ฟอร์มเทพเลกแรก ฟอร์มหลุดเลกสอง : จุดเปลี่ยน ‘ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา’ หลุดโค้งชวดแชมป์เจลีก 2018

ศึกฟุตบอลเจลีก 2018 ได้บทสรุปทีมแชมป์เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล เป็นอีกหนึ่งปีที่ยอดเยี่ยมของ คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ ทีมแกร่งแถวหน้าของประเทศญี่ปุ่น ที่ยังรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นเข้าป้ายซิวแชมป์เจลีกสองสมัยติดต่อกัน

ขณะที่ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ที่มี ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ค้าแข้งอยู่ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังและน่าเจ็บใจ หลังจากที่พวกเขานำโด่งเป็นจ่าฝูงมาตลอด ก่อนที่จะมาสะดุดขาตัวเองล้มพับไปแบบลุกไม่ขึ้น รู้ตัวอีกทีก็ถูก คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ เร่งเครื่องแซงคว้าแชมป์แบบม้วนเดียวจบ

FOX Sports Thailand นำเสนอจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา อดีตแชมป์เจลีก 3 สมัย หลุดฟอร์มพลาดแชมป์ไปแบบน่าเสียดาย

พาทริคฟอร์มตก

ในเมื่อกองหน้าตัวความหวังของทีมฟอร์มดร็อปลงไป มันก็เป็นเรื่องปกติที่ฟอร์มของทีมจะตกลงไปด้วย ในช่วงเลกแรกของศึกเจลีก พาทริค หัวหอกชาวบราซิล กระหน่ำยิงให้ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา 12 ประตู จากการลงเล่น 17 นัด ช่วยทีมขึ้นไปผงาดเป็นจ่าฝูงอย่างสง่าผ่าเผย

ขณะที่ในช่วงเลกสอง พาทริค กลับฟอร์มตกไปแบบน่าใจหาย ยิงไปเพียงแค่ 8 ประตู และในหลายๆครั้งเจ้าตัวเกิดอาการเสียทรงขึ้นมาดื้อๆ เช่น การฝืนเล่นในแต่ละจังหวะ หรือพยายามเล่นแบบวันแมนโชว์มากเกินไป ล่าสุด พาทริคเจาะตาข่ายคู่แข่งไม่ได้มา 5 เกมติดต่อกันแล้ว

แผนการเล่นผิดพลาด คลาดเคลื่อน

ในหลายๆแมตช์ ฮิโรชิ โจกุฟุ เฮดโค้ชซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา เลือกใช้กองหน้าที่ทีมมีอยู่ เช่น พาทริค หัวหอกมือวางอันดับหนึ่ง, ธีรศิลป์ แดงดา, ไดกิ วาตาริ และมาซาโตะ คุโดะ แบบไร้ประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของตัวโจกุฟุเอง ที่ไม่สามารถหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับพาทริคได้

gettyimages

หากเทียบกันตามสถิติการยิงประตูของสามกองหน้าที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ของพาทริคได้ สถิติชี้ชัดที่ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย เมื่อเขายิงไป 6 ประตู 3 แอสซิสต์ มากกว่าทั้ง ไดกิ วาตาริ และมาซาโตะ คุโดะ สงกองหน้าชาวญี่ปุ่นที่ยิงในเกมลีกไปแค่คนละประตูเท่านั้น

ในทางกลับกันถึงแม้ว่า ธีรศิลป์ จะมีสถิติการทำประตูที่ชัดเจนกว่า แต่ทว่ากองหน้าทีมชาติไทยกลับได้รับโอกาสในการลงเป็นตัวจริงน้อยกว่า ไดกิ วาตาริ ด้วยซ้ำ นั่นจึงเป็นปัญหาที่ ฮิโรชิ โจกุฟุ พบเจอมาตลอดในฤดูกาลนี้

ฟอร์มเทพเลกแรก ฟอร์มหลุดเลกสอง

นับตั้งแต่ศึกเจลีก 2018 เปิดฤดูกาล ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู พวกเขาประเดิมชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลด้วยการเปิดบ้านเอาชนะคอนซาโดเล ซัปโปโร 1-0 โดยในเกมนั้น ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ประเดิมประตูแรกในการค้าแข้งบนแผ่นดินญี่ปุ่นได้อีกด้วย

หลังจากนั้นอีก 8 เกมพวกเขาไม่แพ้ใคร มีแค่สะดุดเสมอกับจูบิโล อิวาตะ 0-0 โกยแต้มนำโด่งเป็นจ่าฝูงแบบเพียงผู้เดียว ยิงได้ 12 ประตู เสียแค่ 2 ประตูเท่านั้น นั่นคือภาพรวมผลงานอันสวยหรูในช่วง 9 เกมแรกของซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ก่อนที่พวกเขาจะจบเลกแรกด้วยผลงาน 17 นัด ชนะ 13 เสมอ 2 แพ้ 2

เมื่อผลงานดีเยี่ยมขนาดนี้ทำให้แฟนบอลฮิโรชิมา รวมไปถึงแฟนบอลชาวไทยที่ส่งใจเชียร์ ธีรศิลป์ แดงดา เริ่มจะคิดถึงการก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์เจลีกกันแล้ว แต่ทว่าพอเริ่มเลกสองมา ฟอร์มของลูกทีม ฮิโรชิ โจกุฟุ กลับช็อตไปดื้อๆเสียอย่างนั้นโดยเฉพาะตำแหน่งเกมรับที่เสียประตูเป็นว่าเล่น

ตลอด 17 นัดในเลกแรก ซานเฟรซเซเสียประตูให้คู่แข่งแค่ 8 ประตูเท่านั้น แต่ในช่วงเลกสอง (นับถึงเกมลีกนัดที่ 32 ของฤดูกาล) พวกเขามีปัญหาในเกมรับอย่างชัดเจนถูกคู่แข่งกระทุ้งไป 23 ประตูจาก 15 นัด เรียกได้ว่าตั้งแต่ขึ้นเลกสองมาพวกเขาเสียประตูเพิ่มขึ้นสามเท่าจากเลกแรก

นอกจากนั้นผลงานของทีมก็รูดลงอย่างน่าใจหาย ปัจจุบันพวกเขาไม่ชนะทีมใดมา 7 เกมติดต่อกัน ชัยชนะในเกมลีกนัดล่าสุดของซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน หรือสองเดือนที่แล้ว นัดที่เปิดบ้านเอาชนะคาชิมา อันท์เลอร์ 3-1 จากทีมที่ครองจ่าฝูงมาตลอด 23 สัปดาห์ ในวันนี้พวกเขาหล่นมารั้งอันดับที่ 2 แบบไม่มีเวลาให้แก้ตัว พร้อมกับนั่งมองคาวาซากิ ฟรอนทาเล่ เร่งเครื่องแซงเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปแบบเจ็บปวดใจ

Comments