ตำแหน่งต่อตำแหน่ง : ใครจะมาแทน 4 แข้งตัวหลักทีมชาติไทยในศึกซูซูกิ คัพ ?

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ปลายปีนี้ ทีมชาติไทยจะไม่มี 4 ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน, ธีรศิลป์ แดงดา และชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ติดภารกิจกับสโมสรในลีกต่างแดน ประกอบกับการตัดสินใจของ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่แย้มเป็นนัยมานานแล้วว่าต้องการให้โอกาสบรรดาแข้งหน้าใหม่ที่โชว์ฟอร์มดีในศึกโตโยต้า ไทยลีก มาติดทีมชาติ เพื่อลุยภารกิจป้องกันแชมป์ในครั้งนี้

ทัพช้างศึกมีคิวลงอุ่นเครื่องในโปรแกรมทีมชาติสองนัด ได้แก่ การลงเตะนัดกระชับมิตรระดับ FIFA International ‘A’ Match กับ ฮ่องกง และ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก ในช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการวอร์มเครื่องก่อนถึงศึกฟุตบอลสองรายการใหญ่ในช่วงสิ้นปีนี้ต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า จึงเป็นโอกาสดีที่ มิโลวาน ราเยวัช และสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย จะได้ทดลองตัวผู้เล่นหน้าใหม่ และหานักเตะเข้ามาเติมเต็ม 4 ตำแหน่งตัวหลักที่ขาดหายไป

นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ FOX Sports Thailand จะรวบรวมนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในตำแหน่งที่ทีมชาติไทยกำลังมองหาตัวตายตัวแทน 4 นักเตะตัวหลักที่ไม่ได้บินกลับมารับใช้ชาติในทัวร์นาเมนต์นี้ จะใครบ้าง ติดตามได้ที่นี่

ผู้รักษาประตู

ฉัตรชัย บุตรพรหม (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

นายด่านจอมหนึบจากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้งในรอบ 2 ปี หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนถูก มิโลวาน ราเยวัช เรียกกลับมาติดธงช้างศึกในทัวร์นาเมนต์ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ฉัตรชัย บุตรพรหม วัย 31 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ลงเฝ้าเสาให้กับทีมในเกมลีกไป 27 นัด เก็บ 11 คลีนชีต นอกจากนั้นยังมีทีเด็ดในการป้องกันการดวลลูกจุดโทษหลังเซฟพาต้นสังกัดผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ ได้สำเร็จ

ขวัญชัย สุขล้อม (พีที ประจวบ เอฟซี)

ผู้รักษาประตูดาวรุ่งวัย 23 ปี ของพีที ประจวบ เอฟซี ที่ยืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2018 ทั้งที่เป็นการลงเล่นบนลีกสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัว ขวัญชัย สุขล้อม ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจาก “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือของทีม ให้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญช่วยให้ต่อพิฆาตกลายเป็นทีมน้องใหม่ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกินในฤดูกาลนี้

ขวัญชัย ลงสนามเป็นปราการด่านสุดท้ายในศึกไทยลีกฤดูกาลนี้ 22 นัด เก็บไป 6 คลีนชีต ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ไม่เลวสำหรับมือกาวที่เพิ่งได้สัมผัสฟลอร์หญ้าลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในชีวิต ด้วยผลงานการเซฟหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ขวัญชัยถูก “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เรียกตัวติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ผ่านมา และนั่นคือการติดธงครั้งแรกของมือกาวเด็กสร้างจากบุรีรัมย์

แบ็กซ้าย

กรกช วิริยอุดมศิริ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

หากว่ากันตามฟอร์มและผลงานที่เด่นชัดคงไม่มีนักเตะคนไหนในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่โชว์ฟอร์มได้ดีไปกว่า กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็กซ้ายมากความสามารถของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และยืนหยัดมาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้ตลอดเวลา เป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้ายที่อยู่แถวหน้าของวงการฟุตบอลไทยมาหลายปี

กรกช มีชื่อกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง ในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซิร์บ ในเกมกระชับมิตรที่ทีมชาติไทยพบกับทีมชาติจีน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ทั้งในเกมลีกและเวทีเอเชียอย่างศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก นั่นทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกในแบ็กซ้ายให้กับทัพช้างศึกอีกครั้ง

ในฤดูกาลนี้ กรกช เป็นนักเตะคนสำคัญของปราสาทสายฟ้า ลงเล่นไปแล้ว 30 นัดในเกมลีก ยิงไป 5 ประตู แถมด้วย 7 แอสซิสต์ ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์อาเซียนปลายปีนี้ คงถึงเวลาที่จะได้เห็นแบ็กซ้ายจากบุรีรัมย์รายนี้ กลับมาลงสนามในนามทีมชาติไทยอีกครั้ง

เควิน ดีรมรัมย์ (การท่าเรือ เอฟซี)

แบ็กซ้ายลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 21 ปี เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกทางกราบซ้ายที่น่าสนใจของทีมชาติไทยในทัวร์นาเมนต์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เนื่องจาก เควิน ดีรมรัมย์ เป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่เล่นให้ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต่อเนื่องจนมาถึงในสีเสื้อ การท่าเรือ เอฟซี จึงไม่แปลกใจที่ค่าตัวของเควินจะพุ่งสูงถึงประมาณ 40 ล้านบาท

อดีตดาวเตะเยาวชนของเบรเมน เป็นผู้เล่นเยาวชนรายแรกๆที่ถูก มิโลวาน ราเยวัช เรียกตัวมาติดทีมชาติชุดใหญ่ เมื่อครั้งเข้ามาคุมทีมใหม่ๆ ด้วยสไตล์การเล่นที่เหมือนนักเตะยุโรป มีการผ่านบอลที่แม่นยำ นั่นทำให้เขายังถูกเรียกใช้บริการในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีอีกด้วย โดยในฤดูกาลนี้ เควิน ดีรมรัมย์ ลงเล่นให้สิงห์เจ้าท่ารวมทุกรายการไปแล้ว 35 นัด ยิงไป 2 ประตู 7 แอสซิสต์

กองกลางตัวรุก

สุมัญญา ปุริสาย (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

จอมทัพคนสำคัญของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในวัย 31 ปี มีส่วนช่วยให้ต้นสังกัดยึดที่สองของตารางคะแนนไทยลีกในฤดูกาลนี้ พร้อมคว้าสิทธิ์ไปเล่นในถ้วยเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก อีกครั้งในฤดูกาลหน้า ผลงานส่วนตัวของสุมัญญาโดดเด่นเรื่อยมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ทำให้เขาถูกกุนซือทีมชาติไทยเรียกตัวกลับไปติดทีมชาติอีกครั้ง ในแมตช์กระชับมิตรกับทีมชาติจีน โดยในครั้งนั้นเป็นการคัมแบ็กสู่ทัพช้างศึกในรอบ 5 ปีอีกด้วย

ในฤดูกาลนี้ สุมัญญา กำลังนำเป็นดาวซัลโวนักเตะไทยอยู่ที่ 11 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นสถิติการยิงประตูที่ยอดเยี่ยมในตำแหน่งกองกลางตัวรุก นอกจากนั้นยังแอสซิสต์ได้ 8 ครั้ง ในศึกชิงแชมป์อาเซียนปลายปีนี้เป็นโอกาสดีที่สุมัญญาจะได้กลับมาสวมเสื้อทีมชาติไทยลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (บางกอกกล๊าส เอฟซี)

แนวรุกตัวยืมจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ย้ายมาอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในช่วงเลกที่สองของศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ พร้อมพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมเพื่อร่วมงานกับ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด อดีตกุนซือช้างศึก U19 ที่อานนท์เคยร่วมงานมา และดูเหมือนว่าในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม จะทำให้ดาวเตะจากเชียงใหม่รายนี้เค้นฟอร์มเก่งออกมาโชว์ได้ดีที่สุด ยกระดับมาตรฐานการเล่นของตัวเองช่วยให้บางกอกกล๊าสขยับพ้นโซนตกชั้นได้สำเร็จ

แม้ว่า อานนท์ จะถูกเมินจากทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ผ่านมา ทั้งที่ฟอร์มของเขาคู่ควรกับการติดทีมชาติชุดดังกล่าวด้วยประการทั้งปวง แต่ความหวังในการติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ในครั้งนี้ อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากผลงานส่วนตัวของอานนท์ได้บ่งชี้ความสุดยอดของตัวเองออกมา ไม่แน่เหมือนกันว่ากุนซือที่ชอบให้โอกาสดาวรุ่งอย่าง มิโลวาน ราเยวัช จะเรียกตัวมิดฟิลด์รายนี้มาติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกก็เป็นได้

กองหน้า

อดิศักดิ์ ไกรษร (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

อีกหนึ่งกองหน้าทีมชาติไทยที่ได้รับบาดเจ็บไปนาน อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ได้ลงสนามรับใช้ต้นสังกัดเลยตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล เพิ่งมีโอกาสลงสัมผัสฟลอร์หญ้าไทยลีกนัดแรกในรอบกว่าครึ่งปีในเกมที่เมืองทองเปิดบ้านชนะชลบุรี เอฟซี 4-1 และยังไม่สามารถเบิกสกอร์แรกของตัวเองในศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลนี้ได้

อดิศักดิ์ ถือเป็นกองหน้าทีมชาติไทยที่มากประสบการณ์คนหนึ่ง โดยช่วงหลังๆ  ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยครั้งขึ้น แต่ยังต้องควานหาฟอร์มเก่ง และยกระดับความฟิตและสภาพร่างกายให้ดีกว่านี้ หากหวังจะหวนคืนสู่ยูนิฟอร์มทีมชาติไทย ในยุคของมิโลวาน ราเยวัช

ชนานันท์ ป้อมบุบผา (สุพรรณบุรี เอฟซี)

นี่อาจจะเป็นกองหน้าที่มีโอกาสมากที่สุด ในการกลับมาติดทีมชาติไทย ลุยศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปลายปีนี้ ชนานันท์ ป้อมบุบผา กองหน้าจากสุพรรณบุรี เอฟซี กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัด ฟอร์ม 6 นัดหลังสุดในเกมลีก ชนานันท์ซัดไปทั้งหมด 5 ประตู ช่วยช้างศึกยุทธหัตถีกำลังอยู่ในโมเมนตัมที่ดีในการหนีตกโซนอันตราย

ปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้ ชนานันท์ ฟอร์มพุ่งในศึกโตโยต้า ไทยลีก ช่วงหลังๆก็คือ การได้เล่นร่วมกับสุดยอดกองหน้าตัวต่างชาติอย่าง เคลตัน ซิลวา และโรมูโล คาบราล สองหัวหอกชาวบราซิล นอกจากนั้นกุนซือที่มีคู่มือการใช้งานชนานันท์อย่าง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชนานันท์เค้นฟอร์มเก่งออกมา จนมีรายชื่อในแคนดิเดตกองหน้าทีมชาติไทย ชุดลุยศึกชิงแชมป์อาเซียนปลายปีนี้ ผลงานของชนานันท์ในฤดูกาลนี้ ลงเล่น 29 นัดรวมทุกรายการ ยิงไป 7 ประตู 2 แอสซิสต์

Comments