ไม่เคยเล่นเกมเหย้า,สยบปราสาทสายฟ้า : เส้นทางสู่นัดชิงฯ โตโยต้า ลีกคัพ 2018 ของ “กระต่ายแก้ว”

บางกอกกล๊าส เอฟซี สโมสรยักษ์หลับที่เพิ่งจะบอกลาศึกโตโยต้า ไทยลีก หลังจากมีอันต้องร่วงลงไปเล่นในศึก ไทยลีก 2 ฤดูกาลหน้า ผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลรายการน็อคเอ๊าท์ที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ พร้อมกับคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ เมื่อปี 2014

โดยเกมในรอบชิงชนะเลิศวันนั้น พลพรรค ‘กระต่ายแก้ว’ เอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก ลาซารัส คาอิมบี้ กองหน้าชาวนามีเบีย

ส่วนในฤดูกาล 2018 แม้ว่าผลงานของพวกเขาในลีกจะทำได้อย่างน่าผิดหวัง แต่กับรายการฟุตบอลถ้วยอย่าง โตโยต้า ไทยลีก ทัพบลูแมชชีน ผ่านคู่แข่งสำคัญๆมาได้หลายทีม โดยเฉพาะในรอบรองชนะเลิศที่ปราบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำสำเร็จ

ซึ่งการโคจรมาพบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศจึงน่าจะการพบกันที่ถูกที่ถูกเวลา สำหรับ กระต่ายแก้ว จะไม่ต้องเล่นแบบพะวงกับอะไรอีกแล้ว เพราะเกมนัดนี้คือเกมนัดสุดท้ายของพวกเขาในฐานะสโมสรจากลีกสูงสุด ก่อนจะต้องลงไปเล่นในศึกไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้า

ดังนั้นวันนี้ FOX Sports Thailand จะย้อนพาไปชมเส้นทางของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ว่าพวกเขาผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้างในฟุตบอล โตโยต้า ลีกคัพ ฤดูกาล 2018

รอบ 32 ทีมสุดท้าย : บุกต้อน ตราด เอฟซี ถึงถิ่น 2-0

พลพรรค กระต่ายแก้ว ประเดิมเส้นทางในรายการนี้ด้วยการบุกไปเยือน ทีมดังจากโซนตะวันออก ที่เพิ่งจะวิ่งสวนทางกับพวกเขาขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก โดยเกมนี้ บีจีเอฟซี เหนือกว่าทุกกระบวนท่า และเป็นฝ่ายต้อนเอาชนะทัพ ช้างขาวจ้าวเกาะ ไปได้ 2-0 ซึ่ง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ กองกลางที่เพิ่งจะยืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เบิกสกอร์แรกในสีเสื้อ กระต่ายแก้ว ได้ด้วย ส่วนอีกหนึ่งประตูได้จากกองหน้าจ้าวเวหาอย่าง ชาตรี ฉิมทะเล ที่โหม่งเข้าไป ส่ง บางกอกกล๊าส เอฟซี ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

รอบ 16 ทีมสุดท้าย : บุกเชือด นครปฐม ยูไนเต็ด 1-0

การลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้าย กระต่ายแก้ว ถูกจับสลากให้ต้องบุกไปเยือน เสือป่าราชา นครปฐม เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 4 ที่ล่าสุดคว้าตั๋วขึ้นไปเล่นในไทยลีก 3 เรียบร้อยแล้ว โดยเกมนี้ บีจีเอฟซี ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะเอาชนะเจ้าบ้านได้ โดยเป็น เอเรียล โรดริเกซ กองหน้าชาวคอสตาริกา ที่สังหารจุดโทษให้กับทีมในช่วงครั้งแรก และเป็นประตูชัยให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุด โตโยต้า ลีก คัพ ได้สำเร็จ และยังไม่เสียประตูให้กับใครในรายการนี้

รอบ 8 ทีมสุดท้าย : บุกถล่ม ฉลามชล ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 6-4

เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย บางกอกกล๊าส ต้องโคจรมาพบกับกระดูกชิ้นโตอย่าง ชลบุรี เอฟซี และเป็นเกมที่ บีจีเอฟซี ต้องออกไปเยือนอีกครั้ง โดยเกมนี้ถือเป็นเกมคุณภาพระดับ 5 ดาวเมื่อทั้งสองทีมดาหน้าบุกใส่กันแบบไม่ลืมหูลืมตา จบเกม 90 นาที สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 4-4 ก่อนที่ช่วงต่อเวลาพิเศษทัพ บลู แมชชีน จะมายิงได้อีก 2 ประตู ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปด้วยสกอร์รวมมโหฬารถึง 6-4

รอบรองชนะเลิศ : โค่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ

เกมในรอบรองชนะเลิศ ที่แข่งขันกันที่สนามบุณยะจินดา ซึ่ง บางกอกกล๊าส ต้องมาพบกับแชมป์เก่ารายการนี้อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยสถานการณ์ในตอนนั้น บีจีเอฟซี ยังสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น แต่พอลงสนามลูกทีมของ อนุรักษ์ ศรีเกิด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมต่อกรกับทีมแชมป์ไทยลีกได้อย่างสนุกและขึ้นนำไปก่อนจาก สุรชาติ สารีพิมพ์ ก่อนถูก ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต ยิงจุดโทษตามตีเสมอ

ซึ่งเกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอกัน และต้องไปหาผู้ชนะในช่วงต่อเวลา แต่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 84 เจ้านิว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็มาซัดประตูชัยพา บางกอกกล๊าส ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และนับเป็นการผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยเข้าชิงชนะเลิศ รายการ มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ พร้อมกับคว้าแชมป์มาแล้วเมื่อปี 2014

สำหรับ บางกอกกล๊าส เอฟซี จะลงสนามพบกับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2018 รอบชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 19.00 น. สนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

Comments