NAT on FOX : “เซนส์บอล”

ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

การที่คนๆหนึ่งจะเล่นฟุตบอลได้เก่ง และกลายเป็นนักเตะระดับโลกแน่นอนครับไม่ใช่เรื่องง่าย

หากย้อนกลับไปจุดแรก … สิ่งหนึ่งที่คุณต้องมีแน่นอนคือเบสิก … เดาะบอลให้เป็น , ฝึกส่งบอล , ฝึกดูดบอลลง , ฝึกควบคุมบอล และฝึกยิงประตู

สิ่งเหล่านี้คุณต้องทำเป็นประจำทุกวัน ฝึกจนเป็นนิสัย ให้มันชินเท้า ปรับให้มันเข้ากับสมองของคุณ

ถ้าเป็นพวกบราซิเลี่ยนสไตล์ ก็โน่นเลยครับ สตรีทฟุตบอล … นักเตะแนวละตินเขาก็จะเรียนรู้กันมาจากฟุตบอลข้างถนน จังหวะนี้เล่นทริกอย่างไร รูเลท เทิร์น , อีลาสติโก้ แรกๆ ก็คงได้แต่มอง ครั้นเมื่อเริ่มฝึก ทุกอย่างก็เริ่มจะชำนาญ กลายเป็นเทคนิคการเล่นส่วนตัว

วิ่งเร็ว? อย่างแรกก็ต้องมีความฟิตครับ จากนั้นก็ฝึกสปรินท์ตัว ฝึกการหายใจ และฝึกการวางน้ำหนักของเท้าที่ถูกต้อง

นั่นคือศาสตร์ของฟุตบอลเฉพาะตัว … นี่คือสิ่งที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีพร้อมแล้วก่อนย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเล่นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หากใครจำกันได้ วันแรกที่ โรนัลโด้ ลงมาเป็นตัวสำรองในชุดของ “ปีศาจแดง” เจอกับโบลตัน วันเดอเรอร์ส คุณจะเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง เอาแต่สับ แล้วก็ยิง , สับ แล้วก็ยิง

เหมือนเล่นฟุตบอลอยู่คนเดียว , ไม่มีการเล่นเป็นทีม ทุกอย่างเหมือนจะมีแต่เสียมากกว่าได้

กระทั่งสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนความคิดของ โรนัลโด้ ไปตลอดกาลคือเรื่องของ “เซนส์บอล” ครับ

มันสำคัญมากกว่าทริคสตรีทฟุตบอลเสียอีก , เมื่อคุณมีเซนส์บอล คุณจะสามารถตัดสินใจได้เร็วว่าจะทำอะไรในเวลานั้น ซึ่งมีประโยชน์ต่อทีมมากที่สุด

หากเป็นกองกลาง คุณต้องคิดก่อนหนึ่งสเตป ว่าถ้าคุณได้บอลมาแล้ว คุณจะทำอย่างไรต่อ คุณจะวางยาวออกซ้ายหรือขวา , คุณจะเลือกจ่ายให้ตัวไหน , หรือคุณต้องมองวิธีการยืนของแผงหลังคู่ต่อสู้ ช่องโหว่อยู่ที่ไหน และเพื่อนของคุณน่าจะวิ่งสอดมาทางไหน

บอลคิลเลอร์พาส ไม่ว่าคุณจะจ่ายอย่างสวย แต่ถ้าเพื่อนคุณไม่วิ่งไปที่จุดนัดพบ ก็เป็นบอลเสียครับ

แล้วหากเป็นศูนย์หน้าล่ะ? ในบทบาทการทำประตู เซนส์บอลที่ต้องมีมากที่สุดคือการหาตำแหน่ง

คุณจะวิ่งไปตรงไหนที่เพื่อนจะจ่ายให้ง่ายที่สุด , คุณจะเข้าไปตรงไหนในเขตโทษเพื่อที่จะเจอบอล คุณจะหลอกล่อกองหลังฝั่งตรงข้ามยังไง หรือถ้าคุณโดนประกบและยิงไม่ได้ คุณจะจ่ายให้เพื่อนคนไหนที่อยู่ในตำแหน่งซึ่งสามารถทำประตูได้ดีกว่าคุณ

ถ้านักเตะคนใดคนหนึ่งมีทักษะ , เบสิก , เทคนิคอย่างพร้อม และยิ่งมีเซนส์บอลอยู่ด้วยล่ะก็ นั่นคือคำนิยามของคำว่า “สมบูรณ์แบบ” ของจริงครับ

ลิโอเนล เมสซี่ คือคนๆนั้น ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า แข้งบาร์เซโลน่าสามารถทำทุกอย่างได้ ทั้งเลี้ยง , ทั้งจ่าย และทั้งยิง

ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่แค่คุณฝึกฟุตบอลส่วนตัว หรือซ้อมเบสิก คือคุณต้องดูฟุตบอลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การศึกษาเกมการแข่งขันที่แท้จริงจะทำให้คุณรู้ว่านักเตะอาชีพในสนามเลือกจะทำอย่างไรในสถานการณ์คับขัน และนำมาปรับใช้กับตัวเอง

แต่กว่าคุณจะนำมาปรับใช้ในสนามได้จริง สิ่งที่คุณต้องทำเป็นอย่างสุดท้ายเช่นกันคือ การซ้อมร่วมกับเพื่อน

คุณต้องอยู่ด้วยกันจนเข้าใจกัน ซ้อมการขึ้นเกม , ซ้อมการวิ่งหาช่อง และมี “สูตรการเข้าทำ” ที่รู้กันเองระหว่างเพื่อนร่วมทีมของคุณ

ยิ่งคุณไปเล่นต่างแดนด้วยแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่าย , คุณต้องผ่านกำแพงด้านภาษา และวัฒนธรรม และคุณยังต้องพิสูจน์ตัวเองให้เขาไว้ใจและเชื่อใจ

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ใช้เวลาอยู่ 1 ปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ครับ

ฤดูกาลที่แล้ว “เจ้าเจ” ทำได้เพียงแค่แอสซิสต์เดียวตลอดฤดูกาล จากการบรรจงจ่ายบอลให้ ไดกิ ซุกะ ทำประตู ในเกมพบกับเซเรโซ่ โอซาก้า

นัดนั้นทีมแพ้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพื่อนๆ เชื่อใจในชนาธิปมากขึ้น

แม้หลายคนจะบอกว่า “เพื่อนๆไม่ส่งให้เจเลย” , “เจจะไหวหรือ?” แต่สิ่งที่ ชนาธิปทำคือ ตั้งใจฝึกซ้อม , ซ้อม และซ้อมเท่านั้น

ในช่วงเวลาที่เขาซ้อม และเล่นเจลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เชื่อได้เลยว่า เขากำลังปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมอยู่ และเรียนรู้จุดผิดพลาด ว่าควรทำอย่างไร และไม่ควรทำอย่างไร

เหมือนการเคี่ยววัตถุดิบอาหารให้เข้ากันในชามเพื่อนำมาปรุง แน่นอนคุณต้องใช้เวลา และอาศัยความปราณีตและอดทน

ที่สุดแล้วความพยายามของ “Songkrasin” ก็มาประสบความสำเร็จ กับประตูแรกที่ทำได้จาก “ลูกโหม่ง” ในเกมกับ เซเรโซ่ โอซาก้า (น่าจะเป็นทีมที่ถูกโฉลกกับเจ้าเจ)

จังหวะนั้นเขาวิ่งไปหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษก่อนไปรับลูกเปิดของ โคจิ มิโยชิ และพุ่งโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

ผมคิดว่าประตูนั้นคือการปลดล็อกความกดดันทุกอย่างของชนาธิปอย่างแท้จริง ความมั่นใจของเขาเริ่มมี บวกกับความเข้าใจในทีมมีมากขึ้น , ความไว้ใจจากเพื่อนๆมีมากขึ้น

จึงนำมาซึ่ง 1 ประตู 1 แอสซิสต์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ในเกมกับ วี วาเรน นากาซากิ น้องใหม่เจลีก ที่ขอย้อนเอาคำว่า “เซนส์บอล” มาใช้อีกครั้ง เพราะมันคือคำนี้จริงๆครับ

ทั้งจังหวะแอสซิสต์ให้เจ โบธรอยด์ ที่เขาต้องมองข้างหน้าก่อนเห็นความผิดพลาดในการมาร์คกิ้งของแนวรับ วี วาเรน ที่มีอยู่สองคนแต่ไม่มีใครเข้าประชิด โบธรอยด์ ที่ออกตัววิ่งด้วยความรู้ใจ และมั่นใจว่า ชนาธิป ต้องจ่ายบอลดีมาให้เขา

และมันเกิดขึ้นจริง กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ของยอดทีมเมืองเหนือแดนปลาดิบ

ส่วนประตูชัยของทีมในช่วงทดเวลาการแข่งขัน นั่นก็เซนส์บอลครับ จังหวะที่เพื่อนเปิดฟรีคิกทางกลางสนามฝั่งขวา เป้าอยู่ที่ โบธรอยด์ แต่ชนาธิป อยู่ทางซ้ายด้านนอกกรอบเขตโทษ ไม่มีใครสนใจเขา เขาเหมือนเป็นมือปืนที่รอซุ่มโจมตีในจุดที่ไม่มีใครสนใจ

เขาค่อยๆพาตัวเองเข้ากรอบเขตโทษ ไปรอที่เสาไกล และในจังหวะที่บอลลอยโด่งเข้าหาศีรษะของ โบธรอยด์ ชนาธิปก็ประจำจุดที่เสาไกลแล้ว

แท้จริงเป็นความผิดพลาดของยูเฮ โทกูนางะ แนวรับของ วี วาเรนฯ ด้วย ที่จริงๆเขาเห็นแวบหนึ่งว่ามีนักเตะ คอนซาโดเล่ โฉบเข้าไป แต่กะว่าจะรอดักเคลียร์ลูกโหม่งชงของ โบธรอยด์

แต่เสียใจด้วยครับ เซนส์บอลของชนาธิป เหนือกว่า เขาไปรออยู่ในจุดตกที่เหมาะเหม็งจากลูกโหม่งชงของเพื่อนรักต่างวัย 35 กะรัต ก่อนจะพุ่งโหม่งข้ามเส้นประตู เสียงบ้าคลั่งของแฟนบอลเจ้าบ้าน อื้ออึงไปทั่วซัปโปโร โดม

โทกูนางะ พลาด เขากะจังหวะบอลผิด และเซนส์บอลของชนาธิป ก็เป็นฝ่ายถูก

ชื่อ “Songkrasin” น่าจะดังกังวานไปทั่วญี่ปุ่นมากขึ้นนับจากวินาทีนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจากความบากบั่นมุ่งมั่น มานะพยายามของเขา … เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ นอกจากเขาจะต้องฝึกเบสิกฟุตบอลของตัวเองแล้ว … สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นกีฬาชนิดนี้คือ “เซนส์บอล” และ “การเล่นเป็นทีม”

ที่สำคัญที่สุดคือ “ความเชื่อ” เชื่อว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูก , มั่นใจว่า ทีมของคุณจะต้องทำประตูได้…

และต้องเป็นผู้ชนะ

Comments