แนท on FOX : เนย์มาร์ … ผมคิดผิดที่ย้ายออกจากบาร์ซ่า ?

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

“โรนัลโด้เทียบอะไรกับเนย์มาร์ไม่ได้เลย นอกจากยิงจุดโทษกับเอาเข่ากระแทกบอลเข้าประตู”

ชาบี้ เอร์นันเดซ ออกโรงปกป้องน้องชาย ที่ปัจจุบันย้ายสังกัดไปอยู่ที่ฝรั่งเศส

“ในสถานการณ์ที่คับขัน เขาทำไม่ได้แบบเนย์มาร์ด้วยซ้ำ เขาแทบไม่เหลือทีเด็ดอะไรแล้ว”

แน่นอนว่า อดีตตำนานกองกลาง บาร์ซ่า ควันออกหูไปหน่อย หลังจากมีกระแสออกมาบอกว่า โรนัลโด้ คือผู้ชนะ ในเกมที่เรอัล มาดริด และ เปแอสเช พบกัน และฝ่ายแรกชนะไป 3-1

จะว่าไป เกมนั้น ทีมดังจากแดนปารีสก็โชว์ฟอร์มได้ดีแบบเถียงไม่ออก เพียงแต่พวกเขาฆ่า เรอัล ไม่ตาย มีจังหวะจะแจ้งหลายครั้งแต่จบไม่ได้ สุดท้ายก็โดนลงโทษไปด้วยสองประตูช่วงท้ายเกม

แต่ด้วยความสัตย์จริง หากวัดช่วงพีค ลีลาสเต็ปเท้าไฟที่เนย์มาร์เคยมี ย้อนไปราว 10-12 ปีก่อน โรนัลโด้ก็เคยเร็ว และพลิ้วแบบนั้นเหมือนกัน

ตอนนี้ด้วยวัยเลยสามสิบไปหลายปี ดาวเตะทีมชาติโปรตุกีสก็คงประคองตัวเองให้เล่นได้ในระดับที่ไม่ตกลงไปมาก จะให้ไปลากเลื้อยเหมือนเดิมคงไม่ไหว

แต่กระนั้น อดีตดาวเตะ แมนฯยูไนเต็ด ก็ยังยิงใน แชมเปี้ยนส์ ลีกไปแล้วถึง 11 ประตูนะครับ รวมสองประตูในเกมล่าสุดกับเปแอสเช

และผู้แพ้ในเกมนั้นอย่างเนย์มาร์ล่ะ เป็นอย่างไร ?

หากดูฟอร์มในสนาม เนย์มาร์ก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว เขาได้เล่นกับบอลทางกราบซ้ายบ่อยมาก และบีบให้ เรอัล ต้องใช้ อิสโก้ เข้ามาช่วยซ้อน นาโช่ ในตำแหน่งแบ็กขวาหลายครั้ง

เขาสร้างเกมขึ้นมาเองจากแดนกลาง ฝากบอลกับเพื่อน และวิ่งขึ้นไปด้านหน้าเพื่อหาพื้นที่ว่างลุ้นจบสกอร์

ทุกสิ่งทุกอย่าง เขาทำเต็มที่แล้ว เพียงแต่จังหวะจบสกอร์ในเกมนั้น ที่มันไม่ผ่านมือ เคย์เลอร์ นาวาส

จะว่าไปประตูขึ้นนำของ เปแอสเช เนย์มาร์ ก็เข้าไปบู๊กับ นาโช่ เพื่อบีบให้แนวรับ เรอัล สกัดบอลไปเข้าทาง อาเดรียน ราบิโอต์ ซัดตุงตาข่าย

แม้ว่าเกมนั้นเขาจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่หากวัดจากฟอร์มในสนาม เขาคือสตาร์ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นคนหนึ่ง

ด้วยความที่เป็นผู้แพ้ “ดอน บาลอน” สื่อสเปน ก็รีบตีข่าวซุบซิบว่า เนย์มาร์ แอบไปคุยกับ ลิโอเนล เมสซี่ รุ่นพี่ที่เคยรู้ใจแห่งบ้านเก่า

สื่อสเปนเจ้านี้เปิดเผยว่า เนย์มาร์ รีบต่อสายไปหา สตาร์ดังอาร์เจนไตน์ และยอมรับแบบเปิดอกว่า

“เสียดายที่ย้ายออกจากบาร์เซโลน่าไป”

เขารู้สึกว่าระดับฟุตบอลของนักเตะในทีม เปแอสเช ต่ำกว่า เรอัล มาดริด แม้ว่าทีมดังแห่งปารีเซียง จะประสบความสำเร็จแบบผูกขาดในประเทศก็ตาม

อดีตดาวรุ่งจากซานโต๊ส ยอมรับว่า เขาไม่รู้สึกเล่นฟุตบอลด้วยความท้าทายเหมือนเดิม ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ไล่ล่าชัยชนะและแชมป์ร่วมกับบาร์ซ่าทุกสัปดาห์

ที่สำคัญที่สุด เขาคิดถึงความเป็นทรีโอ MSN ร่วมกับ เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีความเข้าขารู้ใจกันมากกว่าการเล่นกับ เอดินสัน คาวานี่ และ คีเลี่ยน เอ็มบ๊าปเป้

แม้ว่าเขาจะได้รับความสะดวกสบาย เป็นศูนย์กลางหมายเลขหนึ่งของสโมสร แต่ในเมื่อเขาไม่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอล ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย

ทุกอย่างชี้ชะตาที่เกมหน้า หากทีมจากดินแดนหอไอเฟล ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย กระแสวิจารณ์จะทับถมกลับไปที่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ เนย์มาร์ จะต้องเจอ … มันก็เหมือนการย้ายที่ทำงานใหม่ครับ ทุกที่มีปัญหา อยู่ที่ว่า คุณจะเจอกับปัญหาแบบใด และจะรับมืออย่างไร

เมื่ออยู่ที่คัมป์ นู คุณอยากออกมาเพราะไม่อยากอยู่ใต้ร่มเงาของ เมสซี่ แต่ในเมื่อคุณเลือกเดินออกมาแล้ว คุณก็ต้องยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ที่สำคัญคือ ต้องจับมือและสู้ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ของคุณ

เพราะเอาเข้าจริงเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เปแอสเช ก็ไม่ได้มีขุมกำลังที่แย่ เกมรุกที่มีทั้ง คาวานี่ , เอ็มบ๊าปเป้ , จูเลี่ยน แดร็กซ์เล่อร์ และ อังเคล ดิ มาเรีย หากจูนกันติด ก็น่ากลัวไม่แพ้ทีมใดในโลกเช่นกัน

ไม่มีใครทราบว่าเรื่องราวที่ “ดอน บาลอน” นำมาเขียน ออกมาจากปากของเนย์มาร์ จริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง กลุ่มคนที่จะยิ้มอ่อนที่มุมปากคงเป็นเหล่า “อาซูลกราน่า” ที่คงมองว่า เนย์มาร์ ไร้ความหมายไปแล้ว เพราะพวกเขากำลังสร้างทีมใหม่ร่วมกับ อดีตสตาร์ลิเวอร์พูลอย่าง “ฟิลิเป้ คูตินโญ่”

แต่เรื่องนี้ มีอีกความเห็นที่มีอิทธิพลกับเนย์มาร์เช่นกันครับ เขาคือเทรนเนอร์ทีมชาติบราซิลอย่าง “ติเต้”

“ผมคิดว่าเนย์มาร์ กับ เปแอสเช จะเติบโตไปพร้อมกัน”

“การเล่นเป็นทีมที่เข้าขา มันไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาเพียงปีเดียว ฟุตบอลคือเกมที่ต้องเข้าขา และเข้าใจ มันต้องใช้ระยะเวลา”

ผมคิดว่าในมุมหนึ่ง เนย์มาร์ ย่อมต้องคิดถึงบาร์ซ่าอยู่แล้ว ยิ่งมาดูในสถานการณ์ ลา ลีกา ที่ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” นำโด่งเป็นจ่าฝูง เจ้าตัวคงรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สวมเสื้อสีเลือดหมูตัวเดิม ไปถล่มประตูและกอดคอดีใจกับเมสซี่ และ ซัวเรซ

เพียงแต่อีกมุมกลับ … การย้ายไปเปแอสเชทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สิ่งหนึ่งคือเขาเลือกที่จะตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของตัวเองไปแล้ว เขาต้อง “ยอมรับ” การตัดสินใจนั้น

และในเมื่อเขาต้องการออกจากร่มเงาของเมสซี่ ตอนนี้เขาก็มาอยู่ในจุดที่เขาต้องการแล้ว ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าเขาในทีม และไม่มีใครที่จะโชว์ลีลาพาบอลเลี้ยงหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามได้เพลินตาเท่ากับเขา

เพียงแต่ปัญหาที่เขาต้องเจอคือ การประสบความสำเร็จในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับเปแอสเช ที่ยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้แม้สักครั้งในประวัติศาสตร์

หาก เนย์มาร์ มองว่า การเล่นให้บาร์ซ่าทุกวันคือความท้าทาย … ภารกิจชิงถ้วยหูกางกับ เปแอสเช ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่แพ้กันครับ

ปีนี้มีสองอย่างที่เป็นเป้าหมายของเขา 1. พา เปแอสเชคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรก และ 2.พาบราซิลคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 6

หากทำได้ทั้งสองอย่าง เนย์มาร์ ก็จะกลายไปเป็นนักเตะหมายเลขหนึ่งของโลก อย่างไร้ข้อกังขาใดๆ

และถ้าถึงวันนั้นจริง มันจะเป็นการปิดฉากยุคสมัยของ “โรนัลโด้ และ เมสซี่” อย่างเป็นทางการด้วยเช่นกัน

Comments