หวังสูงผลงานไม่เปรี้ยง : 6 แข้งดังฟอร์มตกพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

11 เกมผ่านไป หลายๆทีมเริ่มเล่นกันอย่างเข้ารูปเข้ารอย โดยมี แมนฯซิตี้ เป็นทีมนำ ขณะที่ทีมน้องใหม่ก็ต่างยังเอาตัวไม่รอดถึง 2 ทีม ในโซนท้ายตาราง

แต่หากวิเคราะห์เจาะไปยังเรื่องนักเตะ มีคนที่เล่นได้เข้าตา แต่สำหรับงานเขียนชิ้นนี้ เราจะไปเจาะกันที่ นักเตะฟอร์มตก 6 รายที่เห็นเด่นชัดที่สุดในพรีเมียร์ลีก เราไปเยี่ยมเยียนพวกเขากัน

6. เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้)

สองฤดูกาลที่แล้ว เจมี่ วาร์ดี้ คือกองหน้าที่ฟอร์มแรงที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะซีซั่นที่พา เลสเตอร์ คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตามทุกอย่างเปลี่ยนไป ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นไป 11 เกม และยิงเข้ากรอบเพียง 11 ครั้ง เฉลี่ยนัดละเกมเท่านั้น

โอกาสยิงรวม 22 ครั้ง เปลี่ยนเป็นเพียง 3 ประตู และแม้เขาจะทำไป 1 แอสซิสต์ก็ตาม แต่การสัมผัสบอลเพียง 177 ครั้ง และอยู่ในอันดับที่ 287 ก็แสดงให้เห็นว่าสัญชาตญาณหน้าปากประตูของเขาหายไปพอสมควร

5. อัลบาโร่ โมราต้า (เชลซี)

2 ประตูในช่วงสุดสัปดาห์กับ คริสตัล พาเลซ ทำให้เซนส์ในการทำประตูของเขาเหมือนจะกลับมาอีกครั้ง แต่การทำได้เพียง 5 ประตูจากโอกาสยิง 26 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าเขาต้องทำงานหนักมากเพื่อพิสูจน์ให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้เห็น ในฐานะศูนย์หน้าตัวหลัก

โมราต้า ยังเป็นศูนย์หน้าที่โดนจับล้ำหน้าถึง 10 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงการขาดสมาธิกับการประคองไลน์

แถมเขายังไม่มีแอสซิสต์เลย และสัมผัสบอลได้เพียง 243 ครั้ง อยู่ในอันดับที่ 246

ทุกอย่างบ่งชัดว่าผลงานของเขาไม่ดีเลย ต้องพัฒนามากกว่านี้

4. โรเมลู ลูกากู (แมนฯยูไนเต็ด)

เขาอาจทำประตูในอาชีพค้าแข้งได้มากมาย อาจมากกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ตอนอายุเท่ากับเขาด้วยซ้ำ

แต่ฟอร์มของลูกากูในซีซั่นนี้ย่ำแย่อย่างน่าเกลียด กระทั่งเกมล่าสุดกับบอร์นมัธ อเล็กซิส ซานเชซ ได้ลงสนามเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแทน

ฤดูกาลนี้เขาทำไป 4 ประตู จากโอกาสยิง 20 ครั้ง และยิงเข้ากรอบไม่ถึงครึ่ง

ไม่มีแอสซิสต์ และสัมผัสบอลอยู่ที่ 289 ครั้ง อยู่ในอันดับที่ 226 ของลีก ยังห่างไกลกับค่าตัว 75 ล้านปอนด์ที่ เร้ด เดวิลส์ ดึงตัวเขามาเสริมทีมเมื่อฤดูกาลก่อน

3. ฟิล โจนส์ (แมนฯยูไนเต็ด)

โหดร้ายไปหรือไม่หากจะบอกว่า โจนส์ คือความน่าอับอายของยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม สถิติบ่งชัด เขาสกัดบอลได้เพียงครั้งเดียว , บล็อกบอลไม่ได้เลย และตัดบอลได้เพียง 2 ครั้ง แม้จะมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่หากวัดเพียงสถิติ มูรินโญ่ ไม่ควรมีกองหลังที่เล่นได้แค่นี้ หากยังหวังพัฒนาทีมให้เท่า แมนฯซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง

2. อัลแบร์โต้ โมเรโน่ (ลิเวอร์พูล)

เจอร์เก้น คล็อปป์ หลงมนต์เสน่ห์ของการเพรสซิ่งสูงอย่างบ้าบิ่น แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นเกมรับจะบีบขึ้นมาจนหลุดตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล มีปัญหาเรื่องเกมรับกวนใจ แม้เกมรุกจะดีที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป ซึ่งปัญหาดังกล่าว คล็อปป์ แก้ไขด้วยการดึงแฟร์กิล ฟาน ไดจ์ค เข้ามาเป็นพี่ใหญ่ และทำให้แผงกองหลังโชว์ฟอร์มได้อยู่ตัวแล้วยกชุด

อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้พูดถึง โมเรโน่ ที่ฟอร์มยังไม่กระเตื้องขึ้นมา และไม่แปลกที่เขาจะตกเป็นตัวสำรองยาว

เขาเข้าสกัดบอลได้เพียง 2 ครั้ง , บล็อกบอลไม่ได้ และ ตัดบอลได้เพียง 2 ครั้ง ไม่แปลกใจที่ทำไม คล็อปป์ ถึงไม่ไว้ใจในตัวเขา

1. แว็งซ็องต์ ก็องปานี (แมนฯซิตี้)

เขาคือผู้นำของทีม และจุดศูนย์กลางทางจิตใจของสโมสร

แต่ปัญหาของ ก็องปานี อยู่ที่อาการบาดเจ็บที่เล่นงานต่อเนื่องในช่วงท้ายอาชีพค้าแข้ง จนมีคำถามว่า เวลาของแข้งเบลเจี้ยนที่เอติฮัด สเตเดี้ยมควรจะหมดลงหรือยัง

เขาสกัดบอลได้ 2 ครั้ง , 3 บล็อก และตัดบอลได้ 5 ครั้ง ซึ่งยังไม่ดีพอ และบางที นี่อาจเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่เราเห็นเขาเล่นให้กับ “เรือใบสีฟ้า” แม้จะเขาจะเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ของ ซิตี้ ที่ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ก็ตาม

Comments