หรือเป็นอาถรรพ์? : เปิดสถิติเบอร์ 7 ผีแดงหลัง “โรนัลโด้” ฟอร์มดับทุกราย

“หมายเลข 7” ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือหมายเลขเสื้อในตำนาน ผู้ที่เคยสวมใส่มันล้วนแล้วแต่เป็นนักเตะที่ชื่อเสียงโด่งดังระดับอมตะ ไม่ว่าจะเป็น จอร์จ เบสท์ ผู้ล่วงลับ , เอริค คันโตน่า , เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อย่างไรก็ตาม หลังจากดาวเตะโปรตุกีสย้ายออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปร่วมทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในปี 2009 เรื่องที่น่าตกใจคือหลังจากนั้น ผู้ที่สวมเสื้อเบอร์นี้ ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งกับสโมสร

และนี่คือ 5 นักเตะลงฟาดแข้งภายใต้ “หมายเลข 7” ของแมนฯยูไนเต็ด แต่พวกเขาควรจะลืมช่วงเวลาเหล่านั้น

1.ไมเคิ่ล โอเว่น (2009-2012)

จริงอยู่ โอเว่นมีช่วงเวลาที่น่าจดจำกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็นประตูชัยใน แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ นัดที่ชนะ แมนฯซิตี้ 4-3 , แฮตทริกในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมกับ โวล์ฟสบวร์ก บวกกับยิงประตูในเกมลีกได้ประปราย แถมท้ายด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกและสมัยเดียวในอาชีพค้าแข้งของเขา

อย่างไรก็ตาม เขากลายเป็นตัวเลือกรองอันดับสามของทีมในตำแหน่งศูนย์หน้า รองจาก ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ เวย์น รูนี่ย์ และทั้งสามฤดูกาลที่เขาเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาทำประตูในเกมลีกได้เพียง 5 ลูกเท่านั้น

อันที่จริง “เบบี้โกล์” มีปัญหาอาการบาดเจ็บตั้งแต่อยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดแล้ว และเขาก็ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคดังกล่าวอยู่ กระทั่งย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝันไปในปี 2012 และไปแขวนสตั๊ดกับสโต๊ค ซิตี้ ซึ่งในฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง เขาลงสนามไปเพียง 9 นัดในทุกรายการ และทำประตูได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น

แม้ โอเว่น จะมีช่วงเวลาที่ดีกับ ยูไนเต็ด อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่ “เบบี้โกล์” คนที่เรารู้จักสมัยอยู่กับ ลิเวอร์พูล และคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองเมื่อปี 2001

2.อันโตนิโอ วาเลนเซีย (2012-2013)

วาเลนเซีย แจ้งเกิดกับทีม “เดอะ ลาติกส์” วีแกน แอธเลติก โดยช่วงแรกของอาชีพค้าแข้ง เขาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก และสามารถขยับไปเล่นเป็นปีกขวาได้ โดยมีจุดเด่นที่ความแข็งแกร่ง กำยำ และมีความเร็วที่คู่แข่งเบียดปะทะยาก

การย้ายทีมของ โรนัลโด้ ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องหาตัวแทนในตำแหน่งริมเส้นเข้ามาเป็นการด่วน ก่อนมาได้ข้อสรุปที่ปีกทีมชาติเอกวาดอร์ ที่ เฟอร์กี้ หมายตามานานแรมปี

ในช่วงแรก วาเลนเซีย สวมเสื้อเบอร์ 25 ให้กับทีม “ปีศาจแดง” และทำผลงานได้ดีพอใช้ แต่จุดอ่อนของเขาที่มีมาเสมอคือการเปิดบอลที่แทบไม่เคยผ่านแบ็กฝั่งตรงข้าม และทำให้ทีม “ได้เพียงเตะมุม” อยู่บ่อยครั้ง

หลังจาก ไมเคิ่ล โอเว่น อำลาทีมไป เขารับหมายเลขเสื้อในตำนาน เบอร์ 7 มาใส่ต่อ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนั้น ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เขาทำไปเพียง 1 ประตู ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นเขายังเล่นเป็นปีก ไม่ใช่แบ็กเหมือนในปัจจุบัน

วาเลนเซีย บอกลาเสื้อหมายเลข 7 ไปพร้อมกับการอำลาทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ และขอกลับไปใส่หมายเลข 25 เช่นเดิม ทิ้งให้เสื้อหมายเลขนี้ไม่มีใครสวมใส่อยู่ 1 ฤดูกาลเต็มๆ ในช่วงที่ เดวิด มอยส์ เข้ามาคุมทีมต่อ

3.อังเคล ดิ มาเรีย (2014-2015)

ก่อนจะย้ายมาเล่นในอังกฤษ ดิ มาเรีย มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับทีม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เขาทำไป 11 ประตู แต่นั่นไม่เท่ากับความสามารถในการเปิดป้อนไปถึง 25 แอสซิสต์ทุกรายการ ถึงขนาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังเสียดายที่ ดิ มาเรีย ย้ายออกจากทีม เพราะไม่มีใครจ่ายบอลได้เนียนและรู้ใจเขา เท่ากับดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาอีกแล้ว

ดิ มาเรีย เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษในเวลานั้น และแน่นอน เขาได้รับเสื้อหมายเลข 7 ที่ว่างเว้นไม่มีใครใส่อยู่นาน 1 ซีซั่นเต็มๆ

อาจเพราะระบบของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ชอบดันเขาขึ้นไปเป็นกองหน้า ซึ่งเขาเล่นได้ไม่ถนัดนัก หรืออาจเป็นความมั่นใจ หรือเพราะเหตุผลอื่นๆด้านสภาพจิตใจ ทำให้ ดิ มาเรีย มีผลงานที่ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนกับตอนค้าแข้งในสเปน เขาทำไปเพียง 4 ประตู กับ 12 แอสซิสต์ในทุกรายการ แถมตกเป็นเพียงตัวสำรองในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของซีซั่น

ดิ มาเรีย ย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แฌร็กแม็ง ยักษ์ใหญ่แห่งลีก เอิง ฝรั่งเศส ในฤดูกาลถัดมา สื่ออังกฤษเห็นพ้องต้องกันว่า เขาคือการเซ็นสัญญาที่แย่ที่สุดของฤดูกาลนั้น แถมเขายังเป็นนักเตะหมายเลข 7 ที่แฟนยูไนเต็ด ไม่ชอบมากที่สุด กับทัศนคติการเล่นของเขาที่บางคนบอกว่าไม่ทุ่มเท ไม่สู้มากพอ หรือ มองทีม “ปีศาจแดง” เป็นเพียงทางผ่าน รอเวลาโยกไปค้าแข้งกับเปแอสเชเท่านั้น

4.เมมฟิส เดปาย (2015-2017)

เดปาย หรือหากเป็นชื่อที่เขาต้องการให้เรียกคือ “เมมฟิส” แจ้งเกิดในศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล เขามีส่วนสำคัญกับการพาทีม “อัศวินสีส้ม” คว้าอันดับที่ 3 ภายใต้การทำทีมของหลุยส์ ฟาน กัล

ฉะนั้นเมื่อ ฟาน กัล ย้ายมาทำงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาก็ไม่พลาดกับการดึงขุนพลคู่ใจรายนี้มาร่วมทีมจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พร้อมกับมอบเสื้อเบอร์ 7 ให้ ต่อจากอังเคล ดิ มาเรีย โดยยูไนเต็ด ปาดหน้าทั้ง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญามาร่วมทีมได้ในเวลานั้น แถมอดีตนักเตะพีเอสวี ที่เคยย้ายมา ยูไนเต็ดทั้ง ยาป สตัม , รุด ฟาน นิสเตลรอย และ พาร์ค ชี ซอง ก็ประสบความสำเร็จเข้าขั้นตำนานสโมสรทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เมมฟิส ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับการผลิตประตูให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยทำไปเพียง 2 ประตูในเกมลีกตลอด 2 ซีซั่น โดยแม้จะเล่นริมเส้นแต่ด้วยรูปร่างที่มีกล้ามเนื้อมากขึ้นทำให้เขามีสปีดความเร็วที่น้อยลง และลากเลื้อยผ่านคู่แข่งไม่ได้อย่างที่เคย ส่วนความแม่นยำในการส่องประตูก็หวังผลยาก

โจเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมต่อจาก หลุยส์ ฟาน กัล ในปี 2016 และแน่นอนว่าเมื่อโค้ชคู่ใจอย่าง ฟาน กัล โดนปลดออกไปแล้ว เขาจึงถูกขายให้กับ โอลิมปิก ลียง แต่น่าแปลกใจที่ เมมฟิส กลับมาคืนฟอร์มเทพถล่มประตูให้กับทีมอดีตแชมป์ลีก เอิง 7 สมัยซ้อน แถมมีประตูสุดสวยมากมายมาลงในโลกโซเชี่ยล ทำให้แฟน “ปีศาจแดง” บางส่วนเสียดายและมีเสียงเรียกร้องให้ทีมซื้อเขากลับมาอีกครั้ง

5.อเล็กซิส ซานเชซ (2018 – ปัจจุบัน)

หลังจาก เมมฟิส ย้ายทีมไปในช่วงต้นฤดูกาล 2016-2017 ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีนักเตะหมายเลข 7 อยู่ราว 1 ปีครึ่ง

ช่วงเวลานั้น โจเซ่ มูรินโญ่ ปรับทรงเกมรุกโดยดึงเอา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช , เฮนริค มคิทาร์ยาน เข้ามา กระทั่งทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก และ ลีก คัพ จากนั้น “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ก็ดึง โรเมลู ลูกากู เข้ามาเสริมเกมรุกอีกคน

ประเด็นอยู่ที่ มคิทาร์ยาน มีปัญหาส่วนตัวและความมั่นใจ ส่งผลให้เขาโดนมูรินโญ่ ดร็อปจากทีมบ่อยครั้ง และเมื่อได้ลงสนามก็เล่นได้ผิดฟอร์มอย่างเหลือเชื่อ ในช่วงตลาดซื้อขายหน้าหนาวฤดูกาล 2017-2018 มูรินโญ่ จึงเดินแผนเสริมทัพอีกครั้งด้วยการดึง อเล็กซิส ซานเชซ ที่กำลังจะหมดสัญญากับอาร์เซน่อล เข้ามาพร้อมด้วยค่าเหนื่อยสูงลิบลิ่ว พร้อมกับสลับ มคิทาร์ยาน ไปเล่นกับทีม “ปืนใหญ่” แทน

อเล็กซิส ในเวลานั้นคือหนึ่งในนักเตะชื่อดังคนหนึ่งของโลก เขาไม่กดดันกับการรับเสื้อหมายเลข 7 ที่แทบเป็นอาถรรพ์อยู่ราว 9 ปี แต่เหลือเชื่อที่นักเตะระดับอเล็กซิส ก็เป็นอีกคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ด้วยแผนการเล่นของ มูรินโญ่ ที่เน้นเกมรับเป็นหลัก ทำให้หลายครั้ง อเล็กซิส ต้องลงมาล้วงบอลต่ำหรือเชื่อมเกมกับเพื่อน และแทบไม่มีโอกาสทำประตูในแต่ละเกม ทำให้สถิติของเขาจนถึงเวลานี้ผ่านไป 8 เดือน เขาทำได้เพียง 4 ประตูให้กับ “ปีศาจแดง” รวมทุกรายการ

มีข่าวล่าสุดว่า เขาอาจโดนปล่อยตัวให้กับทีมอื่น โดยมีทั้งเปแอสเช และ เรอัล มาดริด เป็นเป้าหมายต่อไป ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อเล็กซิส ก็จะทิ้งเสื้อหมายเลข 7 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้ว่างเปล่าลงอีกครั้ง

และยังไม่ทราบว่า จะมีนักเตะคนใด กล้ามาสวมเสื้อหมายเลขนี้อีก ซึ่งปีหน้า (2019) ก็จะครบ 10 ปี ของอาถรรพ์ของเบอร์เสื้อในตำนานเบอร์นี้ของทีม “ปีศาจแดง”

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments