อดีตเคยรุ่ง ปัจจุบันแย่ : 5 แข้งตัวความหวังที่ฟอร์มตกอย่างน่าใจหาย

ฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมกีฬาอย่างเดียว บางครั้งมันก็เป็นศิลปะด้วย นักฟุตบอลที่ถ่ายทอดมันออกมาจากใจ ก็จะโชว์ทักษะการเล่นได้ดีเหมือนกับการร่ายเวทมนตร์ เหมือนกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เปล่งรัศมีของซูเปอร์สตาร์ออกมา

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเตะบางส่วนที่ “รัศมีความเป็นสตาร์” ดูจะอ่อนลงไปในหลายปีหลัง ซึ่ง FOX Sports Asia จะพาคุณไปพบกับนักเตะเหล่านั้น

5.มาริโอ เกิ๊ทเซ่ (ดอร์ทมุนด์)

ในช่วงที่เขาเพิ่งแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ของดอร์ทมุนด์ เขากลายเป็นนักเตะความหวังของชาวด๊อยท์ช ที่มีโอกาสจะกลายเป็นสตาร์ดังในอนาคต แต่หลังจากย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ทุกอย่างเริ่มเลวร้ายลง เมื่อมิดฟิลด์รายนี้ไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงที่อัลลิอันซ์ อารีน่าได้ กระทั่งทนนั่งสำรองอยู่นาน สุดท้ายเขาก็ต้องย้ายกลับมาที่ ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การกลับมาสวมชุด “เสือเหลือง” หนที่ 2 เขาก็เค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้อีกเหมือนกับสมัยวัยรุ่น ด้วยสภาพความฟิตและความมั่นใจ เขากลายเป็นตัวสำรองอีกครั้ง และได้ลงสนามไปเพียงนัดเดียวในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และไม่แน่ว่าเขาอาจต้องมองหาสโมสรใหม่อีกครั้งเมื่อตลาดนักเตะเปิดตัวเดือนมกราคมนี้

4.อัลบาโร่ โมราต้า (เชลซี)

โมราต้าเคยเป็นสุดยอดดาวยิงที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในยุโรป โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อยู่กับ ยูเวนตุส กระทั่ง เรอัล มาดริด ดึงตัวเขากลับมาเล่นที่สเปน อีกครั้ง และทำไป 20 ประตูจาก 43 เกมกับฤดูกาลแรกในสีเสื้อของ “ราชันชุดขาว”

การกลับมาที่เรอัล รอบที่ 2 ปรากฎว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้โอกาสลงสนามมากเท่าที่ควร เขาจึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม เชลซี เพื่อหาโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริง

อย่างไรก็ตาม กลายเป็นว่าเวลานี้ โมราต้า ต้องตกเป็นตัวสำรองของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และทำได้เพียง 18 ประตูจาก 59 เกมในการเล่น 1 ฤดูกาลเต็มกับอีก 3 เดือน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรก

3.อังเคล ดิ มาเรีย (ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง)

ดิ มาเรีย คือกุญแจสำคัญในแผงเกมรุกของ เรอัล มาดริด ชุดที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2013/2014 เขาได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในรอบชิงชนะเลิศฤดูกาลนั้นด้วย แถมจบซีซั่นด้วยผลงาน 22 แอสซิสต์ และ 7 ประตูจากการลงเล่น 45 เกม รวมผลงานทั้งแชมเปี้ยนส์ ลีก และ ลา ลีกา

จากนั้น ดิ มาเรีย ย้ายไปร่วมทีม แมนฯยูไนเต็ด และไม่เคยกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งเหมือนเดิมได้อีกเลย เขาเจอช่วงเวลาอันย่ำแย่ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนย้ายไปร่วมทีม เปแอสเช ที่ซึ่งเขายังต้องตกอยู่ใต้ร่มเงาของ เนย์มาร์ และ คีเลี่ยน เอ็มบั๊ปเป้ อยู่ในเวลานี้

2.เมซุต โอซิล (อาร์เซน่อล)

อีกหนึ่งนักเตะที่เหมือนใบไม้ร่วงจากต้น หลังย้ายออกจาก เรอัล มาดริด คือเมซุต โอซิล เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในสีเสื้อของ “ราชันชุดขาว” แต่ต้องย้ายออกไปเนื่องจากการเข้ามาของ แกเร็ธ เบล ที่ทีมเพิ่งดึงตัวมาจาก สเปอร์ส

โอซิล ย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่เท่ากับสมัยตอนที่เขาเล่นให้กับ เรอัล เขาทำได้ 50 แอสซิสต์จากการลงเล่น 141 เกมในพรีเมียร์ลีก แต่นั่นคือในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์

เขายังไม่ได้แม้แต่แอสซิสต์เดียวในยุคของผู้จัดการทีมคนใหม่ อูไน เอเมอรี่

1. อเล็กซิส ซานเชซ (แมนฯยูไนเต็ด)

LONDON, ENGLAND – MARCH 05: Alexis Sanchez of Manchester United reacts during the Premier League match between Crystal Palace and Manchester United at Selhurst Park on March 5, 2018 in London, England. (Photo by Catherine Ivill/Getty Images)

อเล็กซิส ซานเชซ เป็นส่วนหนึ่งของดีลระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ที่สลับขั้วกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ย้ายจาก “ปีศาจแดง” ไปเล่นที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมแทน

แม้ที่อาร์เซน่อล เขาจะรู้สึกว่าเขาตัวใหญ่เกินไป เล่นไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้สัมผัสแชมป์ แต่ดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยังโชว์ฟอร์มส่วนตัวได้โดดเด่น ทำไป 80 ประตูจากการลงสนามให้ อาร์เซน่อล 166 นัด

อย่างไรก็ตาม ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งเขาหวังจะมาคว้าแชมป์และประสบความสำเร็จ ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีก “ปีศาจแดง” มือเปล่าเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วนฟอร์มส่วนตัวของอเล็กซิส เขาทำไปเพียง 4 ประตูจากการลงสนาม 25 เกมในทุกรายการ และประตูในเกมล่าสุดกับ นิวคาสเซิ่ล คือประตูแรกในรอบ 6 เดือนของเจ้าตัวอีกด้วย

และในบรรดานักเตะ 5 คนที่กล่าวมาข้างต้น อดีตดาวเตะบาร์เซโลน่า ดูน่าเป็นห่วงที่สุด เขาต้องการย้ายทีม แต่การเรียกค่าเหนื่อยถึง 450,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ กับอายุย่าง 30 ปี และฟอร์มแบบนี้ จะมีทีมใดบ้างที่กล้าสู้?

Comments