ดับจุดโทษเมืองทอง,ฮึดท้ายเกมแซงชนะราชบุรี : เส้นทางสู่นัดชิงฯ ช้าง เอฟเอ คัพ 2018 ของ “กว่างโซ้งมหาภัย”

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีลุ้นป้องกันถ้วยใบนี้ และเตรียมสร้างประวัติศาสตร์คว้าสามแชมป์ในปีเดียว หากเป็นผู้กำชัยเหนือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2018

ทัพกว่างโซ้งมหาภัย ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซานเดร กามา กุนซือชาวบราซิล สถาปนาตัวเองกลายเป็นทีมแถวหน้าของเมืองไทย ช่ำชองเรื่องฟุตบอลถ้วยในประเทศ เมื่อพวกเขาทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยทั้งสองรายการ สองปีติดต่อกัน (2017,2018) และสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ในปีที่แล้ว คว้าสิทธิไปเพลย์ออฟในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ก่อนที่เชียงรายจะกรุยทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาผ่านทีมใดมาบ้าง ติดตามได้ที่นี่

รอบ 64 ทีมสุดท้าย : บุกเฉือนนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-0

แชมป์เก่าเริ่มต้นรอบแรกในศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ แบบหืดจับ เมื่อต้องบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมร่วมลีกสูงสุด ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดทั้งเกม กว่าทัพกว่างโซ้งจะได้ประตูขึ้นนำต้องรอจนถึงช่วงท้ายครึ่งแรก วิลเลียม เอ็นริเก้ แนวรุกชาวบราซิล เปิดลูกฟรีคิกตามสูตรไปให้ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ สอดขึ้นมาโขกเข้าไป และนั่นเป็นประตูชัยให้สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กรุยทางเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

รอบ 32 ทีมสุดท้าย : เปิดบ้านอัดแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี 2-0

เกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กลับมาเล่นในถิ่นสิงห์ สเตเดี้ยม เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี และเป็นทางด้านกว่างโซ้งมหาภัยที่ใช้ความเก๋าประกอบกับความเฉียบคม เบียดเอาชนะไปได้ไม่ยากเย็นนัก จากการเหมายิงคนเดียวสองประตูของ บิลล์ โรซิมาร์ กองหน้าตัวใหม่ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในช่วงเลกที่สอง ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

รอบ 16 ทีมสุดท้าย : ดับจุดโทษเมืองทอง 5-4 (0-0)

เกมบิ๊กแมตช์ในศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2018 เป็นการพบกันระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านดวลกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งตลอดทั้งเกมได้มีสายฝนเทลงมาเป็นอุปสรรคให้กับนักฟุตบอลทั้งสองทีม เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยความความสนุกปนเครียด ทำให้เจ้าบ้านเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน ตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงของเกม เมื่อ ชินภัทร ลีเอาะ ถูกไล่ออกจากสนาม

ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นทำประตูแบบจะแจ้ง แต่ทว่าจังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอทั้งคู่ จนทำให้เสมอกันไปแบบโนสกอร์ ยืดเยื้อไปจนถึงช่วงดวลลูกจุดโทษตัดสิน ปรากฏว่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังคงไว้ใจได้ดสมอในช่วงเวลาคับขัน เอาชนะเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปได้ 5-4 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ

รอบ 8 ทีมสุดท้าย : บุกถล่มนรา ยูไนเต็ด 5-0

แชมป์เก่าเดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โคจรมาพบกับ นรา ยูไนเต็ด ทีมม้ามืดหนึ่งเดียวจากศึกไทยลีก3 ที่ฝ่าด่านหินหลุดเข้ามาถึงรอบนี้ เชียงรายทีมเหนือสุดบุกมาเยือนนราทีมใต้สุด แมตช์ดังกล่าวจึงกลายเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และมิตรภาพ จากแฟนบอลทั้งสองทีม ผลปรากฏว่า สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยังเหลือกว่าทุกกระบวนท่าไล่ถล่มเอาชนะ นรา ยูไนเต็ด 5-0 จากการยิงของ วิลเลียม เอ็นริเก้, ศิวกรณ์ เตียตระกูล, บิลล์ โรซิมาร์ สองประตู และชัยวัฒน์ บุราญ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

รอบรองชนะเลิศ : เบียดราชบุรีช่วงต่อเวลา 3-1

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เข้าสู่รอบรองชนะเลิศมาทำศึกดาร์บี้แมตช์สีส้มกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่สนามศุภชลาศัย ตลอดทั้งเกมทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กันแบบไม่ยั้ง หวังเช็คบิลให้จบภายใน 90 นาที ราชันมังกรฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของแนวรับสิงห์ เชียงราย ทำประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทว่าช่วงท้ายเกม อเล็กซานเดร กามา ปลุกลูกทีมให้มีแรงฮึดไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จจากการโหม่งของ ศราวุธ อินทร์แป้น จบ 90 นาทีด้วยผลเสมอ ต้องไปว่ากันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ในช่วงต่อเวลาดูเหมือนว่าราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะเสียขบวนไปแบบดื้อๆ ถูกสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไล่บดบี้อยู่ฝ่ายเยว ท้ายที่สุดกว่างโซ้งมหาภัยมาได้สองประตูจากการยิงของ วิลเลียม เอ็นริเก้ และ บิลล์ โรซิมาร์ อดีตกองหน้าของราชบุรี มิตรผล เอฟซี นั่นเอง จบเกม 120 นาที สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พลิกเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปป้องกันแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2018 ได้สำเร็จ

สำหรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มีโปรแกรมลงเล่นในศึกช้าง เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม เวลา 19.00 น. สนามศุภชลาศัย

Comments