ตามรอยเอเธอริดจ์: กฎใหม่พรีเมียร์ลีกเอื้อประโยชน์ต่อนักเตะอาเซียนหรือไม่?

Premier League

หลังจากที่พรีเมียร์ลีกตกลงกับข้อเสนอของทางสหพันธ์ฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่จะลดจำนวนผู้เล่นต่างชาติในทีมจาก 17 คนเหลือ 12 คน และอนุญาตให้เซ็นสัญญาเฉพาะนักเตะที่ติดทีมชาติ 50 อันดับแรกของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่าเท่านั้น 

ซึ่งในกฎใหม่ได้เพิ่มโควตาให้กับผู้เล่นโฮมโกรวน์ ซึ่งไม่จำกัดว่าจะเป็นผู้เล่นที่มาจากสหภาพยุโรปหรือไม่ก็ตาม แต่นั่นทำให้สโมสรในอังกฤษไม่สามารถซื้อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์นอกยุโรปได้

ผู้เล่นต่างชาตินอกอียูที่จะย้ายมาเล่นในลีกอังกฤษนั้น นอกจากจะต้องอยู่ใน 50 อันดับแรกของฟีฟ่าแล้ว ยังต้องลงเล่นให้กับทีมชาติตามจำนวนที่กำหนดก่อนย้ายมาร่วมทีม ส่วนผู้เล่นที่มาจากชาติต่ำกว่า 50 อันดับแรก จะไม่มีสิทธิ์ย้ายมาเล่นในอังกฤษในทุกกรณี

กฎใหม่ของเอฟเอ ถือเป็นการดับความหวังของนักเตะจากอาเซียนรวมไปถึงเอเชียใต้ที่ต้องการจะวาดลวดลายในพรีเมียร์ลีกอังกฤษโดยตรง ตามรอยนีล เอเธอริดจ์ ผู้รักษาประตูทีมชาติฟิลิปปินส์ของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซึ่งกลายเป็นผู้เล่นอาเซียนคนแรกที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่มีผู้เล่นอาเซียนและเอเชียใต้ลายรายที่ล้มเหลวในความพยายามที่จะเดินทางค้าแข่้งในดินแดนต้นกำเนิดแห่งฟุตบอล

ในปี 2011 ศูนย์หน้าดาวซัลโวสูงสุดของอินเดียอย่างสุนิล เชตรี เกือบได้เซ็นสัญญากับควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส แต่ต้องติดปัญหาเรื่องเวิร์กเพอร์มิต เช่นเดียวกันกับ เจเจ ลัลเพคลัว ที่มีโอกาสได้ไปทดสอบฝีเท้ากับกลาสโกว์ เรนเจอร์สในสก๊อตแลนด์

กูร์ปีต สิงห์ สันธุ ผู้รักษาประตูทีมชาติอินเดียเคยได้รับบการติดต่อจากโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ให้ย้ายมาร่วมทีมเอฟเวอร์ตัน แต่เจ้าตัวเลือกย้ายไปเล่นให้สตาบีคในนอร์เวย์เสียก่อน

ในปี 2007 ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำการซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับดึงตัว 3 แข้งไทยอย่างสุรีย์ สุขะ, เกียรติประวุฒิ สายแวว และธีรศิลป์ แดงดาไปร่วมทีม แต่ไม่สามารถลงเล่นให้กับซิตี้ได้ เนื่องด้วยปัญหาเวิร์กเพอร์มิต

มีเพียงธีรศิลป์คนเดียวที่ได้รับโอกาสทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสรในยุโรปทั้งควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส, เกตาเฟ่ และแอตเลติโก มาดริด แต่สุดท้ายเป็นอัลเมเรียที่ยืมตัวธีรศิลป์ไปร่วมทีม และกลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในลา ลีกา และทำประตูในเกมโคปา เดล เรย์ ที่เอาชนะเรอัล เบติส 4-3

ที่ผ่านมา หลายๆสโมสรได้พยายามหลีกเลี่ยงกฎการดึงตัวนักเตะที่มาจากชาติที่ต่ำกว่า 50 อันดับแรกของโลก และลงเล่นให้กับทีมชาติน้อยกว่า 75% ด้วยการปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวลงเล่น

อาร์เซนอลเซ็นสัญญาคว้าตัวเรียว มิยาอิชิ ก่อนปล่อยให้เฟเยนูร์ดยืมตัว เพื่อให้มีโอกาสทีมชาติญี่ปุ่นมากขึ้น แล้วค่อยดึงตัวกลับมารับใช้สโมสร แต่สุดท้ายอาร์เซนอลก็ต้องปล่อยให้เรียวให้พ้นจากทีมในที่สุด

ส่วนเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทำการคว้าตัว จาง ยู่หนิง ซึ่งในตอนนั้น ติดทีมชาติจีนไปแล้ว 6 นัด ก่อนปล่อยให้แวร์เดอร์ เบรเมน และ เอดีโอ เดน ฮาก ยืมตัวใช้งานจนถึงปัจจุบัน

*Yuning Zhang* of ADO Den Haag
จาง ยู่หนิง (Photo Courtesy of Angelo Blankespoor)

ในกรณีของปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่มากาบอง ซึ่งเป็น 1 ในชาติที่มีอันดับต่ำกว่าอันดับ 50 ของโลกกลับไม่มีปัญหาในการใช้เวิร์กเพอร์มิตแต่อย่างใด เนื่องจากผ่านประสบการลงเล่นมาอย่างโชกโชนทั้งในฝรั่งเศสและเยอรมนี เช่นเดียวกันกับวิคเตอร์ วานยามาของเคนยา ที่เริ่มต้นการค้าแข้งในเบลเยี่ยมกับเบียร์ชอต และลงเล่นให้กับทีมชาติเคนยามากกว่า 75% ก่อนไปสร้างชื่อเสียงกับเซลติกและเซาแธมป์ตัน และย้ายมาเล่นให้กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ในที่สุด

กฎนี้ช่วยให้พรีเมียร์ลีกได้นักเตะชั้นเยี่ยมจากชาติที่มีอันดับต่ำกว่า 50 อันดับแรก โดยผู้เล่นเลือกจะย้ายไปค้าแข้งในบุนเดสลีกาหรือดัตช์เอเรดิวิซี่เพื่อพิสูจน์ว่านักเตะมีความพร้อมที่จะ “ลงเล่นในลีกสหราชอาณาจักรได้แย่างเต็มที่” เช่นเดียวกับกรณีของโอบาเมยองและวานยาม่า

ชินจิ คากาวะและซน ฮึงมินถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คากาวะเป็นผู้เล่นดอร์ทชุดแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย ก่อนย้ายมาร่วมทีมแมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะไม่แปประสบความสำเร็จในการค้าแข้งบนถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่คากาวะถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเตะเอเชีย แม้ญี่ปุ่นจะติด 1 ใน 50 อันดับแรกก็ตาม

เช่นเดียวกันกับซน ฮึงมินที่เริ่มการค้าแข้งในเยอรมนีกับฮัมบูร์กและเลเวอร์คูเซ่น ก่อนกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของสเปอร์สแและทีมชาติเกาหลีใต้หลังจากการแขวนสตั๊ดของปาร์ค ชีซอง

ปาร์คย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2005 หลังมีส่วนช่วยในการพาพีเอสวีคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย และติดทีมชาติมากกว่า 50 นัดนับตั้งแต่ปี 2000

แต่ละประเทศล้วนมีมาตรฐานด้านฟุตบอลและอันดับฟีฟ่าที่แตกต่างกัน แต่กฎใหม่ของเอฟเอจะช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนให้แข้งเอเชียได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในสักวันหนึ่ง

 

 

Comments