WORAPATH – WHAT THE FOX : จากแฟนบอลคนหนึ่งถึงเรื่องของ “ธชตวัน”

วรปัฐ อรุณภักดี

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด บางส่วนที่อยู่ในสนามสามอ่าว ก็คงอึ้งจนพูดไม่ออก!!!!

ขณะที่แฟนกิเลนซึ่งดูถ่ายทอดสด ก็คงช้ำใจ!!! กับการโดนขยี้ด้วยภาพสโลว์โมชั่นกับจังหวะการเสียประตูแทบทุกมุมแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เช่นเดียวกับบางคนที่ไม่ได้ดูแล้วเปิดเช็คผลแบบผ่านๆ ในโลกออนไลน์ก็คงงงผสมมองบน!!! เพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไรพลิกล็อค ล้อกันเล่นแน่เลยใช่มั้ย? โซเชียลมีเดีย?

แต่ทุกอย่าง คือ เรื่องจริงที่แท้ทรูครับ ซึ่งสกอร์ที่ประจวบยิงไปถึง 6-1 (จบครึ่งแรกนำ 4-0) นอกจากเป็นการแพ้ที่เสียประตูมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์แล้ว ยังทำให้ขุนพล “กิเลนผยอง” ต้องขาดแม่ทัพที่ชื่อ “ธชตวัน ศรีปาน” ที่ขอรับผิดชอบต่อศึกครั้งนี้ด้วย ซึ่งผมไม่ขอออกความเห็นใดๆ ทั้งสิ้นถึงสาเหตุที่แท้จริง หรือที่มาที่ไปของการลาออกครั้งนี้ของเทรนเนอร์คนไทยที่มีฝีมือที่สุดในบ้านเรา ณ ปัจจุบัน

 

พราะ 1. รู้ไม่จริง และไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดนู่นพูดนี่แบบเป็นตุเป็นตะ
           2.พูดไป “โค้ชแบน” ก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจหวนคุมเมืองทองในเร็วๆ นี้แน่

ประสบการณ์ตรงที่ผมเคยได้สัมผัสกับ “พี่แบน” ในฐานะพี่ในวงการฟุตบอลที่เรามีบทบาทหน้าที่ต่างกัน มี 2 ครั้งด้วยกัน คือ เขามาร่วมเป็นแขกรับเชิญเล่าถึงประสบการณ์ในอดีตที่พาทีมผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 10 ทีมสุดท้ายของเอเชียได้เป็นครั้งแรก ในถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ไทยเปิดบ้าน ชนะ ไต้หวัน 4-2 เมื่อ 3 ปีก่อน (ตอนนั้นคุมสโมสรเพื่อนตำรวจ) ซึ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยดี และผมชื่นชมในความเป็นมืออาชีพของพี่เขามาก

ครั้งต่อมาก็เลยติดต่อให้มาเป็นคอมเมนท์เตเตอร์ในการถ่ายทอดฟุตบอลทีมชาติไทย แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะพี่เขาไม่อยากวิจารณ์ใคร และให้เกียรติคนในวงการเดียวกัน ว่าทุกคนมีแนวทางของตัวเองไม่มีใครผิดใครถูก เพียงแต่ช่วงเวลานั้นใครแก้ปัญหาและเตรียมงานได้ดีกว่ากันเท่านั้นเอง ซึ่งผมไม่เสียใจเลยที่ถูกปัดความหวังดีและเชื่อเลยว่า “สุภาพบุรุษลูกหนัง” มันเหมาะกับพี่จริงๆ

ดังนั้นในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง เราควรจะมาช่วยกันสร้างแรงขับเคลื่อน ปลุกไฟในตัวของอดีตนักฟุตบอลที่ถือเป็นจอมทัพทีมชาติไทยในยุคที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังบ้านเราให้กลับมาโลดแล่นในวงการอีกครั้งโดยเร็วดีกว่า เพราะในความเห็นของผมอาชีพโค้ช เป็นอาชีพที่ไม่ควรหยุดนิ่ง ทุกนาทีมีค่าที่จะสร้างสิ่งใหม่ ทุกวันของการคุมทีม คือ ประสบการณ์ และทุกนัดของการแข่งขัน คือ การลองผิดลองถูกเพื่อความสำเร็จในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาผู้ชายอย่าง “ธชตวัน ศรีปาน” ฝ่าด่านทุกอย่างที่ผมบอกมาหมดแล้ว และกำลังทำสิ่งใหม่ในการเอาวิชาจากโปรไลเซนส์มาปรับใช้ในแบบฉบับของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันเวลา

ก้าวต่อไปของ “โค้ชแบน” ที่หลายสื่อ หรือแฟนบอลบางส่วนเองก็ชงให้ซะเหลือเกินว่า พี่เขาเหมาะสมกับการเป็นกุนซือทีมชาติไทย ซึ่งผมก็เห็นด้วยแต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเก้าอี้ตัวนั้นมีฝรั่งที่ชื่อ “มิโลวาน ราเยวัช” นั่งอยู่ และเชื่อเถอะครับว่าถึงแม้รุ่งขึ้นตำแหน่งเฮดโค้ช “ช้างศึก” จะไร้คนดูแล “สุภาพบุรุษลูกหนัง” คนนี้ก็จะไม่มีทางเดินเข้าไปรับงานแน่นอน

เพราะสังเกตได้ช่วงก่อนหน้านี้ที่มีโอกาสคุมทีมชาติไทย ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ ก็เปิดประตูรอเจรจาขอแค่ “โค้ชแบน” ก้าวขาเข้าไป สุดท้ายการให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยเนื้อหาใจความว่า ยังไม่พร้อม รู้สึกว่าอยากเก็บประสบการณ์ให้ได้มาตรฐานเอเชีย หรือ ยุโรป เพราะที่ผ่านมายังทำงานแบบไทยๆ อยู่ เลยอยากสร้างความเชื่อมั่นให้ในวงการยอมรับก่อนถึงจะก้าวขึ้นไปรับงานได้ นี่แหละจุดแข็งของผู้ชายคนนี้ ที่ประเมินตัวเองตลอดเวลา และรู้ว่าเมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นไปรับงานใหญ่ แต่มันจะน่าเสียดายมากนะครับ ถ้าทีมชาติไทยจะพลาดโอกาสในการร่วมงานกับ “โค้ชแบน” ในตอนนี้ เพราะช่วงจังหวะมันเป็นใจซะเหลือเกิน

มันจะมีทางไหนบ้าง ที่ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันในระยะยาวเพื่อประโยชน์ต่อชาติของเรา ต้องถามใจประธานเทคนิคอย่าง “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล กับ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ แล้วล่ะครับว่าอยากจะได้ลูกมือที่ยังมีไฟในการทำงาน ร้อนวิชา พร้อมจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพื่อพัฒนาไปข้างหน้า และเข้าใจวิถีชีวิตนักฟุตบอลไทยทุกระดับไปร่วมกันสร้าง “ไทยแลนด์เวย์” ให้สมบูรณ์เป็นรูปธรรมด้วยฝีมือคนไทยด้วยกัน น่าภูมิใจจะตาย

“คุยกันเถอะนะ ถ้าอุดมการณ์สมาคมฯ ชัดเจน วางหูแล้วอาจจะได้ลุยงานกันเลย………ถึงเวลาสร้าง ดิ อเวนเจอร์สแล้วครับ คนอย่างธชตวัน ศรีปาน ไม่ควรว่างงาน”

วรปัฐ อรุณภักดี
ผู้ประกาศข่าว / ผู้บรรยายกีฬา ไทยรัฐทีวี ช่อง 32

Comments