7 คีย์แมน “ช้างศึก”ล้ม “เสือดำ” จากกาฬทวีป

นรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

ชัยชนะที่ล้ำค่าของคนไทย กับเส้นทางการป้องกันแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ

แม้จะไม่มีประตูในเกมเมื่อคืน แต่โดยรวมแล้วนักเตะทีมชาติไทยเล่นกันด้วยความมั่นใจและสมาธิ แม้กระทั่งช่วงจุดโทษที่ไม่มีใจฝ่อ ยิงอย่างแน่วแน่จนผ่านเข้าไปชิงกับสโลวาเกีย

ทุกคนเป็นฮีโร่ของแฟนบอลชาวไทย แต่สำหรับ 7 คนนี้ ถือว่าเป็นคีย์แมนสำคัญ ที่ช่วยให้ทัพช้างศึกมีชัยเหนือกาบอง

1. มิโลวาน ราเยวัช

หนึ่งปีผ่านไป สิ่งที่ กุนซือชาวเซอร์เบียค่อยๆเปลี่ยนแปลงทีมชาติไทยคือเรื่องของความแน่นอน เขาประกาศชัดเจนว่าต้องการให้ทีมชาติไทยเล่นเพื่อผลการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่านักเตะช้างศึกทุกคนเล่นตามใบสั่งของอดีตนายใหญ่ทีมชาติกาน่า

การสั่งให้แบ็กไม่เติมสูง หรือเคาะบอลในแดนตัวเองเพื่อล่อนักเตะกาบองให้ดันไลน์ขึ้นมาเพื่อไล่บอล และสร้างช่องว่างในแดนบนของตัวรุกทีมชาติไทย คือหมากการเล่นเกมรุกที่ “มิโล่” วางไว้ให้กับแข้งช้างศึกเมื่อวานนี้

แม้จะไม่ได้ประตู แต่ก็มีหลายครั้งที่ ธีราทร บุญมาทัน หรือ ธีรศิลป์ แดงดา ได้หลุดไปในพื้นที่อันตราย ซึ่งถือเป็นวิธีการเข้าทำที่ได้ผล ขาดแค่การจบสกอร์เท่านั้น

2. กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ฮีโร่ช่วงดวลจุดโทษชี้ขาดของทัพช้างศึก เจ้าตัวออกมายอมรับหลังเกมว่า การไปเล่นที่เบลเยียมส่งผลให้สภาพจิตใจเขาแข็งแกร่ง ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่มากขึ้น ที่สำคัญคือการรับมือกับความกดดัน

แม้จะงานไม่ชุกเท่าไหร่ในช่วงเวลาปกติ แต่นายทวารจากโอเอช ลูเวินก็ไม่มีช็อตพลาดง่ายๆให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว และยังคงเป็นที่ไว้วางใจของเพื่อนๆ ให้ดูแลปกป้องไม่ให้บอลข้ามเส้นประตู

3. พรรษา เหมวิบูลย์

น่าเสียดายที่จังหวะยิงไกลในช่วงครึ่งแรกไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ มิเช่นนั้นเขาคงจะกลายเป็นฮีโร่ของทัพช้างศึกไปแล้ว

ดาวเตะจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมีจุดเด่นที่รูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งมีประโยชน์กับการดวลลูกกลางอากาศกับผู้เล่นกาบอง ขณะที่ในบทบาทเกมรับเขายืนคุมพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และแทบไม่เปิดโอกาสให้แอ็กเซล เมเย่ ศูนย์หน้าฝั่งตรงข้ามได้ลุ้นทำประตู

4. ฟิลิป โรลเลอร์

แบ็กขวาจากราชบุรี มิตรผล เอฟซี มีสมาธิกับเกม และเอาชนะ หลุยส์ อาเมก้า ตัวรุกฝั่งซ้ายของกาบองได้ในหลายจังหวะ

เขามีทางบอลที่ยอดเยี่ยม , มีสปีดต้น ที่สำคัญมีความแข็งแกร่ง เราอาจไม่ได้เห็นเขาเติมเกมรุกบ่อยครั้ง ตามแท็กติกของราเยวัช แต่ในหน้าที่เกมรับก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบคมอีกด้วย

5. ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

กองกลางจากบางกอกกล๊าส เอฟซี เล่นได้อย่างโดดเด่นโดยเฉพาะในช่วงครึ่งเวลาแรก กับการดักสกัดบอลจากเท้าของคู่แข่ง และการตัดเกมในแดนกลางได้อย่างเนียนตาสุดๆ

อีกจุดที่ต้องชื่นชมของ “เจ้านิว” คือการไปช่วยซ้อนพื้นที่เกมรับฝั่งขวาของ ฟิลิป โรลเลอร์ ซึ่งเป็นการปิดการขึ้นเกมทางซ้ายของผู้เล่นกาบอง ทั้งหลุยส์ อาเมก้า และ สตีวี่ เอ็นซอมเบ้ ปีกและแบ็กซ้ายของทีม ได้อย่างชะงัด

6. ชนาธิป สรงกระสินธ์

พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหลังจากไปโลดแล่นที่เจ ลีก ญี่ปุ่นมานานหนึ่งปี จังหวะการพลิกหลบผู้เล่นฝั่งตรงข้ามทำได้อย่างมั่นใจ และยังมีลูกจ่ายยากๆให้เพื่อนเข้าไปทำประตู แต่ปัญหาคือเขามีเวลาซักซ้อมทำความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมน้อยไปนิด หลายครั้งที่บอลจ่ายของชนาธิป ไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้

อย่างไรก็ตาม แข้งจากคอนซาโดเล ซัปโปโร ถือเป็น “ไม้ตาย” ของเกมรุกทีมชาติไทย สู่แชมป์คิงส์คัพหนนี้

7. นูรูล ศรียานเก็ม

ตัวสำรองที่เล่นได้อย่างโดดเด่น หลังลงสนามมาแทน มงคล ทศไกร ที่บาดเจ็บและต้องถูกหามออกจากสนาม

ปีกการท่าเรือ เอฟซีรู้จังหวะการวิ่งของตัวเอง และรับบอลจากแดนกลางไปปั่นป่วน เอ็นซอมเบ้ แบ็กซ้ายกาบองได้บ่อยครั้ง นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดในช่วงท้ายเกมของทีมชาติไทยในการลุ้นเบียดชนะ สโลวาเกีย ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

Comments