ดิโอโก้ : ผมภูมิใจที่ได้เล่นให้กับบุรีรัมย์

ถ้าคุณบอกว่าหนึ่งสัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแล้วล่ะก็ สิบปีมันน่าจะหมายถึงความเป็นนิรันดร์

อยากให้คุณลองย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2008 แมนเชสเตอร์ ซิตี้เพิ่งจะถูกเทคโอเวอร์ด้วยกลุ่มอาบูดาบี , ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ยังหนีการตกชั้นอยู่ในลีก เอิง และ ในประเทศไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังรู้จักกันในชื่อของ “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”

เช่นเดียวกัน ในปี 2008 มีนักฟุตบอลวัยเพียง 21 ปีรายหนึ่ง ขณะนั้นกำลังค้าแข้งอยู่กับ โอลิมเปียกอส ยอดทีมของกรีซ ที่เขย่าฟอร์มการเล่นตัวเองให้ตกเป็นเป้าสนใจของสโมสรยักษ์ใหญ่มากมายแห่งยุโรป

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ทุกคนคุ้นกันในชื่อ “ดิโอโก้” เริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับปอร์ตูกีซ่า ทีมในลีกระดับสองของบราซิล เมื่อปี 2007 การเล่นของเขาเตะตาทีมยักษ์ใหญ่ทั้งฟิออเรนติน่า และ อาร์เซน่อล

ทีม “ปืนใหญ่” ยื่นข้อเสนอไปให้กับปอร์ตูกีซ่าพิจารณา แต่โดนปฏิเสธไป โดย อันเดร เฮเลโน่ ผู้อำนวยการสโมสรให้เหตุผลว่า ค่าตัวที่ทีม “ปืนใหญ่” ยื่นให้นั้น ต่ำเกินไป

“จนถึงขณะนี้ ค่าตัวที่ยื่นมาให้กับทีมเรา สูงสุดอยู่ที่ 9 ล้านปอนด์ แต่ตอนนั้นเราคิดที่จะขายเขาออกไปด้วยราคา 12 ล้านปอนด์”

แต่ท้ายที่สุด ปอร์ตูกีซ่า ก็ยอมขายเขาให้กับ โอลิมเปียกอส ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัวอยู่ที่ 7 ล้านปอนด์

เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในดินแดนแห่งเทพนิยาย ทำไป 16 ประตูจาก 42 เกม และยิ่งสร้างความสนใจให้กับ เชลซี และ ลิเวอร์พูล สองทีมดังจากอังกฤษ เขากลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของยุโรป

แต่พรสวรรค์ของเขายังคงไม่ได้รับการเติมเต็ม

ในฤดูกาลต่อมา ฟอร์มของเขาไม่ได้ดีเหมือนเดิม และถูกปล่อยกลับไปยังบราซิล เล่นให้กับฟลาเมงโก้ และ ซานโต๊ส ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่สุดท้าย เขาจะกลับบ้านเก่าไปยัง ปอร์ตูกีซ่า เมื่อปี 2013

อีก 2 ปีถัดมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากประเทศไทย มีโอกาสจะดึงตัวศูนย์หน้าที่เป็นอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้ไปร่วมทีม ขณะนั้นเขาอายุ 27 ปี เขาตัดสินใจมาค้าแข้งที่เมืองไทย และทำไปถึง 93 ประตู ใน 109 เกมให้กับทีม “ปราสาทสายฟ้า”

หลายคนอาจพูดถึงโอกาสที่เขาพลาดไปในอาชีพค้าแข้งของเขา แต่เขาไม่เคยคิดถึงประโยคที่ว่า “ถ้าเกิดว่าเราทำแบบนี้ , ถ้าเกิดเราได้ย้ายไปทีมนั้น” ไม่ , เขาไม่คิดแบบนั้น ดิโอโก้ ยืนยันว่า เขาไม่เสียดายเลยกับช่วงชีวิตที่ผ่านมา และตอนนี้กำลังมีความสุขกับการเล่นในไทยลีก

“ผมไม่เสียดายเลยนะ” ดิโอโก้ เปิดใจกับฟ็อกซ์ สปอร์ต เอเชีย

“การสูญเสียโอกาสบางอย่างทำให้เราโตขึ้น และทำให้เราเรียนรู้ ผมมีความสุขกับการเดินทางของผม และขณะนี้ผมก็สนุกกับการเล่นให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”

และขณะนี้แชมป์เก่าไทยลีกอย่างบุรีรัมย์ ก็พอใจที่ดาวยิงหมายเลขหนึ่งของทีมพร้อมกลับมาถล่มประตูคู่แข่งอีกครั้ง

เขาเป็นคีย์แมนสำคัญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการทวงบัลลังก์แชมป์ไทยลีกกลับมาจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยผลงาน 26 ประตู จากการลงสนามไปทั้งสิ้น 29 เกม

แต่ฤดูกาลก่อนหน้านั้น (2016) เขาได้รับบาดเจ็บและพลาดลงสนามไปหลายเกม ทำให้ต้นสังกัดของเขาจบเพียงอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขาอยากจะลืม

เขาเพียงแต่อยากจะนำช่วงเวลาดีๆในปี 2015 และ 2017 กลับมาอีกครั้ง และช่วยให้ทีมดังจากแดนอีสานป้องกันแชมป์ลีกให้ได้อีกสมัยในปีนี้

เขาและบุรีรัมย์เริ่มต้นได้ดี ทีมเก็บชัยชนะได้จากสามเกมแรก และเขาทำได้ถึง 3 ประตู นั่นรวมถึงเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ทีมบุกไปยันเสมอ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ทีมมหาอำนาจจากจีนได้ในเกมนัดเปิดสนามของรอบแบ่งกลุ่ม

“เราต้องเจอกับทีมที่ประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย และเราเก็บแต้มสำคัญได้” เขาพูดถึงเกมเสมอกับกว่างโจว

“เราต้องมองในแง่บวก และเชื่อว่าเราจะทำได้อีกหลายเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ อย่างแรกเลยคือการผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปเล่นรอบน็อกเอาท์ เราต้องตั้งเป้าให้ไกล คิดให้ใหญ่ มั่นใจในทีม และกล้าที่จะสู้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกของฟุตบอล”

ความผิดพลาดครั้งแรกของทีมในปีนี้คือเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ทีมพ่ายแพ้ให้กับ เจจู ยูไนเต็ดคาบ้าน 0-2 ในนัดที่สองของเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

“เราเสียประตูเร็วถึงสองลูก และทำให้เราเล่นยากขึ้น”

“เจจูเป็นทีมที่มีวินัยในการเล่นสูงมาก พวกเขาทำได้ดี มันน่าผิดหวังเพราะเราเล่นในบ้าน มันเป็นโอกาสสำคัญที่ทีมจะได้สามคะแนน”

If you are not willing to risk the unusual, you will have to settle for the ordinary.

A post shared by Diogo Luis Santo (@diogoluis_santo) on

 

แม้จะพ่ายแพ้ในเกมนั้น แต่ดิโอโก้เองก็มีความสุขกับการออกตัวของบุรีรัมย์ ในฤดูกาลนี้

“มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ” ดิเอโก้ทิ้งท้าย “ผมมีความสุขกับชัยชนะทุกเกมในไทยลีก แต่เราต้องทำได้ดีกว่านี้ และผมเชื่อว่า เราจะทำมันได้”

โปรแกรมต่อไปของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของเซเรโซ่ โอซาก้า ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในวันอังคารที่ 6 มีนาคม เวลา 18.00 น.

 

Comments