แผงกลางที่ดีที่สุดในไทย,ความท้าทายใหม่กองหน้า : ประเด็นน่าสนใจกับ 23 ขุนพลทัพช้างศึกลุยซูซูกิ คัพ 2018

ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ประกาศรายชื่อ 23 ขุนพล ลุยศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากเก็บตัวฝึกซ้อมมาสักระยะ และเตรียมเริ่มภารกิจป้องกันแชมป์อาเซียนทันทีในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่จะพบกับ ทีมชาติติมอร์ เลสเต

จาก 27 เหลือ 23 แน่นอนว่า 4 นักเตะที่ไม่ได้ไปต่อในทีมชุดนี้ ได้แก่ ขวัญชัย สุขล้อม, มาร์โก บัลลินี, รัตนากร ใหม่คามิ และอานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ล้วนได้ประสบการณ์อย่างมากมายจากแคมป์ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เพื่อพัฒนาและต่อยอดฝีเท้า ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในอนาคต ซึ่งก่อนทัวร์นาเมนต์ชิงจ้าวอาเซียนจะเริ่มต้นขึ้น FOX Sports Thailand รวบรวม 5 สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้ายของมิโลวาน ราเยวัช ในครั้งนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่

หมากเด็ดราเยวัช

ถือว่าเป็นการประกาศรายชื่อ 23 แข้งชุดสุดท้ายที่ไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไรมากนักสำหรับมิโลวาน ราเยวัช ผู้เล่นที่เตรียมไปชิงชัยในการแข่งขันครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวหลักของสโมสรแทบทั้งนั้น ว่ากันตามตรงคือพิจารณาตามฟอร์มที่ได้เห็นมาตลอดทั้งฤดูกาลในศึกโตโยต้า ไทยลีก โดย 4 ผู้เล่นที่ไม่ได้ไปต่อ มีสถานะเป็นแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ยังขาดประสบการณ์ แต่ยังมีโอกาสติดทีมในครั้งหน้า ฉะนั้นสำหรับผู้เล่นอย่างขวัญชัย สุขล้อม, มาร์โก บัลลินี, รัตนากร ใหม่คามิ และอานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ไม่มีอะไรที่พวกเขาต้องเสียใจแม้แต่น้อย

สิ่งที่น่าสนใจในทีมของราเยวัชชุดนี้ก็คือการมีผู้เล่นสารพัดประโยชน์ในแต่ละตำแหน่ง เช่น ตำแหน่งกองหลังนอกจากจะมีคู่เซนเตอร์แบ็คคู่บุญอย่าง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และ พรรษา เหมวิบูลย์ ยังมีปราการหลังลูกครึ่งที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งตรงกลางและวิงแบ็กอย่าง มิก้า ชูนวลศรี และ มานูเอล ทอม เบียร์ห ไว้เป็นตัวเลือกอีกด้วย ประกอบกับแบ็กขวา-ซ้ายที่ดีที่สุดในเมืองไทยตอนนี้อย่าง ฟิลิป โรเลอร์ และ กรกช วิริยอุดมศิริ น่าจะสร้างความยืดหยุ่นและทางเลือกในทีมชีตของราเยวัชได้เป็นอย่างดี

มือหนึ่งทีมชาติ

เป็นตำแหน่งที่ถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่แฟนบอลและสื่อมวลชนสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์นี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากสำหรับทัพช้างศึกที่มีตัวเลือกในตำแหน่งปราการด่านสุดท้ายฝีมือดีถึงสามคน ได้แก่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ฉัตรชัย บุตรพรม จากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และสรานนท์ อนุอินทร์ จากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ในรายของสรานนท์ แน่นอนว่าเขาถูกวางไว้ให้เป็นตัวสแตนบาย ขณะที่สองนายด่านแถวหน้าของเมืองไทย มีโอกาสมากกว่าที่จะได้ลงเล่นในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งศิวรักษ์และฉัตรชัยต่างมีสถิติที่ยอดเยี่ยม เมื่อลงรับใช้สโมสร นี่จึงเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของราเยวัชที่จะทำการเลือกผู้รักษาประตูมือดีขึ้นมาเป็นมือหนึ่งในศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้

ธนบูรณ์,มงคล สองแข้งที่เหลืออยู่จากครั้งที่แล้ว

ย้อนมองรายชื่อขุนพลทัพช้างศึกและเปรียบเทียบระหว่างครั้งที่แล้ว (ซูซูกิ คัพ 2016) กับครั้งปัจจุบัน มีนักเตะเพียง 2 คนเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่จากการคว้าแชมป์ครั้งล่าสุด นั่นคือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางจากบางกอกกล๊าส เอฟซี และ มงคล ทศไกร แนวรุกสารพัดประโยชน์จากโปลิศ เทโร เอฟซี นอกนั้นเป็นแข้งหน้าใหม่จากทีมชุดคว้าแชมป์ครั้งที่แล้วทั้งหมด

แน่นอนว่า ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เป็นนักเตะตัวหลักของทีมที่ทัพช้างศึกจะขาดไม่ได้ในตำแหน่งแดนกลาง ขณะเดียวกัน มงคล ทศไกร ก็ยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับแผนการเล่นของมิโลวาน ราเยวัช จะเห็นได้ว่ากุนซือชาวเซอร์เบียมักจะเค้นศักยภาพของจ่าเย็นออกมาใช้ได้ถูกที่ ถูกเวลา

แผงกลางที่ดีที่สุดในเมืองไทย

อีกหนึ่งจุดแข็งของทัพช้างศึกชุดนี้ คือ ตำแหน่งกองกลาง จากรายชื่อที่ประกาศออกมานั้นทีมของมิโลวาน ราเยวัช มีผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางที่ดีที่สุดในเมืองไทยตอนนี้อย่าง ปกเกล้า อนันต์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, สุมัญญา ปุริสาย สามเทพแห่งทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

นอกจากนั้นยังมีมิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และธนบูรณ์ เกษารัตน์ สองดูโอ้ของบางกอกกล๊าส เอฟซี ในตำแหน่งกลางสนาม ราเยวัชมีชอยส์ให้เลือกใช้ถึง 5 คน ซึ่งแต่ละคนล่วนเป็นแข่งระดับหัวกะทิแทบทั้งนั้น

ในตำแหน่งริมเส้นทีมชาติไทยชุดนี้ก็มีสองปีกสองฝั่งที่ดีที่สุดในเมืองไทยเช่นกัน นำโดย ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกจากการท่าเรือ เอฟซี พ่วงด้วยดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน ดาวเคะสารพัดประโยชน์จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เชื่อเหลือเกินว่ากองกลางของทีมชาติไทยชุดนี้จะเป็นการบ้านที่ราเยวัชยินดีที่จะปวดหัวเลือกนักเตะลงเล่นในแต่ละเกม เพราะแต่ละคนล้วนฝีเท้าดีทั้งสิ้น

ความท้าทายใหม่ของกองหน้า

ศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งที่แล้ว ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ฝากผลงานยอดเยี่ยมเอาไว้ด้วยการผงาดเป็นดาวซัลโวประจำรายการ แต่ในครั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้กลับมาช่วยทีม นั่นจึงเป็นภาระอันหนักอึ้งและความท้าทายครั้งสำคัญของกองหน้าชุดปัจจุบันอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร, ชนานันท์ ป้อมบุบผา และศุภชัย ใจเด็ด

ในรายของอดิศักดิ์ กลับมาติดทีมชาติไทยลุกซูซูกิ คัพ อีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2014 ที่เจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี แต่ทว่าในครั้งที่แล้วอดิศักดิ์ไม่ได้อยู่กับทีมเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ในบรรดากองหน้าทั้งสามคน หัวหอกจากเมืองทองดูจะมีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น

ขณะที่ชนานันท์ ในฤดูกาลที่ผ่านมาคงจะเป็นปีที่ดีที่สุดของเขาในอาชีพนักฟุตบอล หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับสุพรรณบุรี เอฟซี ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเป็นโอกาสดีของชนานันท์ที่จะได้โชว์ของในเวทีอาเซียน

รายสุดท้ายกองหน้าดาวรุ่งจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด พัฒนาฝีเท้าแบบก้าวกระโดดจากชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ก้าวมาติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จนมีชื่อเป็น 23 ขุนพลชุดสุดท้ายลุยชิงแชมป์อาเซียน นี่จึงเป็นแข้งดาวรุ่งที่รอวันแจ้งเกิดอย่างแท้จริงกับไทม์ไลน์ชีวิตนักฟุตบอลแบบพุ่งพรวด เชื่อว่าราเยวัชคงเห็นของดีในตัวศุภชัย ถึงขนาดกล้าหนีบเขามาลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่แบบนี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับศุภชัยที่จะใช้เวทีนี้โชว์ฝีเท้าของตัวเองออกมา

Comments