EXCLUSIVE : การปลุกปั้นฟุตบอลไทยของเอคโคโน – มิเกล ฟาร์เรรอนส์

คุยกับผู้บริหารเอคโคโนกับการทำงานที่ผ่านมาของพวกเขา, บทบาทของโค้ชทั้ง 4 คนในไทย, พีระมิดที่วาดไว้ ตลอดจนอนาคตของลูกหนังไทยต่อไป

“มิเกล ฟาร์เรรอนส์” อาจจะเป็นชื่อในทีมงาน เอคโคโน ที่แฟนบอลชาวไทยไม่ค่อยคุ้นหูกันนัก แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ 1 ใน 4 ทีมงานโค้ชที่ทางเอคโคโนส่งมาประจำการที่ไทย แต่เขาคือหนึ่งคนที่สำคัญที่สุดในการร่วมงานของเอคโคโนและวงการลูกหนังในบ้านเรา

หากใครยังจำกันได้ ในการประชุมสภาปฏิรูป เพื่อวางแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) เมื่อวันที่ 16 มกราคมของปีที่แล้ว มีชาวสเปนคนหนึ่งขึ้นเวทีเสนอแผนงานต่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อที่จะเข้ามาบริหารจัดการทีมชาติไทย โดยชายคนนั้นก็คือ ฟาร์เรรอนส์ นั่นเอง

FOX Sports Thailand ขอพาไปพูดคุยกับ มิเกล ฟาร์เรรอนส์ CEO ของ เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส กับเบื้องหลังการทำงานร่วมกับฟุตบอลไทยตลอดระยะเวลา 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา

มิสเตอร์มิเกล คุณไม่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตามากเท่าไหร่ แนะนำตัวกับแฟนบอลชาวไทยสักหน่อยได้หรือเปล่า

ผมชื่อ มิเกล ฟาร์เรรอนส์ เป็นหนึ่งใน CEO ของ เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส, บาร์เซโลน่า, ผมดูแลเรื่องธุรกิจ, แผนงาน และกลยุทธ์ของบริษัท

เอคโคโน เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในยุโรป ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ ตัวอย่างเช่น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่เป็นหนึ่งใน ซอคเกอร์ เซอร์วิส ของเรา รวมถึงหลายๆทีมทางตอนเหนือของยุโรป เช่น สวีเดน, ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก และแน่นอนว่า ฟุตบอลไทยคือหนึ่งในโปรเจคของเราที่กำลังเดินหน้าพัฒนากันอย่างเข้มข้น

ทราบมาว่า คุณมีแบ็คกราวด์เป็นนักฟุตบอลมาก่อน เป็นมายังไงถึงได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเอคโคโน

ใช่ครับ ผมเล่นฟุตบอลมาก่อนในตำแหน่งผู้รักษาประตูมาก่อน โดยเล่นในลีกอาชีพรุ่น U19 แต่ที่สเปนในเวลานั้น ฟุตบอลกับมหาวิทยาลัยไปด้วยกันไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ คุณต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และตอนนั้นผมคิดว่าสเปนมีผู้รักษาประตูที่เก่งๆมากมาย ผมอาจจะไปไม่รุ่ง (หัวเราะ) เลยเลือกที่จะโฟกัสที่การศึกษาแทน แต่ผมยังรักฟุตบอลเหมือนเดิม

ผมจบทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ผมชอบเล่นฟุตบอล และชอบที่จะเป็นโค้ช แต่เวลาผ่านไป ผมเริ่มรู้ตัวว่าชอบสร้างโปรเจคที่ได้พัฒนาฟุตบอลมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับสโมสร สมาคมฯ หรือทีมฟุตบอลต่างๆ และเริ่มทำสิ่งนั้นมาเรื่อย จนได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของเอคโคโนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

ผมอยู่กับบริษัทนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ผมหลงไหลในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่จำความได้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างที่เคยคิด แต่ฟุตบอลยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมเสมอ และผมมีความสุขมากที่ได้เห็นฟุตบอลเติบโตโดยที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งกับมัน

บทบาทของเอคโคโนในไทยเป็นไปยังไงบ้าง

โค้ชทั้ง 4 คน (ฆูเลียน มาริน บาซาโล, มาร์ค อลาเบดร้า ปาลาซิโอส, ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย และ อูริโอล อัลกาซาร์ กอนซูเอโล) จะเป็นเหมือนผู้ช่วยของโค้ชชาวไทย ตามที่เราเห็นกันอยู่แล้ว เอคโคโนจะช่วยสเกาท์นักเตะ, วิเคราะห์, เก็บข้อมูลและทำรายงานให้กับหัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมกับช่วยฝึกซ้อมนักเตะทุกคน เป็นเหมือนหนึ่งในที่ปรึกษาของโค้ช ส่วนเรื่องการตัดสินใจ ทั้งเรื่องเลือกผู้เล่นและแทคติก ทางเฮดโค้ชจะเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมด

ส่วนผมจะดูการทำงานของทีมผู้ฝึกสอนที่ทางเอคโคโนส่งมาประจำการที่ประเทศไทย เพื่อดูแลทีมชาติไทยชุดต่างๆ และติดตามการทำงาน รวมทั้งประเมินการทำงานของเราทุกคน เพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่เรากับสมาคมฯได้วางกันไว้

ผ่านมากว่า 1 ปี 6 เดือน เอคโคโนพอใจในผลงานมากน้อยแค่ไหน

เราพอใจกับการทำงานตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีอุปสรรคบ้าง แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เราต้องก้าวผ่านให้ได้ และเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งเรารู้ว่าเป้าหมายคืออะไร เราต้องทำอะไร ส่วนตัวแล้ว ผมพอใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่เราจะไม่หยุดพัฒนาแน่นอน

ยกตัวอย่าง ทีมชาติไทย U14 ที่คว้าแชมป์ อู่ฮั่น คัพ ที่ประเทศจีน ด้วยการคว่ำหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น โดยเราชนะพวกเขาได้ถึงสองครั้งสองคราในรายการนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ฟลุ๊ก มันคือความสามารถของเด็กๆจริงๆ

เราพอใจกับผลงานที่ออกมา ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ แต่เป็นการเรียนรู้ของนักเตะ ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงการพัฒนาเกมฟุตบอลของเรา โดยทีมชุดนี้เป็นทีมที่เรามีเวลาสเกาท์นักเตะจากทั่วประเทศ และคัดเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดเข้ามาฝึกซ้อมที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ไม่ใช่แค่ U14 แต่รุ่นอื่นๆก็มีการพัฒนาที่ดี นักเตะมีการพัฒนา สิ่งที่เรากำลังสร้างคือ “พีระมิด” ของฟุตบอลไทย โดยเราเริ่มด้วยการสร้างรากฐานของพีระมิดก่อน นั่นก็คือนักเตะเยาวชนนั่นเอง

ตลอดเวลาที่ผ่านมากับฟุตบอลไทย เรามีสถิติและข้อมูลนักเตะที่มีความสามารถจากทั่วประเทศกว่า 900 คนในทุกๆรุ่นอายุ ไม่ใช่แค่ชื่อและวันเดือนปีเกิดนะ แต่มันคือข้อมูลทางฟุตบอลที่เราได้วิเคราะห์ไว้

FA Thailand

การสร้างทุกอย่างมันต้องใช้เวลา ฟุตบอลยิ่งต้องใช้เวลา จะให้ยั่งยืน เราต้องไปทีละสเตป เพราะทีมชาติระดับโลกหรือสโมสรที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาวางรากฐานมาเป็น 10-20 ปี มันไม่ใช่สร้างวันนี้แล้วประสบความสำเร็จพรุ่งนี้ เช่นเดียวกับฟุตบอลไทย เราต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ตอนนี้แหละ

แนวทางที่จะสร้างพีระมิดของฟุตบอลไทยที่เอคโคโนวางไว้เป็นอย่างไรบ้าง

ไม่นานมานี้ เราได้เข้าไปสรุปแผนงานกับทางสมาคมฯ พร้อมนำเสนอแนวทางการพัฒนาฟุตบอลของเยาวชนไทยอย่างเป็นระบบในอนาคตต่อไป ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนั้น สามารถแบ่งได้ออกเป็น 4 หัวข้อหลัก คือ สร้างแนวทางการเล่นฟุตบอลของเยาวชนไทย, พัฒนาองค์ความรู้ของผู้ฝึกสอน, คัดเลือก “ช้างเผือก” เข้ามาฝึกซ้อม และ พัฒนาเยาวชนตามโครงการ AFC Grassroots

ข้อหนึ่ง การสร้างแนวทางการเล่นฟุตบอลของเยาวชนไทย มันคือ การสร้างอัตลักษณ์ โดยต้องพัฒนาการเล่นให้โดดเด่น สร้างสไตล์การเล่นในแนวทาง Thailand’s Way ถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด เราต้องสเกาท์นักเตะ เฟ้นหาเยาวชนจากทั่วประเทศ วางเป้าหมายเวลาไปแข่งขันในแต่ละแมตช์ รวมทั้งการเก็บตัวของทีมด้วย และทำการวิเคราะห์นักเตะ เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาต่อไป

ข้อสอง โค้ชเองก็สำคัญ เพราะการประสบความสำเร็จไม่เพียงแต่การเล่นของนักฟุตบอลในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแผนการซ้อม แผนการเล่น กลยุทธ์ต่างๆ ที่ใช้ในการแข่งขันด้วย โดยปัจจุบัน เรามีการจัดอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล “FA Thailand Introductory” ตามมาตรฐาน AFC ซึ่งเราเริ่มจากสโมสรในโตโยต้า ไทยลีกก่อน แต่ในอนาคตข้างหน้า เราจะขยายลงไปสู่ไทยลีก 2 และลีกอื่นๆ

ข้อสาม การคัดเลือกช้างเผือกมาฝึกซ้อมใน High Performance Center โดยเราจะมีการคัดเลือกนักเตะเยาวชนฝีเท้าดี เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างจริงจังและเน้นประสิทธิภาพระดับสูง และพวกเขาจะได้รับการปลูกฝังและพัฒนาทัศนคติในการเล่นฟุตบอลที่ดีและเป็นมืออาชีพ เด็กๆจะได้เรียนรู้จากเราและนำกลับไปใช้ที่สโมสร, โรงเรียน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อทีมชาติและฟุตบอลไทย

ส่วนข้อสุดท้าย AFC Grassroots Program ถือเป็นอีกหนึ่งในโครงการใหญ่ของ AFC โดยมีการแบ่งระดับประเทศสมาชิกในสังกัด ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับทอง (Gold), ระดับเงิน (Silver) และ ระดับทองแดง (Bronze) ปัจจุบันเราอยู่ระดับทองแดง ซึ่งเอคโคโนและสมาคมฯทำงานอย่างเต็มที่ และมีการวางแผนพัฒนาเพื่อให้บรรลุตามตัวชี้วัดในระดับเงินและทองตามกระบวนการในปีต่อๆ ไป

“สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ณ เวลานี้ คือการปลุกปั้นอนาคต”

จากประสบการณ์กว่า 18 เดือนกับฟุตบอลไทย คิดว่าที่นี่ต้องปรับปรุงอะไรอีกบ้าง

แน่นอนว่ายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เรายังต้องแก้ไข ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เทคนิคและความสามารถของเด็กไทยไม่ได้เป็นรองนักเตะประเทศอื่นๆเลย และสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกเยอะ แม้ว่าร่างกายอาจจะไม่แข็งแกร่งเหมือนแข้งแอฟริกา หรือไม่สูงใหญ่เหมือนคนยุโรป แต่เรามองว่า ร่างกายเป็นอะไรที่สร้างได้ และเริ่มสร้างตั้งแต่เด็กๆ ส่วนเทคนิคก็เป็นอะไรที่พัฒนาได้ ถ้าได้รับการฝึกที่ถูกต้อง

ดังนั้น หน้าที่ของเราคือเติมเต็มให้นักเตะไทย รวมถึงโค้ชที่เราทำเวิร์คช็อปตามสนามต่างๆ โดยพวกเขาต้องมีการฝึกซ้อมที่เข้มข้นขึ้นและถูกต้อง ต้องรู้ว่าซ้อมแบบไหน อะไรคือความเหมาะสม มีการฝึกฝนร่างกาย ฝึกทักษะและเทคนิค รวมถึงอาหารหารกิน เวลานอน ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะนำพวกเขาไปสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีความร่วมมือของทุกๆฝ่าย ทั้งสโมสร ผู้ปกครอง โรงเรียน สมาคมฯ รวมถึงองกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในเป้าหมายของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯและเอคโคโน คือการก้าวขึ้นมาเป็นสมาคมฯและทีมฟุตบอลชั้นนำของเอเชีย คิดว่าเราไปถึงจุดนั้นหรือยัง

ไทยเป็นทีมชั้นนำและเป็นต้นแบบในอาเซียนอยู่แล้ว แต่ถ้าถามผมว่าเราเป็นทีมชั้นของของเอเชียหรือยัง ผมคิดว่ายัง แต่เรากำลังเดินเข้าใกล้จุดนั้นเรื่อยๆ เรามีแนวทางและแบบแผนที่ชัดเจน ผมเชื่อว่าไทยจะเป็นทีมชั้นนำของเอเชียในสักวัน เรากำลังสร้างมันไปด้วยกัน

ทีมเยาวชนหลายๆรุ่นก็ได้ลงแข่งขันในหลายๆรายการ บางรุ่นสามารถไปคว้าแชมป์ถึงต่างแดน เช่น U14 แม้ว่าจะเป็นรายการอุ่นเครื่องก็ตาม แต่อย่าลืมว่าพวกเขาเอาชนะญี่ปุ่น ทีมที่ขึ้นชื่อว่ามีรากฐานที่ดีอีกทีมหนึ่งได้ รวมถึงรุ่นอื่นๆที่กำลังเติบโตขึ้น

วันที่เราได้แชมป์ ทุกคนดีใจ สื่อออกข่าว แต่อย่าลืมว่า แชมป์เดียวมันไม่เพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาในระดับแถวหน้า ดังนั้น เราต้องสร้างฟุตบอลที่จะสามารถประสบความสำเร็จได้เรื่อยๆ มันคือความมั่นคงของรากฐาน และเราก็เริ่มสร้างมาตั้งแต่ U10, U12 และ U14 นี่แหละ

เราได้ยินคุณพูดถึง U14 สองสามครั้ง หมายความว่าเอคโคโนโฟกัสที่รุ่นนี้เป็นพิเศษหรือเปล่า

เราตั้งใจและโฟกัสกับทุกๆรุ่นที่เราดูแลอยู่แล้ว หนึ่งในเป้าหมายของทีมชาติไทยคือการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในปี 2026

คุณมิเกลยิ้มก่อนตอบทิ้งท้ายกับเราว่า “คุณลองคำนวณเอาละกัน”

Miquel Farrerons’ pictures were taken by Supakit Wisetanuphong

Comments