เก็บกระเป๋าล่าท้าฝัน : เหตุใดดาวรุ่งอังกฤษต้องค้าแข้งต่างแดน

จาดอน ซานโช่ อดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุด U-17 ชุดแชมป์โลก ขยับขึ้นไปติดทีมชาติด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี เช่นเดียวกับดาวรุ่งรายอื่นๆที่มีโอกาสจะก้าวตาม ซานโช่มา FOX Sports Asia จะพาไปหาสาเหตุว่าทำไมการค้าแข้งต่างแดนจึงเป็นที่นิยมสำหรับพวกเขา และมันจะส่งผลดีต่อทีมชาติอังกฤษอย่างไร

ในปี 2017 ซานโช่ ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่จาก แมนฯซิตี้ เนื่องจากเขาต้องการโอกาสในการลงสนามอย่างจริงจัง เขาจึงตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สวมเสื้อเบอร์ 7 แทนที่อุสมาน เดมเบเล่ ที่ย้ายไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า

การที่นักเตะอังกฤษจะย้ายไปเล่นต่างแดนด้วยสัญญาถาวร เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ถือว่า ซานโช่ โดดเดี่ยวและกล้าหาญกับการตัดสินใจลักษณะนี้ เขาทำไปแล้ว 1 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ให้กับ “เสือเหลือง” ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะจอมเปิดป้อนที่ดีที่สุดใน 5 ลีกหลักของยุโรปเวลานี้

โอกาสจำกัดกับทีมในพรีเมียร์ลีก

ทีมชาติอังกฤษชุด U-20 ที่คว้าแชมป์โลกเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันมีเพียง 2 คนที่มีโอกาสถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ทั้งลูอิส คุ้ก และ โดมินิค โซลานกี้เท่านั้น แถมในรายของ โซลานกี้ เขายังลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูลไปเพียง 6 นัดเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว และซีซั่นนี้ยังไม่ได้ลงสนามในสีเสื้อของ “หงส์แดง” เลยแม้แต่เกมเดียว

สำหรับ ลูอิส คุ้ก เอง เป็นนักเตะอังกฤษจากชุด U-20 ที่ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่และได้เล่นเป็นตัวหลักให้กับสโมสร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ใช่นักเตะในกลุ่มทีมท็อป 6 ของประเทศ ทำให้การขยับเล่นทีมชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ยากเท่ากับ โซลานกี้

แต่ถ้าจะให้เจาะยิ่งไปกว่านั้น ทีมท็อป 6 ของพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล และ เชลซี เลือกที่จะไม่ส่งนักเตะอังกฤษลงสนามแม้แต่คนเดียวถึง 8 เกมในฤดูกาลนี้

อย่างเช่นกรณีของรูเบน ลอฟตัส ชีค ที่ปฏิเสธสัญญายืมตัวอีกฤดูกาลเพื่อขอสู้ต่อกับเชลซี แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้ลงสนามไปเพียง 99 นาทีเท่านั้น

ฉะนั้นเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับเหล่าดาวรุ่งผู้ดีกับการขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ให้กับ “ท็อป 6” ทำให้การตัดสินใจครั้งสำคัญของ ซานโช่ อาจทำให้ดาวรุ่งรุ่นต่อมาของอังกฤษ กล้าที่จะเดินตามฝันไปเล่นต่างแดนให้ได้เหมือนกันกับดาวเตะจอมเลื้อยรายนี้

แรงดึงดูดจากลีกอื่น

การที่นักเตะอังกฤษแทบไม่เคยย้ายไปเล่นต่างแดน ทำให้ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา “สิงโตคำราม” กลายเป็นทีมเดียวที่ผู้เล่นทั้ง 23 คนต่างเล่นอยู่ในลีกของประเทศตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าร้อนปี 2017 ดาวรุ่งของอังกฤษก็เริ่มมีโอกาสได้ขยับแข้งขาไปเล่นในต่างแดนมากขึ้น เช่นในฤดูกาลที่แล้ว รีซ อ็อกซ์ฟอร์ด (เวสต์แฮม ไป กลัดบัค) , ไรอัน เคนท์ (ลิเวอร์พูล ไป ไฟร์บวร์ก) และ อเดโมล่า ลุคแมน (เอฟเวอร์ตัน ไป ไลป์ซิค) ต่างได้โอกาสย้ายไปเล่นในบุนเดสลีกาด้วยสัญญายืมตัวทั้งหมด

ลุคแมน อีกหนึ่งนักเตะที่คว้าแชมป์โลกรุ่น U-20 ลงสนามเป็นตัวจริงถึง 7 จาก 11 เกมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (ครึ่งฤดูกาลหลัง 2017-2018) โดยทำไป 5 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ตลอดการลงเล่น 576 นาที ขณะที่ กับ เอฟเวอร์ตัน ลุคแมนเพิ่งได้ลงสนามไปเพียง 4 เกมเท่านั้น แม้ไลป์ซิคจะต้องการซื้อขาด ลุคแมน แต่การเซ็นสัญญาไม่เกิดขึ้น และทำให้ตัวเขาต้องถูกแช่แข็งอยู่ที่กูดิสัน พาร์คโดยมีโอกาสลงสนามเพียง 46 นาทีเท่านั้นในฤดูกาลนี้

ขณะที่ เดนไซล์ บัวดู และ ซานโช่ ย้ายจากอะคาเดมี่ของ แมนฯซิตี้ ไปอยู่กับดอร์ทมุนด์ในปี 2017 และในเวลานี้เขาลงสนามให้ทีม “เสือเหลือง” ไปแล้ว 684 นาที ขณะที่ ฟิล โฟเด้น และ บราฮิม ดิอาซ ได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ ซิตี้ เพียง 45 และ 30 นาทีตามลำดับ

ส่วนนักเตะที่ย้ายไปลีกอื่นนอกเหนือจากบุนเดสลีกา ยังมีสองนักเตะดาวรุ่งของอาร์เซน่อล อย่าง คริส วิลล็อก ที่ไปอยู่กับเบนฟิก้า และ มาร์คัส แม็คเกวน ไปอยู่กับบาร์เซโลน่าด้วยสัญญาถาวร

การย้ายทีมของดาวรุ่งจากพรีเมียร์ลีกไปยังต่างแดน เกิดขึ้นอย่างโกลาหลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยโนนี่ มาดูเอเก้ ย้ายจากสเปอร์สไปเล่นให้กับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ซึ่งเป็นสโมสรที่ถนัดในการปั้นดาวรุ่งอยู่แล้ว

และจากสถิติที่ผ่านมา โอกาสของนักเตะดาวรุ่งจะมีมากกว่าในฝรั่งเศสหรือเยอรมนี นักเตะ U-21 สามารถเป็นตัวจริงให้กับทีมอย่างชาลเก้ 04 , โมนาโก หรือ ดอร์ทมุนด์ได้ โดยสามทีมนี้ให้โอกาสนักเตะวัยกระเตาะลงสนามมากที่สุดในบรรดาทีมใน 5 ลีกดังยุโรป

นักเตะอังกฤษที่ย้ายไปด้วยสัญญาถาวรยังมีแข้งอย่าง โจนาธาน ปานโซ่ (เชลซี ไป โมนาโก) , เรโอ กริฟฟิธ (สเปอร์ส ไปลียง) , คีแนน เบนเน็ตส์ (สเปอร์ส ไป กลัดบัค) และ โรนัลโด้ วิเอร่า (ลีดส์ ไป ซามพ์โดเรีย) ส่วนสัญญายืมตัวยังมี พาทริค โรเบิร์ตส์ (แมนฯซิตี้ ไป กิโรน่า) , เชยี่ โอโจ้ (ลิเวอร์พูล ไป แร็งส์) และ รีส เนลสัน (อาร์เซน่อล ไป ฮอฟเฟ่นไฮม์)

ความต้องการนักเตะเยาวชนอังกฤษในตลาดเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะความสำเร็จของพวกเขาในระดับเยาวชนทีมชาติ แต่สำหรับตัวของพวกเขาเองแล้ว มันน่าจะเป็นโอกาสที่ดีกว่าหากไปลับทักษะฝีเท้าในต่างแดน ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่อง ก่อนจะกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเมื่อวิชาแก่กล้าแล้ว ส่วนวิธีนี้จะส่งผลดีต่อระดับผู้เล่นในทีมชาติอังกฤษมากน้อยแค่ไหนนั้น ยังคงต้องติดตามต่อไป

แต่จากแนวโน้มต่างๆในเวลานี้ เหมือนกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ และบรรดาสโมสรต่างๆในแดนผู้ดี จะเดินมาถูกทางแล้ว

Comments