4 เดือนเปลี่ยนสิงห์ให้ดุร้าย : เจาะลึกแท็กติกยอดกุนซือ “ซาร์รี่”

หลังจากเจอกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังในยุคของอันโตนิโอ คอนเต้ เชลซี กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งภายใต้การนำของกุนซือเพื่อนร่วมชาติของ คอนเต้ เอง นั่นคือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่นำสไตล์ฟุตบอลเกมรุกเข้ามาสู่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากที่เคยพา นาโปลี ประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้

จากเนเปิ้ลส์สู่ลอนดอน

ซาร์รี่ถูกดึงตัวมาคุมทีมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เนื่องจากเชลซียังต้องทำงานหนักกับการเก็บผู้เล่นคนสำคัญอยู่กับทีมต่อไป อย่างไรก็ตาม กุนซืออิตาเลียนเปลี่ยนภาพของ “สิงห์บลูส์” ใหม่และทำให้พวกเขาไม่แพ้ใครมาแล้ว 10 เกมติดต่อกันในทุกรายการ

พื้นที่สำคัญของแท็กติก “ซาร์รี่บอล” คือในตำแหน่งมิดฟิลด์ เขาจะใช้กองกลางสามคนยืนคุมพื้นที่ตรงกลาง โดยที่คนหนึ่งจะทำหน้าที่ “เรจิสต้า” คือเพลย์เมกเกอร์ยืนต่ำ ส่วนอีกสองคนจะคอยสนับสนุนเรจิสต้าอีกที โดยที่ฝั่งซ้ายของเรจิสต้าจะต้องเข้าบอลหนัก และทางขวาจะเป็นตัวออกบอลสร้างสรรค์เกม

ในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับ นาโปลี เขาใช้สามมิดฟิลด์คือ มาเร็ค ฮัมซิค – จอร์จินโญ่ และ อัลลัน โดยที่มี จอร์จินโญ่ ยืนวางบอลในแนวลึก

ซาร์รี่นำปรัชญาของเขามาถ่ายทอดให้กับผู้เล่นของเชลซี และนำ จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์คู่กายมาทำงานด้วยกันที่อังกฤษ นั่นหมายถึงการบอกลาแท็กติกเกมรับเดิมๆของ คอนเต้ ไปได้เลย

แต่คำถามสำคัญคือเมื่อ ซาร์รี่ และ จอร์จินโญ่ เข้ามาแล้ว ใครกันที่จะมาจับคู่ในแผงมิดฟิลด์กับเขา เนื่องจากพื้นที่นี้ก็เป็นปัญหาของเชลซีมาตั้งแต่ยุคของอันโตนิโอ คอนเต้แล้ว (โดยเฉพาะในฤดูกาลที่ 2) และการเดินเกมในตลาดซื้อขายที่ยอดเยี่ยม และตัวผู้เล่นที่มีคุณภาพอยู่แล้ว ทำให้เชลซีมีแผงกองกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

ทางเลือก

เชลซีมีมิดฟิลด์ 8 คนอยู่ในลิสต์ 2 ใน 8 คนอย่างเอธาน อัมพาดู และ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมมากนัก โดยที่ อัมพาดู มักได้รับบทบาทในเกมรับมากกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม อัมพาดู ยังเป็นดาวรุ่งอายุน้อย แต่ไม่ว่า ดริงค์วอเตอร์ ที่กลายเป็นตัวสำรองยาวในยุคของซาร์รี่ และไม่ได้เล่นแม้กระทั่งในยูโรป้า ลีก ขณะที่มิดฟิลด์ 6 คนที่มักจะมีส่วนร่วมกับทีมมากหน่อยคือ จอร์จินโญ่ , เอ็นโกโล่ ก็องเต้ , มาเตโอ โควาซิช , เชส ฟาเบรกาส และ รูเบน ลอฟตัส ชีค ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อจอร์จินโญ่ย้ายเข้ามา ซาร์รี่จะต้องสร้างเกมรุกโดยที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง ลักษณะการเล่นของ จอร์จินโญ่ ตอนที่อยู่ นาโปลี และ เชลซี เหมือนกัน

เขาทำหน้าที่ในฐานะเรจิสต้าได้ยอดเยี่ยมมาก จ่ายบอลสำเร็จไปแล้วถึง 762 ครั้ง โดยเฉลี่ย 100 ครั้งต่อเกม โดยเป็นการจ่ายบอลสำเร็จถึง 90 ครั้ง และเป็นการจ่ายบอลได้เสีย (Key Pass) ให้เพื่อนมีโอกาสลุ้นทำประตูแทบทุกครั้ง

การมาของจอร์จินโญ่ หมายความว่าก็องเต้จะขยับขึ้นสูงในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางด้านซ้าย ซึ่งแม้เขาจะยังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่ทุกอย่างก็เข้ารูปมากขึ้นในเกมกับ ลิเวอร์พูล

แม้สถิติของก็องเต้ในบทบาทใหม่ ทั้งการตัดเกมและเข้าสกัดจะน้อยกว่าเดิม แต่มันก็เป็นเพียงช่วงแรกๆเท่านั้นที่เขาต้องปรับตัวเข้ากับแท็กติกของโค้ชที่เพิ่งมาทำงานร่วมกัน

แต่อีกหนึ่งกุญแจสำคัญในทีมของซาร์รี่ชุดนี้คือ มาเตโอ โควาซิช

ดาวเตะทีมชาติโครเอเชียเป็นเหมือนตัวแถมที่ส่ง ติโบต์ กูร์กตัวส์ ไปเล่นกับเรอัล มาดริด แต่กลายเป็นการทำธุรกิจที่คุ้มค่าของเชลซี เขาทั้งพาบอลไปกับตัว และจ่ายบอลได้อย่างเหนือชั้น โดยเฉพาะการประสานงานกับเอเด็น อาซาร์ และทำให้เกิดประตูในเกมกับ ลิเวอร์พูล

ดาวเตะดีกรีรองแชมป์ฟุตบอลโลกจ่ายบอลไปทั้งหมด 56 ครั้งต่อเกม และได้โอกาสยิง 2 ครั้งต่อเกม แม้เขาจะยังยิงประตูได้ไม่มาก แต่การขยับเข้าใกล้กรอบเขตโทษคู่แข่งบ่อยครั้งก็น่าจะทำให้เขาปลดล็อกสกอร์ให้กับทีมในเร็ววันนี้

ส่วนตัวสแตนด์บายของ โควาซิช คือ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ที่มักจะได้โอกาสบนม้านั่งสำรอง แต่ก็เป็นตัวสำรองที่เล่นอย่างมีประโยชน์จนถูกเรียกกลับไปติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง

บาร์คลี่ย์ ลงสนามเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางฝั่งขวาได้อย่างลงตัว แม้เขาจะเก็บบอลและพาขึ้นไปด้านหน้าได้ไม่ดีเท่า โควาซิช แต่เขาก็เป็นหน่วยสร้างสรรค์ประตูที่ดี เมื่อมีส่วนร่วมกับ 16 ประตู ในฤดูกาลเดียวกับเอฟเวอร์ตันเมื่อ 3 ฤดูกาลก่อน (2015-2016) และเชื่อว่าเชลซีต้องการให้สถิติเหล่านี้เกิดขึ้นกับทีมของพวกเขา

ส่วนมิดฟิลด์อีกสองคนสุดท้ายคือ เชส ฟาเบรกาส และ รูเบน ลอฟตัส ชีค มักถูกใช้ในโปรแกรมบอลถ้วย หรือผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ

เมื่อดูจากขนาดทีมที่ใหญ่ขึ้น แผงแดนกลางของเชลซีดูพัฒนามากขึ้นกว่าเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม ซาร์รี่ ต้องรีบจัดการกับอนาคตของฟาเบรกาส , ลอฟตัส ชีค และ โควาซิช ที่ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ลงสนามให้กับทีมในฤดูกาลหน้าต่อไปอีกหรือไม่

และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น พวกเขายังมีดาวรุ่งชั้นยอดอาทิ เมสัน เมาท์ (ปล่อยยืมตัว) และ บิลลี่ กิลมัวร์ รออยู่ ซึ่งจากทั้งหมดที่เอ่ยมาน่าจะสรุปได้ว่าพวกเขามีขุมกำลังแดนกลางที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้

Comments