ฟาริซาล มาร์เลียส นายทวารทีมชาติมาเลเซีย ตั้งแต่ 6 นาทีแรกของเกมที่สนามมี ดิ่นห์ สเตเดี้ยม ก็เพียงพอที่จะส่งทัพดาวทองเถลิงแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จที่แฟนบอลเวียดนามรอคอยมานานนับ 10 ปี หลังจากได้แชมป์สมัยแรกเมื่อปี 2008

นับว่าเป็นปีทองอย่างแท้จริงสำหรับวงการฟุตบอลเวียดนาม เมื่อพวกเขาร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย พัฒนาร่วมกันอย่างก้าวกระโดด จนทำให้พลพรรคดาวทองก้าวขึ้นไปคว้ารองแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ต่อยอดมาถึงการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย และล่าสุดพวกเขากำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในรายการชิงแชมป์อาเซียน เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่คือแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี และพวกเขาก็สามารถทำได้สำเร็จบนแผ่นดินตัวเองด้วยชัยชนะเหนือทีมชาติมาเลเซีย 1-0 รวมผลสองนัดชนะ 3-2

ความสำเร็จที่มองเห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ของทีมชาติเวียดนามยุคนี้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้ฟลุ๊ก FOX Sports Thailand ขอนำเสนอปัจจัยสำคัญที่มองเห็นในทีมชุดนี้ของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ที่ก้าวมาพลิกโฉมฟุตบอลของเวียดนาม และสามารถพาทีมก้าวขึ้นไปเก็บดาวดวงที่สองมาประดับทีมได้สำเร็จในฐานะแชมป์อาเซียน 2018

10 ปีที่รอคอย

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ทีมชาติเวียดนามเถลิงแชมป์อาเซียนสมัยแรกและสมัยเดียวของพวกเขา เมื่อปี 2008 ทัพดาวทองไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ได้อีกเลย ไม่แม้แต่จะสืบเท้าเข้ามาในรอบชิงชนะเลิศของรายการนี้

นั่นจึงเป็นความล้มเหลวและล้าหลังของวงการฟุตบอลเวียดนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้พวกเขาต้องเริ่มคิด เริ่มทำ เริ่มเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น เพื่อที่จะก้าวขึ้นมาต่อกรกับทีมชาติไทยและชาติอื่นๆในอนาคต และดูเหมือนว่าเวลาที่ผ่านไปนานนับสิบปี พวกเขามีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด สถาปนาตัวเองให้กลายเป็นทีมท้าชิงในแถบภูมิภาคอาเซียนอีกหนึ่งทีม ผลงานรองแชมป์ในศึกชิงแชมป์เอเชีย U23 ช่วงต้นปี และการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ศึกเอเชียนเกมส์ นั่นคือความสำเร็จของทีมชาติเวียดนามที่แฟนบอลอย่างเราๆเห็นได้ด้วยตา

ในศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้คงถึงเวลาของทีมชาติเวียดนามยุคใหม่แล้ว ที่จะขอก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งของภูมิภาค และบอกลาความล้มเหลวต่างๆอย่างอดีตที่ผ่านมา

ปาร์ค ฮัง ซอ ผู้ทรนง

เฮดโค้ชคนเก่งชาวเกาหลีใต้เข้ามารับงานคุมทีมชาติเวียดนามในเดือนกันยายน ปี 2017 หลังจากที่ เหงียน ฮู ธัง กุนซือคนก่อนหน้านี้ ตัดสินใจลาออก หลังพาทีมตกรอบแรกซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ทัพดาวทองเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นและทัศนคติไปโดยสิ้นเชิง

อดีตผู้ช่วยของ กุสส์ ฮิดดิ้งค์ ยอดกุนซือชาวเนเธอร์แลนด์ มีคาแรคเตอร์ของความเป็นผู้ชนะอยู่ในตัว รวมไปถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ สังเกตได้จากอารมณ์ร่วมในเกมของปาร์ค ฮัง ซอ ที่พร้อมจะกระตุ้นลูกทีมอยู่เสมอ นอกจากนั้นกุนซือวัย 59 ปี ยังเพียบพร้อมไปด้วยบารมีที่นักเตะทุกคนให้การยอมรับ นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ส่งผลให้ทัพดาวทองพุ่งชนกับความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้

แฟนบอลทัพดาวทอง แดงทั้งแผ่นดิน

“เราจะทำให้นัดที่สองที่ฮานอย เป็นงานง่ายสำหรับเรา

หนึ่งประโยคปลุกใจเพื่อนร่วมทีมของ เหงียน คอง เฟือง แนวรุกตัวอันตรายของทีมชาติเวียดนาม ที่กล่าวเอาไว้ก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่ทัพดาวทองบุกไปเสมอมาเลเซีย 2-2 ถึงสนามบูกิต จาลิล

เป็นวาทะที่เปี่ยมไปด้วยพลังกายและพลังใจชั้นดี บ่งบอกได้ว่าพวกเขาทุกคนพร้อมแล้วกับการไล่ล่าความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้ หนึ่งในความภาคภูมิใจของวงการฟุตบอลเวียดนามนั่นก็คือแฟนบอลที่พร้อมให้การสนับสนุนทีมชาติของพวกเขาอยู่เสมอ เช่นเดียวกับพลพรรคนักเตะทัพดาวทองก็มีหน้าที่ลงไปเล่นเพื่อตอบแทนเสียงเชียร์ที่ถูกตะโกนออกไป

ในเกมที่เวียดนามเปิดสนามมี ดิ่นห์ สเตเดี้ยม เอาชนะ มาเลเซีย 2-0 บรรยากาศในสนามไม่ต่างอะไรกับฟุตบอลแถบอเมริกาใต้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟนบอลเชียร์ด้วยความบ้าคลั่ง ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าวถนนทุกเส้นเต็มไปด้วยผู้คนสวมเสื้อสีแดง พร้อมธงชาติที่มีดาวสีทองโบกสะบัดกันทั่วเมือง นับว่าเป็นแรงขับชิ้นสำคัญที่อาจจะผลักดันให้ทีมชาติเวียดนามชุดนี้ก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์

รวมดาวเตะฝีเท้าดีแห่งยุค

นี่คือทีมชาติเวียดนามที่สมบูรณ์แบบที่สุดในรอบ 10 ปี แฟนบอลทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านักเตะและสตาฟฟ์โค้ชชุดนี้ มีโอกาสก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุด

ผู้รักษาประตูอย่าง ดัง วัน ลาม กองหลังอย่าง เหงียน ก๊อก ไฮ กองกลางคลาสสูงอย่าง เหงียน วาน เควียต (กัปตันทีม), เหงียน กวง ไฮ, เลือง ซวน ตรวง และกองหน้าอย่าง เหงียน คอง เฟือง, เหงียน อันห์ ดุค ล้วนแล้วแต่เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าดีทั้งนั้น ซึ่งในแต่ละตำแหน่งของทัพดาวทองชุดนี้ต้องบอกว่าแข็งแกร่งทุกจุด

เกมแรกกับทีมชาติลาว จบลงด้วยสกอร์ 3-0 พวกเขาได้ประตูจาก เหงียน คอง เฟือง, เหงียน อันห์ ดุค และเหงียน กวง ไฮ เก็บสามแต้มไปแบบสบายๆ ด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าชัดเจน

เกมที่สองกับมาเลเซีย ลูกทีมของปาร์ค ฮัง ซอ ครองบอลแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่คว่ำพลพรรคเสือเหลืองที่ครองเกมได้มากกว่า ด้วยสกอร์ 2-0 นัดที่สามพวกเขาบุกไปเสมอทีมชาติเมียนมาร์ 0-0 ก่อนที่จะกลับมาเล่นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเอาชนะกัมพูชา 3-0 กรุยทางผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างสวยหรู

ลูกทีมของปาร์ค ฮัง ซอ เดินทางมาถึงรอบตัดเชือก โดยการบุกไปเยือนฟิลิปปินส์ รองแชมป์กลุ่มบี ก่อนเอาชนะกลับมาได้ 2-1 นั่นทำให้งานนัดที่สองที่กรุงฮานอย พวกเขาเล่นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตุนอเวย์โกลมาถึงสองประตู ก่อนที่จะเปิดบ้านย้ำชัยชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 รวมผลสองนัด เวียดนามผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยประตูรวม 4-2

เวียดนามพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือทีมที่ไม่ใช่ว่าใครจะเอาชนะได้ง่ายๆ เวียดนามชุดนี้มีจุดเด่นที่ชัดเจนคือการเล่นเป็นทีม เคลื่อนบอล ขยับเข้าหาบอลแทบทุกจังหวะ ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศทั้งสองนัดกับมาเลเซีย พวกเขาเฝ้ารอโอกาสอย่างอดทน ในเกมที่ทัพเสือเหลืองครองบอลบุกได้มากกว่า มีจังหวะการเข้าทำที่มากกว่า และมีการส่งบอลกันมากกว่า แต่ทว่าเป็นทางฝั่งเวียดนามที่ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้มากกว่า รวมผลสองนัดทั้งที่บูกิต จาลิล และมี ดิ่นห์ สเตเดี้ยม ทัพดาวทองเอาชนะมาเลเซียไปได้ 3-2 คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ไปในที่สุด

Comments