โรนัลโดแดงแรก, ลิเวอร์พูลยังแกร่ง : 5 ประเด็นที่น่าสนใจใน UCL แมตช์ที่ 1

ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม , แซงกลับมาคว้าสามแต้ม , จังหวะปัญหา , ประตูสุดสวย , แมตช์พลิกล็อก และนักเตะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น ทุกอย่างเกิดขึ้นในนัดแรกของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

FOX Sports Thailand จะพากลับไปย้อนติดตามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมสซี่กับแฮตทริกของเขา

เมสซี่ทำไป 45 ประตู และ 18 แอสซิสต์ตลอดฤดูกาล 2017-2018 คว้ารางวัลรองเท้าทองคำของยุโรป และคว้าดับเบิ้ลแชมป์กับบาร์เซโลน่า อย่างไรก็ตามมันไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาติด 1 ใน 3 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทั้งยูฟ่า และ ฟีฟ่า

แถมผลงานกับทีมชาติของ เมสซี่ ก็ยังน่าผิดหวังเหมือนเคยเมื่อเขาพา อาร์เจนตินา ไปถึงเพียงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

แต่เมสซี่ เริ่มทุกอย่างใหม่ในซีซั่นปัจจุบันด้วยการทำไปแล้ว 7 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ โดยนัดแรกของแชมเปี้ยนส์ ลีก กับพีเอสวี เขาทำประตูแรกได้จากฟรีคิกเครื่องหมายการค้า จากนั้นแฮตทริกแรกของเขาในเกมยุโรปก็ตามมาไม่ยากเย็น และทำให้เขายิงประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก เวลานี้ไปแล้วถึง 63 ประตู

รางวัล บัลลงดอร์ จะมีการประกาศช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งไม่แน่เหมือนกันว่า ลิโอเนล เมสซี่ อาจแซงทางโค้ง หากยังโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่อง

หากเนย์มาร์,เอ็มบั๊ปเป้ไม่ใช่ แล้วอะไรคือคำตอบของเปแอสเช?

ปารีส แซงต์ แฌร์กแม็ง ต้องการถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ พวกเขาคว้าตัวซูเปอร์สตาร์เข้ามาเสริมทีมมากมาย รวมถึงพยายามหากุนซือมากฝีมือเข้ามาพาทีมไปให้ถึงฝั่งฝัน

สโมสรจากปารีเซียงดึงตัว เนย์มาร์ มาด้วยสถิติโลกเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วพร้อมกับการเซ็น คีเลี่ยน เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีมถาวรด้วยค่าตัว 166 ล้านปอนด์ มันอาจเป็นการเดินธุรกิจที่ดีของทีม แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เป็นการทำร้ายทีมไปด้วยเช่นกัน

เปแอสเชกำลังถูกจับตามองเกี่ยวกับกฎการควบคุมทางการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) และแม้ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดแต่ยูฟ่ายังยืนยันว่าจะจับตามองพวกเขาอย่างใกล้ชิด

และเพื่อบริหารทีมให้อยู่ภายใต้กฎดังกล่าว เปแอสเชจำเป็นต้องปล่อยผู้เล่นไปมากถึง 11 คน นำโดย ติอาโก้ ม็อตต้า ที่แขวนสตั๊ด โดย 6 คน ย้ายออกจากทีมไปด้วยสัญญาถาวร ทำให้ขนาดของทีมลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เกมกับลิเวอร์พูล เปแอสเช ไม่มีนักเตะอย่างมาร์โค แวร์รัตติ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องใช้มิดฟิลด์สามคนอย่าง มาร์ควินญอส , อาเดรียง ราบิโอต์ และ อังเคล ดิ มาเรีย โดยหนึ่งในนั้นอย่างมาร์ควินญอสคือกองหลังธรรมชาติ ส่วนดิ มาเรีย เป็นปีก

นั่นทำให้คุณภาพแดนกลางของเปแอสเช สู้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ และจบด้วยผลแพ้ 2-3 ด้วยรูปเกมที่เป็นรองอย่างราบคาบ

ในขณะที่ลิเวอร์พูล เปลี่ยนเอาโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แทนที่ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แต่ เปแอสเช กลับเปลี่ยนนักเตะอย่างเอริค มักซิม ชูโป โมติง แทนที่ของ เอดินสัน คาวานี่ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องขนาดทีมมากแค่ไหน หากนักเตะตัวหลัก 1-2 ตัวบาดเจ็บไป น่าจะส่งผลต่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ยุโรปของพวกเขาอย่างแน่นอน

ไก่เดือยทองลำบากเสียแล้ว

การไม่ดึงนักเตะรายใดมาเสริมทีมเลยของ สเปอร์ส และสนามใหม่ที่ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป กลายเป็นปัญหาสำคัญของทีมจากลอนดอนเหนือในเวลานี้

พวกเขาอาจเริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะ 3 เกมรวด แต่ล่าสุดมันก็ตามมาด้วยผลแพ้ 3 เกมติดต่อกัน ด้วยสกอร์ 1-2 ทั้งหมด และที่สำคัญคือทั้งสามเกมพวกเขาเป็นฝ่ายนำก่อน และถ้าสังเกตให้ลึกลงไปอีก 4 จาก 6 ประตูที่พวกเขาเสียมาจากลูกตั้งเตะ

ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดต่อ อินเตอร์ มิลาน ในกลุ่ม บี อาจดูโหดร้ายเกินไปสำหรับพวกเขาที่ครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ และปัญหาสำคัญยิ่งกว่านั้นคือพวกเขาอยู่กลุ่มเดียวกับทั้งบาร์เซโลน่า และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และความพ่ายแพ้ต่ออินเตอร์ อาจทำให้พวกเขาไม่ได้จบ 2 อันดับแรกของกลุ่ม

หลายฝ่ายค่อนขอดว่า สเปอร์ส จะมาไกลได้แค่นี้หรือไม่ภายใต้การทำทีมของ โพเช็ตติโน่ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบ

VAR ในแชมเปี้ยนส์ลีก?

การตัดสินที่สุดจะค้านสายตาในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และที่เห็นได้ชัดเจนคือเกมเมื่อปี 2009 รอบรองชนะเลิศ ที่เชลซี เสมอกับ บาร์เซโลน่าไป 1-1

สำหรับฤดูกาลนี้ ประเด็นใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่นัดแรกหลังจาก ผู้ตัดสินเฟลิกซ์ ไบรช์ แจกใบแดงให้กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในเกมที่ ยูเวนตุส พบกับ บาเลนเซีย

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น โรนัลโด้มีจังหวะไปฟาดแขนใส่เฮย์สัน มูริโย่ แนวรับ บาเลนเซีย และเรียกอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา ก่อนที่ผู้ตัดสินจะแจกใบแดงให้แข้งโปรตุกีสไปท่ามกลางข้อกังขา

ในเกมเดียวกัน จังหวะยกเท้าสูงของนักเตะบาเลนเซียไปยังใบหน้าของชูเอา กานเซโล่ เป็นเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น

แชมเปี้ยนส์ ลีกควรมี VAR ใช้ อย่างน้อยก็เริ่มตั้งแต่ในรอบน็อคเอาท์ เพื่อให้การตัดสินผิดพลาดน้อยลง และเป็นไปอย่างยุติธรรมมากขึ้น

งานลำบากของ “เป๊ป” ในเกมยุโรป

แมนฯซิตี้ อยู่ในกลุ่มที่แทบจะเรียกว่าง่ายที่สุดหากเทียบกับทีมในอังกฤษด้วยกัน แต่พวกเขากลับพ่ายให้กับ โอลิมปิก ลียง 1-2 คาบ้านของตัวเอง

นี่เป็นการพ่ายแพ้ 4 เกมติดต่อกันใน แชมเปี้ยนส์ ลีก และกลายเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ต้องมาเผชิญกับสถิติอันย่ำแย่นี้ โดยเฉพาะ 3 ใน 4 เกม เป็นการเฝ้าบ้านเสียด้วย

โจเซ็ป กวาร์ดิโอล่า คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยกับ บาร์เซโลน่า โดยเฉพาะปี 2011 ซึ่งเป็นปีที่ “เจ้าบุญทุ่ม” คว้าชัยเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสภาพทีมที่แข็งแกร่งที่สุด แต่หลังจากนั้น ไม่มีทีมใดที่เขาคุมคว้าแชมป์ยุโรปได้อีกเลย

พวกเขาพ่ายให้กับ เชลซี ในรอบรองชนะเลิศปี 2012 และชนะเกมเยือนในรอบน็อคเอาท์ได้เพียง 2 จาก 13 เกม โดยแพ้ไปถึง 7 นัด โดยสองเกมนั้นคือการชนะ อาร์เซน่อล ขณะคุมบาเยิร์น มิวนิค เมื่อปี 2014 และอีกเกมคือพาแมนฯซิตี้ ชนะ บาเซิ่ล เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามสามารถกล่าวได้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีสถิติกับแชมเปี้ยนส์ ลีกที่ไม่ดีเท่าใดนัก นับตั้งแต่อำลา บาร์เซโลน่า และแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เป็นถ้วยที่ แมนฯซิตี้ คาดหวังเอาไว้มากเสียด้วย

Comments