AFF Suzuki Cup 2018: 5 ประเด็นน่าสนใจหลังจบนัดแรก

Martin Martinez

มีประเด็นให้พูดถึงอยู่บ้างหลังผ่านไปแล้ว 4 วันสำหรับศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 จะมีเรื่องที่น่าสนใจอะไรบ้าง ติดตามได้ที่นี่

หลังจากที่ทุกทีมลงสนามกันไปแล้วอย่างน้อยทีมละหนึ่งนัด และมีบางทีมที่แข่งไปแล้วสองเกม เชื่อว่าหลายๆคนคงเริ่มเห็นอะไรกันบ้างแล้วในตลอด 4 วันที่ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ระเบิดศึกฟาดแข้งกันมา

นอกจากแต่ละเกมจะมีความตื่นเต้น เร้าใจ และการทำประตูที่สวยงามแล้ว FOX Sports Asia ขอพาทุกท่านมาพูดคุยถึงประเด็นที่น่าสนใจหลังผ่านนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม

5. ช่องว่างระหว่างแต่ละทีมดูเหมือนจะลดลงเรื่อยๆ

จากชัยชนะอย่างล้นหลามของ ไทย และ เวียดนาม ทำให้พวกเขายังคงเป็นตัวเต็งในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ในหลายๆเกมที่ผ่านมา ทีมที่ตกเป็นรองก็สามารถทำผลงานได้ดี และสร้างปัญหาให้กับทีมใหญ่ได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น การพบกันระหว่าง เมียนมา และ กัมพูชา โดยเมียนมาถูกมองว่าเป็นทีมที่เหนือกว่าและจะคว้าชัยในเกมนี้ง่ายๆ แม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะเอาชนะมาได้ 4-1 แต่ทัพ ‘นักรบอังกอร์’ ได้สร้างปัญหาให้กับเมียนมาอย่างหนักในช่วงต้นเกม กัมพูชาได้ประตูจาก จัน วัฒนากา ในนาทีที่ 23 และยันสกอร์นำไว้ได้จนถึงนาทีที่ 60 ก่อนจะแพ้ไปในที่สุด

เช่นเดียวกันกับ ติมอร์-เลสเต แม้ว่าจะแพ้ไทยมาอย่างราบคาบ และถูกมองว่าเป็นรองอย่างมากในเกมที่เจอกับ อินโดนีเซีย แต่พวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการยันเสมอทัพอิเหนาได้ 0-0 ในครึ่งแรก และได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก วอลเตอร์ กามา ในครึ่งหลัง ก่อนที่จะต้านความแข็งแกร่งของอินโดนีเซียไม่ไหวและแพ้ไป แต่ ติมอร์-เลสเต้ แสดงให้เห็นว่า พวกเขาสู้ได้เหมือนกัน

4. ตัวเต็งอย่างไทยเปิดหัวได้ยอดเยี่ยม

แชมป์เก่าอย่าง ทีมชาติไทย ลงสนามนัดแรกด้วยผลงานที่น่าประทับใจ หลังถล่ม ติมอร์-เลสเต ขาดลอย 7-0 และเป็น อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ทำคนเดียวถึง 6 ประตู แม้ว่าทัพช้างศึกจะเป็นต่อในเกมนี้อย่างมาก แต่พวกเขาตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนด้วยฟอร์มที่เด็ดขาดและไม่ปล่อยโอกาสหลุดมือไป

จากผลงานในนัดแรก โชว์ให้เห็นว่า ไทย มุ่งมั่นและต้องการมาป้องกันแชมป์ ซึ่งหากพวกเขาทำได้ ไทยจะกลายเป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์ เอเอเอฟ ซูซูกิ คัพ ได้สามครั้งติดต่อกัน

สำหรับเกมต่อไป ทีมชาติไทย จะลงสนามพบ อินโดนีเซีย ในวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.30 น.

3. สิงคโปร์มีผลงานที่น่าประทับใจ

แชมป์ 4 สมัย ทำผลงานได้น่าผิดหวังในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ สองครั้งที่ผ่านมา โดยพวกเขาไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ได้เลย แต่หลังจาก สิงคโปร์ ลงสนามไปแล้วสองนัด ดูเหมือนว่า พวกเขากำลังจะกลับมาผงาดในรายการนี้อีกครั้ง

สิงคโปร์ เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Group of Death ในปีนี้ และเริ่มต้นด้วยการเปิดบ้านเฉือน อินโดนีเซีย 1-0 ก่อนที่จะบุกพ่าย ฟิลิปปินส์ ทีมที่เต็มไปด้วยลูกครึ่ง 0-1 ในนัดต่อมา อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ The Azkals สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นที่ดีเกินคาดออกมาให้แฟนบอลได้เห็น

แม้ว่าจะเก็บได้เพียงสามคะแนนจากสองนัด แต่ สิงคโปร์ ยังมีหวังในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์อีกครั้งในรอบสองปี

2. อินโดนีเซียต้องรีบแก้ไขผลงานอย่างเร่งด่วน

รองแชมป์เก่าปีที่แล้ว ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งของศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และมักจะถูกคาดหวังอย่างสูงเวลาที่พวกเขาลงสนาม แม้ว่าทัพอิเหนายังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ แต่พวกเขาก็จบที่รองแชมป์มาแล้วถึง 5 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซีย เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ในปีนี้ได้ไม่สวย เมื่อพวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อ สิงคโปร์ อย่างน่าเสียดาย 0-1 แม้ว่าจะคว้าชัยเหนือ ติมอร์-เลสเต มาได้ในนัดที่สอง แต่พวกเขากลับทำผลงานได้ไม่น่าพอใจอย่างที่ควร

นอกจากเกมครึ่งแรกที่ไม่สามารถทำประตูได้ อินโดนีเซีย ยังเสียประตูให้กับ ติมอร์ฯ ในครึ่งหลังอีกด้วย และกว่าจะมาได้ประตู พวกเขาต้องรอถึงนาทีที่ 60 กับการเจอ ติมอร์-เลสเต ทีมที่ไม่มีใครคิดว่าจะสร้างปัญหาให้พวกเขาได้

1. กลุ่มบีคือ Group of Death ที่แท้ทรู

ทุกทีมในกลุ่มบีพิสูจน์ให้เห็นว่า กลุ่มนี้คือกลุ่มที่แข็งจริงๆ เพราะมีทั้งแชมป์เก่าอย่าง ไทย, สิงคโปร์ แชมป์ 4 สมัย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และ หนึ่งทีมม้ามืดอย่าง ติมอร์-เลสเต

ผ่านมาแล้ว 4 วัน เราได้เห็นความเข้มข้นของกลุ่มนี้กันแล้ว ซึ่งมีถึง 4 ทีมที่เก็บได้สามคะแนนและไล่จี้กันอย่างสนุก โดยทีมชาติไทยนำเป็นจ่าฝูงแม้แข่งได้เพียงหนึ่งนัด แต่มีประตูได้เสียที่ดีกว่าทีมอื่นๆจาก 7 ประตูในเกมแรก

อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และ ติมอร์-เลสเต ลงสนามไปแล้วสองนัด ทำให้ ฟิลิปปินส์ กับ ไทย ได้เปรียบเรื่องจำนวนนัดอยู่ โดยถึงตรงนี้ เรายังฟันธงไม่ได้ว่าใครจะเป็นตัวแทนของกลุ่มที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป

(Photos credit: AFF Suzuki Cup)

Comments