ประวัติศาสตร์ความสูญเสีย : 5 โศกนาฏกรรมทางอากาศคร่าชีวิตคนลูกหนัง

โลกฟุตบอลต่างตกอยู่ในอาการช็อค เมื่อเจ้าของและประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ วิชัย ศรีวัฒนประภา ได้เสียชีวิตลงจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้กับสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม หลังจบเกมพรีเมียร์ลีกที่ “จิ้งจอกสนาม” เสมอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

คำไว้อาลัยจากทั่วทุกมุมโลก ต่างมอบให้กับชายที่ช่วยให้เลสเตอร์ขีดเขียนเทพนิยายแห่งฟุตบอลสมัยใหม่ เมื่อพวกเขากลายสภาพจากทีมหนีตกชั้น ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์แบบพลิกความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของนักธุรกิจชาวไทย ไม่ใช่ครั้งแรกที่วงการฟุตบอล สูญเสียคนลูกหนังจากอุบัติเหตุทางอากาศ และ FOX Sports Asia จึงขอรำลึก 5 เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดไปพร้อมๆ กัน

รองประธานสโมสรเชลซี แมทธิว ฮาร์ดิ้ง– 22 ตุลาคม  1996

แมทธิว ฮาร์ดิ้ง รองประธานคนหนุ่มของเชลซีเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับคุณวิชัยเมื่อปี 1996 และข่าวร้ายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็อาจจะย้อนความจำแฟนบอลเชลซี เนื่องจากฮาร์ดิ้งเพิ่งเสียชีวิตครบ 22 ปีเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยนักธุรกิจชาวสหราชอาณาจักรเสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกขณะที่กลับมาจากเกมลีก คัพ ที่โบลตัน ซึ่งเพื่อนที่เป็นสาวกเชลซีด้วยกันอย่าง เรย์ ดีน, โทนี่ เบอร์ริดจ์, จอห์น บอลดี้ และ มิค กอสส์ ก็จากโลกนี้ไปจากโศกนาฏกรรมดังกล่าวเช่นกัน

ฮาร์ดิ้งถือเป็นแฟนบอลเชลซีมาตลอดทั้งชีวิต และลงทุนไปหลายล้านปอนด์กับสโมสร หลังจากร่วมเป็นบอร์ดบริหารเมื่อปี 1994 ช่วยให้ทีมได้สร้างอัฒจันทร์ใหม่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และซื้อนักเตะหลายคนเข้ามา

น่าเสียดายที่ฮาร์ดิ้งไม่ได้มีโอกาสอยู่เห็นเชลซีประสบความสำเร็จ คว้าถ้วยแชมป์ใบแรกในรอบหลายปี อย่างเอฟเอ คัพ ในปี 1997 ที่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน หลังจากที่เขาเสียชีวิต

บัสบี้ เบ๊บส์ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – 6 กุมภาพันธ์ 1958

บางทีนี่อาจจะเป็นโศกนาฎกรรมที่ใหญ่หลวงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับทีมกีฬาเลยก็ว่าได้ เมื่อโศกนาฏกรรมที่มิวนิคในปี 1958 ได้คร่า 23 ชีวิต ซึ่งรวมถึง 8 แข้งชุดใหญ่ของ “ปีศาจแดง”, สต๊าฟฟ์โค้ช 3 คน และนักข่าวอีก 8 คนด้วยกัน ระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินทางกลับแมนเชสเตอร์ หลังจากที่ยูไนเต็ดของ แม็ตต์ บัสบี้ บุกไปเอาชนะ เร้ด สตาร์ เบลเกรด พร้อมกับตีตั๋วเข้ารอบรองชนะเลิศยูโรเปี้ยนคัพ

โดยในทีมชุดนั้นประกอบด้วยสุดยอดดาวรุ่งแห่งยุคนั้น อันเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ บัสบี้ เบ๊บส์ ซึ่งได้เข้าถึงรอบตัดเชือกเมื่อปีก่อนหน้า ก่อนจะตกรอบด้วยน้ำมือของ เรอัล มาดริด และได้ผ่านเข้าไปเล่นในฤดูกาล 1957-58 จากการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 อังกฤษ และมีตัวชูโรงอย่างกัปตันทีม โรเจอร์ ไบรน์ และ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ วัย 21 ปี ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในยุคนั้น

โศกนาฏกรรมดังกล่าวนำมาซึ่งอนาคตที่ไม่แน่นอนของสโมสร แต่ทีมยูไนเต็ดที่ร่อแร่ เหลือเพียงผู้เล่นสำรองกับนักเตะเยาวชน และมือขวาของบัสบี้อย่าง จิมมี่ เมอร์ฟี่ ก็ช่วยกันประคองให้ผ่านฤดูกาล 1957–58 ไปได้ ซึ่งบัวบี้ก็กลับมาคุมทีมข้างสนามอีกครั้งในซีซั่นถัดมา และสร้างนักเตะรุ่นสองของบัสบี้เบ๊บส์ ที่ประกอบด้วย จอร์จ เบสต์ และ เดนิส ลอว์ เช่นเดียวกับ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ บิลล์ โฟล์คส์ 2 ผู้รอดชีวิต พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปในอีก 10 ปีให้หลัง

ชาเปโคเอนเซ่ – 28 พฤศจิกายน 2016 

ณ ตอนนั้น ชาเปโคเอนเซ่กำลังจะขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเอง ในฐานะทีมเล็กๆ จากบราซิลที่เข้าไปชิงชนะเลิศรายการโคปา ซูดาเมริกาน่า แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมทางกีฬาที่ยิ่งใหย่ที่สุดในยุคปัจจุบัน เมื่อพวกเขากำลังเดินทางไปเล่นนัดชิงชนะเลิศ นัดแรกกับ แอตเลติโก นาซิอองนาล แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างทาง

โดยเครื่องบินเช่าเหมาลำเกิดตกขณะที่ใกล้ถึงสนามบินแห่งชาติ โฮเซ่ มาเรีย คอร์โดวา ใกล้กับกรุงเมเดลลิน ทำให้มีนักเตะ, ผู้สื่อข่าว และลูกเรือรวม 71 คนเสียชีวิต มีเพียง 6 คนที่รอดชีวิต รวมถึง 3 นักเตะอย่าง อลัน รัสเชล, เฮลิโอ เนโต้ และ แจ็คสัน โฟลล์แมน ที่ทั้งหมดต่างบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งหลังจากประสบอุบัติเหตุ แอตเลติโก นาซิอองนาล ก็ได้ยื่นคำร้องไปยังคอนเมโบล ให้มอบถ้วยแชมป์ซูดาเมริกาน่าแก่ชาเปโคเอนเซ่ ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ก็ได้มอบโทรฟี่ดังกล่าวในวันที่ 5 ธันวาคม และแอตเลติโกก็ได้รับรางวัลแฟร์เพลย์จากความมีสปิริตในครั้งนั้น

หลังจากเกิดโศกนาฏกรรม มีการยื่นข้อเสนอให้ชาเปโคเอนเซ่ รอดพ้นจากการตกชั้นเป็นเวลา 2-3 เพื่อให้เวลาในการสร้างทีมใหม่ แต่สโมสรก็ได้ปฏิเสธนโยบายดังกล่าว แล้ว ว้ากเนอร์ มันชินี่ ก็เข้ามากุมบังเหียน โดยมีสโมสรอื่นๆ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือด้วยการส่งนักเตะให้ยืมตัว ซึ่งพวกเขาก็จบฤดูกาลด้วยอันดับ 8 ในซีซั่นถัดมา

ทีมชาติแซมเบีย – 27 เมษายน 1993

ณ ตอนนั้น ทีมชาติแซมเบียกำลังเดินทางไปเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก กับทีมชาติเซเนกัลที่ดาการ์ แต่เครื่องบินโดยสารของกองทัพอากาศแซมเบีย เกิดร่วงลงในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังเครื่องบินเทคออฟจากกาบองได้ไม่นาน ทำให้ผู้โดยสาร 25 คน และลูกเรือ 5 คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ในช่วงเวลานั้น แซมเบียกำลังมีลุ้นเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 1993 หลังจากที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในโอลิมปิกเกมส์ 1988 ที่โซล เมื่อพวกเขาถล่มอิตาลี 4-0 แต่ความหวังของชาติทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตาม ทีมชุดใหม่ที่นำโดยกัปตันทีม คาลิชา บวาลยา ก็ก้าวถึงรอบชิงชนะเลิศแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ โดยพ่ายต่อไนจีเรีย แต่ในปี 2012 แซมเบียก็คว้าแชมป์ทวีปจนได้ที่ลิเบรวิลล์ ห่างจากจุดที่เครื่องบินตกเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งถือเป็นการอุทิศชัยชนะให้กับเหล่าวีรบุรุษแห่งปี 1993 อย่างแท้จริง

สำหรับ บวาลยา ที่ต่อมาก็ได้กลายเป็นโค้ชทีมชาติ และประธานสมาคมฟุตบอลแซมเบีย ไม่ได้ร่วมไฟลท์ดังกล่าวเนื่องจากติดภารกิจกับต้นสังกัด พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เช่นเดียวกับ ชาร์ลส์ มูซองด้า ที่เล่นให้กับอันเดอร์เลชท์ในเบลเยี่ยม โดยปัจจุบัน ชาร์ลี ลูกชายของ ชาร์ลส์ กลายเป็นนักเตะเชลซีอยู่ในตอนนี้

โตริโน่ – 4 พฤษภาคม 1949

เดอะ กรานเด้ โตริโน่ ที่ใครๆ ต่างเล่าขานถึงความแข็งแรงบนแผ่นดินยุโรปยุคทศวรรษที่ 1940 โตรินโน่ผงาดขึ้นมาเป็นแชมป์ลีกอิตาลี 5 สมัยติดต่อกัน โดยเริ่มต้นในฤดูกาล 1942-43 และคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย พวกเขาสอยยูเวนตุสลงจากคอนอย่างราบคาบ และยังเป็นแกนหลักของทีมชาติอิตาลียุคยิ่งใหญ่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม โศกนาฏกรรมก็มาทำให้ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาหยุดชะงัก เมื่อทีมกำลังเดินทางกลับตูริน หลังจากเล่นเกมกระชับมิตรกับเบนฟิก้าที่ลิสบอน โดยสายการบินอิตาลีไฟลท์ Fiat G.212 ที่พวกเขานั่งกลับเกิดมีทัศนวิสัยที่ไม่ดี รวมถึงลมพัดแรง จนทำให้เครื่องไปตกบริเวณบาซิลิกา ซูเปอร์กา ในตูริน เป็นเหตุให้คนที่อยู่ในเครื่อง 31 คน ซึ่งมีทั้งนักเตะ, สต๊าฟฟ์โค้ช, นักข่าว และลูกเรือทั้งหมดเสียชีวิต

มีความคล้ายคลึงกันหลายอย่างระหว่างโศกนาฏกรรมที่ซูเปอร์กาและมิวนิค เมื่อพวกเขาใช้ทีมรุ่นหนุ่มเล่นเกมฟุตบอลที่สวยงาม ก่อนจะก้าวไปถึงศักยภาพสูงสุด แต่ขณะที่ยูไนเต็ดสร้างทีมใหม่จนกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ทางฝังโตริโน่ไม่สามารถกลับมายิ่งใหญ่ได้เหมือนเดิมอีกเลย ยกเว้นเพียงแค่สคูเด็ตโต้ปี 1976 และอยู่ภายใต้ร่มเงาของยูเว่และ 2 ทีมจากมิลานนับตั้งแต่นั้น

Comments