หล่อเลือกได้! รวม5นักเตะปัจจุบันที่เคยเล่นให้หลายทีมชาติ

ตามกฏของฟีฟ่า ถ้าผู้เล่นสามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติสองทีมชาติขึ้นไป เขายังสามารถลงเล่นให้กับทีมชาติที่ต่างกันได้ หากเขายังไม่ได้ลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการให้กับทีมชาติใดทีมชาติหนึ่ง วันนี้ FOX SPORTS จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ 5 นักฟุตบอลชื่อดังในปัจจุบันที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติมากกว่า 1 ทีม จะมีใครบ้าง ไปดูกัน

มาริโอ เฟร์นานเดส – บราซิล/รัสเซีย

แบ็คขวาทีมชาติรัสเซียผู้นี้เป็นหนึ่งในนักเตะของรัสเซียที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเขาเป็นคนโหม่งทำประตูตีเสมอโครเอเชียในช่วงการต่อเวลาพิเศษเกมรอบแปดทีมสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะพ่ายแพ้ไปในการดวลจุดโทษ

เฟร์นานเดสเป็นชาวบราซิลโดยกำเนิด และเคยถูกเรียกไปติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ในปี 2011 สมัยที่เขายังเล่นฟุตบอลในบราซิลกับเกรมิโอ แต่เนื่องจากเขาปาร์ตีหนักเกินไป ทำให้เขาพลาดเครื่องบินเที่ยวที่จะพาเขาไปแคมป์เก็บตัวทีมชาติ เฟร์นานเดสจึงไม่ได้รับโอกาสในทีมชาติบราซิลอีกจนถึงปี 2014 ที่เขาได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องที่ชนะญี่ปุ่นไป 4-0

เฟร์นานเดสเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับซีเอสเคเอ มอสโคว์ ต้นสังกัดปัจจุบันในปี 2012 ซึ่งเขาเลือกซีเอสเคเอก่อนหน้าเรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปนที่ให้ความสนใจเขาเหมือนกัน เฟร์นานเดสได้รับสัญชาติรัสเซียจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นกรณีพิเศษในปี 2016 และเล่นให้ทีมชาติรัสเซียไปแล้ว 12 นัด

โรมัน นอยสตัดเตอร์ – เยอรมนี/รัสเซีย

นอยสตัดเตอร์สามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติได้ถึงห้าทีมชาติ – ยูเครนจากเมืองที่เขาเกิด, รัสเซียจากสัญชาติของแม่, คีร์กิซสถานจากเมืองที่พ่อเขาเกิด, คาซัคสถานจากสัญชาติของพ่อ และเยอรมนีจากการที่เขามีเชื้อสายเยอรมัน และเติบโตในเยอรมนี

นอยสตัดเตอร์เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับไมนซ์ในเยอรมนี ทีมที่ปีเตอร์ นอยสตัดเตอร์ พ่อของเขาเป็นโค้ชทีมเยาวชน เขาติดทีมชาติเยอรมนีชุดเยาวชน ก่อนที่ทีมชาติยูเครนจะให้ความสนใจในตัวเขา แต่เนื่องจากปัญหาด้านเอกสารพลเมือง ทำให้นอยสตัดเตอร์เสียโอกาสนั้นไป

ในปี 2012 เขาถูกเรียกไปติดทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ และได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องไปสองเกม อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการ และในปี 2016 เขาได้รับสัญชาติรัสเซียเป็นกรณีพิเศษเพื่อมาเล่นให้กับทีมชาติรัสเซียชุดใหญ่

นอยสตัดเตอร์ติดทีมชาติรัสเซียไปแปดนัด แต่เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ

นาเซอร์ ชาดลี – โมร็อกโก/เบลเยียม

กองกลางของโมนาโกผู้นี้ลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยียมในศึกฟุตบอลโลกถึงสองสมัย และยิงประตูสำคัญให้เบลเยียมพลิกกลับมาชนะญี่ปุ่น 3-2 ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบสิบหกทีมสุดท้าย

เขาเกิดที่เบลเยียม แต่มีเชื้อสายโมร็อกโกจากพ่อแม่ ซึ่งในปี 2010 เขาถูกเรียกไปติดทีมชาติโมร็อกโกในเกมอุ่นเครื่องกับไอร์แลนด์เหนือ และได้รางวัลแมนออฟเดอะแมตช์

อย่างไรก็ตาม ชาดลีออกมาประกาศในปี 2011 ว่าต้องการลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยียม และได้ลงเล่นให้กับทีมชาติเบลเยียมในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 ในเกมอุ่นเครื่องที่พวกเขาพบกับฟินแลนด์

ชาดลีเป็นขาประจำในทีมชาติเบลเยียม โดยลงสนามไป 54 นัด ยิงได้ 6 ประตู

วิลฟรีด ซาฮา – อังกฤษ/ไอวอรี โคสต์

ทีมชาติอังกฤษมีผู้เล่นที่เกิดในต่างประเทศมากมายเช่นราฮีม สเตอร์ลิง ที่เกิดในจาไมกา หรือนาธาเนียล ชาโลบาห์ที่เกิดในเซียร์รา ลีโอน แต่พวกเขาก็ไม่อาจรั้งตัววิลฟรีด ซาฮา ปีกตัวเก่งของคริสตัล พาเลซไว้ได้ แม้ว่าเขาจะติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วสองนัด

ซาฮาเกิดในไอวอรี โคสต์ แต่เขาย้ายไปอยู่อังกฤษตอนอายุสี่ขวบ เขาเป็นนักเตะเยาวชนของคริสตัล พาเลซ และเป็นผู้เล่นสำคัญที่ทำให้คริสตัล พาเลซเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2012-13 ทำให้รอย ฮอดจ์สันเรียกเขาไปติดทีมชาติอังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องที่พบกับสวีเดน

ซาฮาย้ายไปเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2013-14 ซึ่งเขาประสบปัญหาการลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีม เขาหลุดจากสารบบทีมชาติและถูกปล่อยตัวกลับพาเลซในปี 2016 ซึ่งเขาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนไปเล่นให้กับทีมชาติไอวอรี โคสต์ในช่วงนี้ แม้ว่า แกเร็ธ เซาท์เกทจะพยายามโน้มน้าวให้เขาเลือกทีมชาติอังกฤษก็ตาม สุดท้าย ซาฮาเลือกเล่นให้กับไอวอรี โคสต์ และประเดิมสนามในเดือนมกราคม 2017 ในรายการแอฟริกัน เนชันส์ คัพ

ตอนนี้เขาเป็นลูกทีมของรอย ฮอดจ์สันที่คริสตัล พาเลซ และฮอดจ์สันเองก็กล่าวแสดงความเสียดายที่เขาไม่ส่งซาฮาลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการ

ดิเอโก คอสตา – บราซิล/สเปน

คอสตาเองนั้นเคยติดทีมชาติบราซิลลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับอิตาลีในเดือนมีนาคม 2013 แต่เนื่องจากคอสตาในตอนนั้นไม่ใช่กองหน้าตัวหลักของทีมบราซิล ที่ซึ่งลุยซ์ เฟลิเป สโคลารี กุนซือของทีมจะเลือกเฟร็ด และโชก่อนหน้าเขา ทำให้คอสตาตัดสินใจเลือกเล่นให้กับทีมชาติสเปน สถานที่ที่เขาแจ้งเกิดในวงการฟุตบอล

เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้คอสตาเปลี่ยนสัญชาติได้สะดวกเพราะว่าตอนนั้นบราซิลได้สิทธิเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2014 ในฐานะเจ้าภาพ ทำให้บราซิลไม่ค่อยมีเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ และไม่สามารส่งคอสตาลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาสิทธิการลงเล่นให้ทีมชาติบราซิลได้

ในเดือนกันยายน 2013 สมาพันธ์ฟุตบอลสเปนได้ส่งคำร้องขอให้คอสตาเล่นให้กับทีมชาติสเปนได้ เนื่องจากเขาได้รับพาสปอร์ทสเปนแล้ว นอกจากนี้ตัวคอสตาเองได้ส่งจดหมายถึงสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิล เพื่อขอเล่นให้กับทีมชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคอสตากับสมาพันธ์ฟุตบอลบราซิลและสโคลารี

คอสตาประเดิมสนามให้กับทีมชาติสเปนในเดือนมีนาคม 2014 และลงเล่นไปแล้ว 24 นัด ทำไป 10 ประตู

Comments