เอเด็น อาซาร์ : เขี้ยวเล็บที่คมที่สุดของสิงห์บลูส์

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า อาจตกเป็นของลูก้า โมดริช แต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าสตาร์ที่มาแรงที่สุดอีกหนึ่งคนของปีนี้ และติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีเช่นกันคือ เอเด็น อาซาร์

เขาคือตัวริมเส้นที่อันตรายที่สุดแห่งยุค มีสายตาเฉียบคมในการเปิดป้อนบอลและยิงประตูได้อย่างฉมัง เขาแจ้งเกิดกับลีลล์ชุดฤดูกาล 2010/2011 ที่คว้าแชมป์ลีก เอิง และเฟร้นช์ คัพ ร่วมทีมกับแชร์วินโญ่ , โยอัน กาบาย และ อาดิล รามี่

ฟอร์มของเขาไปเตะตา เชลซี ที่ดึงตัวเขามาเสริมทีมเมื่อฤดูกาล 2011/2012 ในปีที่เขาน่าจะฟอร์มแรงที่สุดกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสตาร์ที่น่าจับตามองที่สุดในโลกฟุตบอล

เขาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย , ลีก คัพ 1 สมัย , เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ยูโรป้า ลีก อีก 1 สมัยร่วมกับเชลซี

เขายังกลายเป็นนักเตะตัวหลักแห่งยุคทองของทีมชาติเบลเยียมที่พาทีมทะลุไปคว้าอันดับที่ 3 ของฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ และทำให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมของฟีฟ่า ซึ่งเขาเป็นนักเตะเบลเจี้ยนคนแรกที่ทำได้

แต่แม้ อาซาร์ จะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเพียงใดกับทั้งทีมชาติและสโมสร รวมถึงเกียรติประวัติส่วนตัว แต่เชื่อว่าความสำเร็จของเขาจะไม่จบลงแค่นี้

กระทั่งจนถึงตอนนี้เขายังเป็นนักเตะในพรีเมียร์ลีกที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดและทำประตูในลีกไปแล้ว 5 ประตู รวมถึงประตูชัยในเกม ลีก คัพ กับ ลิเวอร์พูล ในเกมล่าสุด

หากเขายังรักษาฟอร์มเก่งแบบนี้ไว้ได้น่าจะเป็นอีกปีที่เขามีลุ้นรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีหรือบัลลงดอร์ ในปฏิทินปีหน้า

ตัวอันตราย

เรามาเจาะลึกกันว่าเหตุใดเอเด็น อาซาร์จึงเป็นหนึ่งในนักเตะที่อันตรายที่สุดในโลกเวลานี้

เขาเป็นนักเตะที่ทำให้คู่ต่อสู้ต้องหวาดระแวงเสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่อันตราย เขาเป็นทั้งผู้สร้างสรรค์และผู้สังหารในคราวเดียวไม่ว่าเขาจะเล่นให้ทีมชาติหรือสโมสร

นั่นยังไม่รวมการควบคุมลูกฟุตบอลและไหวพริบที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอลได้เสมอ

แต่เขาไม่ได้เพียงแต่มาสร้างความบันเทิงในสนาม แต่หน้าที่ของเขาคือการช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะ ทุกช่วงเวลาที่อาซาร์อยู่ในสนามกลายเป็นการยกระดับให้ทีมของเขาเล่นดีขึ้น และทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เอื้อมไม่ถึงในฟุตบอลยุคนี้

และแม้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ จะดึงตัวนักเตะอย่าง จอร์จินโญ่ เข้ามาเสริมทีมก็ตามแต่สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือการเสียเอเด็น อาซาร์ ไปให้กับ เรอัล มาดริด ซึ่งโชคดีที่เหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น

ดาวเตะหมายเลข 10 ของเชลซี ยังคงต้องทำลายล้างคู่ต่อสู้ต่อไป ไม่ว่าอนาคตเขาจะสวมเสื้อสีน้ำเงินไปถึงเมื่อใด แต่สำหรับฤดูกาลนี้ จะเป็นลิเวอร์พูล หรือ แมนฯซิตี้ ก็เอาแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้ไม่ง่าย ตราบใดก็ตามที่เขายังไม่ผ่านเขี้ยวเล็บที่แหลมคมที่สุดของสิงโตตัวนี้ไป

Comments