สังเวียนอาถรรพ์, คีย์แมนโดนแบน : 5 สิ่งน่าสนใจก่อนนัดชิงฯโตโยต้า ลีก คัพ

ใกล้เข้าแล้วสำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอล โตโยต้า ลีกคัพ 2018 รอบชิงชนะเลิศ โดยเป็นการโคจรมาพบกันของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมที่เพิ่งจะร่วงชั้นลงไปเล่นในศึกไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เจ้าพ่อฟุตบอลถ้วยตัวจริงเสียงจริง โดยเกมถือเป็นเกมที่สำคัญสำหรับทั้งสองทีม โดยพลพรรค กระต่ายแก้ว ต้องการถ้วยใบนี้อย่างยิ่งยวด เพื่อลบฝันร้ายจากการที่ต้องร่วงชั้นจากลีกสูงสุดในฤดูกาลที่ผ่านมา

ในส่วน เชียงราย นั้น หลังจากที่อกหักในถ้วยนี้ เมื่อฤดูกาลก่อน มาปีนี้พวกเขาตั้งความหวังกวาดฟุตบอลถ้วยภายในประเทศให้เรียบทั้ง โตโยต้า ลีกคัพ รวมไปถึง ช้าง เอฟเอ คัพ ที่เข้าชิงชนะเลิศกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดังนั้นการพบการในศึกชิงดำฟุตบอล โตโยต้า ลีก คัพ ในปีนี้น่าจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มข้นเร้าใจอย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากจะเป็นเกมที่ทีมยักษ์ใหญ่มาพบกันแล้ว ยังมีเรื่องราวและสถิติที่น่าสนใจ สำหรับเกมนี้ด้วย ซึ่ง FOX Sports Thailand ก็ไม่ลืมที่จะนำเสนอ 5 สิ่งที่น่าจับตา ในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ มาให้ทุกท่านได้รับชมกัน

 

ธรรมศาสตร์-รังสิต สังเวียนอาถรรพ์ของ กระต่ายแก้ว

หลังจากที่มีการประกาศใช้สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต เป็นสังเวียนรอบชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ 2018 เชื่อว่าบรรดาแฟนคลับ กระต่ายแก้ว อาจต้องเยือนหน้าหนีสนามแห่งนี้ แม้ว่าจะอยู่ใกล้กับถิ่นฐานของพวกเขาเพียงนิดเดียว นั่นคือสิ่งที่ส่งผลมาจากสถิติของ บลู แมชชีน ที่ลงเล่นในสังเวียนแข้งแห่งนี้ไปแล้ว 9 เกม และยังไม่เคยกลับออกไปในฐานะผู้ชนะเลยแม้แต่เกมเดียว โดยเป็นการแพ้ถึง 8 และเสมออีก 1 เกม

9 เกมที่ บางกอกกล๊าส ลงเล่นในสนามมหาวิทยาธรรมศาสตร์ รังสิต มีดังนี้ 

แพ้ เพื่อนตำรวจ 3-2 (ไทยลีก 2010)
แพ้ เพื่อนตำรวจ 3-1 (ไทยลีก 2012)
แพ้ เซเรโซ โอซาก้า 2-1 (ฟุตบอลนัดพิเศษ 2013)
แพ้ เพื่อนตำรวจ 5-0 (ไทยลีก 2013)
แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1 (เอฟเอคัพ 2013)
เสมอ เพื่อนตำรวจ 3-3 (ไทยลีก 2014)
แพ้ แบงค็อก 4-2 (ไทยลีก 2016)
แพ้ แบงค็อก 5-4 (ไทยลีก 2017)
แพ้ แบงค็อก 2-1 (ไทยลีก 2018)

 

สถิติฟ้อง บางกอกกล๊าส เหนือกว่า เชียงราย

บีจีเอฟซี มีสถิติที่ดียามพบกับ ทีมดังจากแดนล้านนา โดยทั้งสองทีมพบกันในทุกรายการทั้งสิ้น 19 นัด และเป็นทัพ กระต่ายแก้ว ที่เอาชนะได้ถึง 11 เกม เสมอ 4 เกม และแพ้ 4 เกม ด้วยกันโดยผลงานการพบกันในเกมลีกฤดูกาลนี้ เกมแรก เสมอกันที่ สิงห์ สเตเดี้ยม 1-1 ก่อนจะกลับมาเสมอกันอีกครั้งใน ลีโอ สเตเดี้ยม 0-0

 

นับถอยหลัง กาม่า ชี้ชะตา โค้ชจุ่น

อเล็กซานเดร์ กาม่า นายใหญ่ชาวบราซิเลียนของ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ต่างเคยพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยมาแล้ว โดย กาม่า เคยพา กว่างโซ้งมหาภัย คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ โค้ชจุ่น ก็เคยพา กระต่ายแก้ว คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาแล้วเช่นเดียวกันเมื่อปี 2014

โดยเกมนี้จะเป็นเกมนัดรองสุดท้ายของ กาม่า ที่จะได้คุม สิงห์ เชียงราย เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะหมดสัญญากับทีม และต้องการมองหาความท้าทายใหม่ในการคุมทีม โดยยังเหลือนอบชิงชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งนัด ส่วนอนาคตของ โค้ชจุ่น ก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป หลังจากที่เจ้าตัวออกมาเปรยไว้ก่อนหน้านี้ว่า เกมนัดชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีกคัพ 2018 อาจเป็นเกมสุดท้ายของตนในฐานะกุนซือของ กระต่ายแก้ว หลังไม่สามารถพาทีมอยู่รอดในลีกสูงสุดได้สำเร็จ

 

ขาดแกนหลักในนัดชิงชนะเลิศ

การพบกันในรอบชิงชนะเลิศของทั้ง บางกอกกล๊าส และ เชียงราย ในเวลานี้ ถือว่าทั้งสองทีมกำลังประสบปัญหาในการจัดทีมต่างกันไป โดยทัพ กระต่ายแก้ว จะต้องขาด 2 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ เฉลิมศักดิ์ อักขี ที่ติดโทษแบนในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากสะสมใบเหลืองครบกำหนด

ในขณะที่ กว่างโซ้งมหาภัย จะหมดสิทธิ์ใช้งาน 2 แกนหลักทั้ง ชัยวัฒน์ บุราณ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล เช่นกัน เนื่องจากติดโทษแบน นั่นเท่ากับว่าทั้งสองทีมจะขาดผู้เล่นแกนหลักไปทีมละ 2 รายในรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 20 ตุลาคม 2561

 

บิลล์ โรซิมาร์ เต็งจ๋าดาวซัลโว

กองหน้าชาวบราซิลแห่งทัพ กว่างโซ้งมหาภัย คือผู้นำดาวซัลโวสูงสุดของรายการนี้ร่วมกับ โอกาน่า สเตซี่ บรูเนล ผู้เล่นจาก แกรนด์ อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด ด้วยจำนวน 5 ประตู ในขณะที่ฝั่ง บางกอกกล๊าส เอฟซี มีแค่ ชาตรี ฉิมทะเล ที่ไล่มาห่างๆด้วยจำนวน 3 ประตู เกมนัดชิงชนะที่นอกจากจะมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพันแล้ว ยังมีตำแหน่งดาวซัลโวให้ขับเคี่ยวกันด้วย

Comments