Nat on FOX : อาร์เซน่อลตายแล้ว?

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

พาดหัวอาจดูแรงครับ … แต่นี่คือประโยคที่แฟนบอลหัวร้อนของอาร์เซน่อลพ่นใส่หน้านักข่าวในสื่อ youtube ของทีมเมื่อคืน

“Arsenal is DEAD , DEAD”

สารพัดคำด่าที่จะนึกออก นั่นคือสิ่งที่แฟนบอลมอบให้กับอาร์แซน เวนเกอร์ และลูกทีม หลังจากจบ 90 นาทีที่เวมบลีย์

พวกเขาเหมือนโดนให้ความหวังครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็ลงอีหรอบเดิมทุกหนไป นั่นคือความพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งแบบหมดรูป

อันที่จริง เวนเกอร์ ก็โดนกระแสขับไล่ในลักษณะนี้มาตั้งแต่ช่วงครึ่งซีซั่นแรก เพียงแต่ตลาดซื้อขายเดือนมกราคม เปลี่ยนอารมณ์ชาวกูนเนอร์ส ให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง

แม้จะเสีย อเล็กซิส ซานเชซไป แต่พวกเขาได้ตัว เฮนริค มคิทาร์ยาน แต่นั่นไม่เท่ากับสองดีลใหญ่ยักษ์ที่สโมสรทำเพื่อซื้อใจ ทั้งการต่อสัญญาเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 1 ของทีมอย่าง เมซุต โอซิล และเมกะโปรเจ็กต์พาตัวสุดยอดกองหน้า ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง เข้าสู่รั้วเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

แม้สถานการณ์ในลีกจะสุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกสองปีซ้อน เนื่องด้วยผลงานเกมเยือนที่ย่ำแย่ (แม้จะเก็บแต้มในบ้านได้ตามมาตรฐาน) แต่ผลงานในฟุตบอลถ้วย ก็ยังไม่เลวร้าย เวนเกอร์พาทีมเข้าชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ และยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก (ซึ่งก็รวมถึงโควต้าไปแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่นถัดไปในฐานะแชมป์)

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ฟอร์มของอาร์เซน่อลก็ยังดูไร้ความสม่ำเสมอ ชนะนัดแพ้นัด ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาที่แก้ไม่ตกก็ยังเป็นเกมเยือนเช่นเดิม โดยเฉพาะนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ ที่พ่ายแพ้ต่อ สเปอร์ส คู่ปรับตลอดกาลไป 0-1

ซึ่งนั่นพอเข้าใจได้ว่า นักเตะใหม่อย่าง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง กำลังต้องปรับตัว กระนั้นแนวรุกของทีมก็ได้ มคิทาร์ยาน เข้ามา ซึ่งก็กลายเป็นมิติใหม่ทำให้ทีมเล่นบอลตามช่องและจ่ายบอลถึงแดนหน้าได้ง่ายดาย เป็นธรรมชาติมากขึ้น

แน่นอน แฟนปืนคงหวังจะเห็นอะไรที่ดีกว่านี้ ในนัดชิงดำที่เวมบลีย์เมื่อวาน พวกเขาเข้าใจว่าทีมเป็นรองตามหน้ากระดาษ แต่ความคาดหวังมันเกิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางที่พวกเขาผ่านมาในรายการนี้ กับการล้มเชลซีเวอร์ชั่น “ฟูลทีม” มาได้ในรอบตัดเชือก

คือถ้าแพ้ แมนฯซิตี้ คงจะยอมรับได้ … แต่ที่รับไม่ได้ คือหัวจิตหัวใจของนักเตะมากกว่า

นั่นคือสิ่งที่เอียน ไรท์ ตำนานดาวยิงยุคเฟื่องฟูของ เวนเกอร์ พยายามจะสื่อให้แฟนบอลเห็น

“ทุกอย่างมันจืดชืด ไร้ชีวิตชีวาสิ้นดี”

“แน่อยู่แล้วล่ะ คุณต้องสู้กับแมนฯซิตี้ มันต้องเป็นงานหนักอยู่แล้ว เพราะพวกเขาทำมาได้ดีตลอดฤดูกาล”

“แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ พวกเขาไม่สู้ ไม่มีความมุ่งมั่น ไม่มีความตั้งใจ เฮ้ย! นี่มันนัดชิงนะให้ตายเถอะ แล้วทีมตาม แต่ทำไมมีบางคนที่ยังเดินทอดน่องอยู่ได้”

“คุณอยากให้แฟนบอลจ่ายค่าตั๋วมาดูคุณเดินเล่น มาดูคุณเล่นฟุตบอลแบบไร้จิตวิญญาณขนาดนี้เลยหรือ?”

“ใช่ คุณมีโอบาเมย็อง คุณรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นสุดยอดดาวยิง แต่เขาจะทำอะไรได้บ้างล่ะในเมื่อคุณแทบไม่สร้างโอกาสให้เขาเลย”

“เขาไม่ใช่กองหน้าประเภทที่เล่นกับบอลมากจังหวะ เขาขอแค่บอลสวยๆจากกองกลางที่จะทำให้เขาฉีกหนีกองหลังฝั่งตรงข้ามเข้าไปยิงได้ เขาซัดประตูได้แน่ขอแค่เขามีโอกาส”

“แต่คุณดูกองกลางอาร์เซน่อล พวกเขาไม่พยายามชิงบอลกลับมา ไม่พยายามเก็บบอล ไม่พยายามส่งบอลไปให้กับกองหน้าค่าตัวตั้ง 60 ล้านปอนด์”

“ผมเข้าใจที่ทีมแพ้ แต่ที่ไม่พยายามจะสู้เลย ผมไม่เข้าใจจริงๆ”

ขณะที่แฟนบอลที่เดินออกจากสนาม บอกสั้นๆกับผู้สื่อข่าวโดยใช้คำว่า “Abysmal” ซึ่งแปลว่า เลวร้ายจนไม่รู้จะหาคำไหนมาเปรียบเปรยได้แล้ว

และแน่นอนครับ กระแสการไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างรุนแรงที่สุดได้กลับมาอีกครั้ง

ผมเองก็อยากรู้เช่นกัน ว่าเวนเกอร์พูดกับนักเตะอย่างไรในช่วงพักครึ่ง หลังจากโดนนำ 0-1 จนทำให้ลูกทีมลงมาเล่นแบบซังกะตายได้ขนาดนั้น และโดนยิงเพิ่มไปอีกสองลูก

มันเหมือนกับความไว้เนื้อเชื่อใจที่แฟนบอลเคยมีต่อเขามันหมดไปแล้ว แฟนบอลพร้อมใจกันออกจากสนามก่อนเกมจะจบ พวกเขาไม่สนับสนุน เวนเกอร์ อีกต่อไป

กับบอร์ดบริหาร ทุกอย่างยังมั่นคง ไม่มีใครกล้าไล่เขาออก และตัวเขาเองก็เพิ่งจะต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 2 ปีในช่วงเปิดฤดูกาล

อย่างที่บอกไปครับ มันยังเหลือแชมป์ยูโรป้าให้ลุ้น , ยังเหลือโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกให้แย่งชิง แต่สำหรับแฟนอาร์เซน่อล พวกเขาต้องการมากกว่านั้นมานานมากแล้ว

พวกเขาเหนื่อยแล้วกับการต้องมาลุ้นอันดับที่ 4 ทุกปี และทำได้แค่ย้อนดูวิดิโอทีมชุดไร้พ่ายซ้ำไปซ้ำมา

กับนัดชิงที่อาจจะเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกของแฟนบอลหากได้แชมป์ , นัดชิงที่อาจเรียกศรัทธาของแฟนบอลกลับคืนมาสู่เวนเกอร์ได้อีกครั้ง

และที่สำคัญ เป็นนัดชิงถ้วย ลีก คัพที่เวนเกอร์ยังไม่เคยได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต

แต่ลูกทีมของเขากลับเดินเล่นจนจบเกม และพ่ายแพ้ออกมาแบบไม่มีทางสู้

คำว่า “อาร์เซน่อลตายแล้ว” มันอาจเป็นคำเปรียบเปรยครับ แต่พวกเขาพูดถูก มันหมายถึงจิตวิญญาณของนักฟุตบอลทีมนี้ที่ขณะนี้เหมือนเล่นฟุตบอลแบบไร้ชีวิต

และแฟนบอลเองก็มั่นใจว่า คนที่จะมาชุบชีวิตนักเตะของพวกเขา ไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อ “อาร์แซน เวนเกอร์” อย่างแน่นอน

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments