5 นักเตะแบกรับความกดดันค่าตัวสุดแพงประจำปี 2018

การซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทีมเป็นเรื่องจำเป็นของทุกสโมสร เนื่องจากการแข่งขันในแต่ละทัวร์นาเม้นต์เป็นที่คาดหวังจากบอร์ดบริหาร , แฟนบอล และอนาคตของโค้ชที่ถูกแขวนเอาไว้บนเส้นด้าย

อย่างไรก็ตามนักเตะบางส่วนถูกดึงเข้ามาด้วยค่าตัวที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า แพงเกินไปหรือไม่ หากเทียบกับความสามารถหรือความคุ้มค่า

และนี่คือ 5 การย้ายทีมของยุโรปที่กำลังถูกตั้งข้อสังเกตในเวลานี้

ริยาด มาห์เรซ (เลสเตอร์ ซิตี้ ไป แมนฯซิตี้)

แมนฯซิตี้ โชว์ความไร้เทียมทานในพรีเมียร์ลีก และไม่จำเป็นต้องเสริมทัพอะไรมากมาย แต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขยับตัวเล็กน้อยกับเป้าหมายที่เขาเหมือนจะพลาดไปในช่วงตลาดหน้าหนาวต้นปี

มาห์เรซ มีมูลค่าอยู่ที่ราว 50 ล้านยูโร แต่ทีมงาน แมนฯซิตี้ สามารถปิดดีลนี้ได้ที่ 67.8 ล้านยูโร ซึ่งค่อนข้างแพงเกินจริงหากมองถึงคุณภาพผู้เล่นแนวรุกของ ซิตี้ ที่เหนือกว่าทีมอื่นอยู่แล้ว

แน่นอนว่าเขามีความสามารถและความเข้าใจในแท็กติกของโค้ช รวมถึงไม่ต้องปรับตัวกับเกมในพรีเมียร์ลีกแต่มาห์เรซ ต้องทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นว่าดีลนี้เป็นดีลที่คุ้มค่า อย่างน้อยที่สุดคือต้องพา “เรือใบสีฟ้า” ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เช่นเดียวกับการเข้าใกล้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้มากที่สุด

ติโล เคห์เรอร์ (ชาลเก้ 04 ไป เปแอสเช)

อีกหนึ่งสโมสรที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเม็ดเงินอย่างปารีส แซงต์ แฌร์กแม็ง เซ็นสัญญาคว้าตัวติโล เคห์เรอร์ มาร่วมทีมในช่วงตลาดหน้าร้อนที่ผ่านมา

สโมสรดังจากกรุงปารีสประทับใจฟอร์มของแข้งวัย 21 ปี และพร้อมจ่ายเงินถึง 38 ล้านยูโร ดึงตัวนักเตะรายนี้ไปร่วมทีม ซึ่งเป็นจำนวนเงิน 2 เท่าของมูลค่านักเตะซึ่งอยู่ที่ 18 ล้านยูโร

การซื้อดาวรุ่งค่าตัวแพงกว่าความเป็นจริงเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจในวงการฟุตบอลแต่มันอาจบีบให้เขาต้องได้ลงเล่นใน 11 ตัวจริงซึ่งหาก เคห์เรอร์ ต้องทิ้งตัวเองบนม้านั่งสำรองก็อาจแสดงให้เห็นว่าทีมเงินถังแดนน้ำหอมกำลังจะปล่อยให้เงินก้อนนี้เสียเปล่าอย่างน่าเสียดาย

เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา (เลบานเต้ ไป บอร์นมัธ)

แม้จะไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก แต่บอร์นมัธ ก็ติดในลิสต์นี้ด้วยหลังไปดึงตัวดาวเตะทีมชาติโคลอมเบียชุดฟุตบอลโลก 2018 มาร่วมทีม

เลอร์มา เป็นมิดฟิลด์ที่ไว้ใจได้เช่นเดียวกับการเล่นกองหลังแต่เอาเข้าจริงแล้วเขามีมูลค่าอยู่ที่เพียง 26 ล้านยูโรเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม “เดอะ เชอร์รี่ส์” ต้องจ่ายค่าตัวให้นักเตะรายนี้เกินจริงไปที่ 28 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม เขาอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น และยังมีเวลาอีกมากที่จะพิสูจน์ว่าดีลนี้คุ้มค่าจริงหรือไม่

เฟร็ด (ชัคเตอร์ โดเนทส์ก ไป แมนฯยูไนเต็ด)

แมนฯยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตาในซัมเมอร์นี้เหมือนเคยแต่กลายเป็นว่านักเตะที่ดีที่สุดที่โจเซ่ มูรินโญ่ ดึงตัวมาได้คือ เฟร็ด ดาวเตะร่างเล็กแห่งชัคเตอร์ โดเนทส์ก ซึ่งมีมูลค่าเพียง 32 ล้านยูโรบนท้องตลาด

ซึ่ง “ปีศาจแดง” เอง ต้องจ่ายเงินถึง 59 ล้านยูโรเพื่อดึงนักเตะรายนี้ไปร่วมทีมทั้งที่มีกองกลางอย่างปอล ป็อกบา , เนมานย่า มาติช และ อันเดรส เปเรยร่า ประจำการอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามในช่วงต้นซีซั่น เฟร็ด ได้ลงสนามต่อเนื่องให้กับ ยูไนเต็ด และมาสร้างความหลากหลายในแผงเกมรุกแต่ทว่าหากล้มเหลวในระยะยาวขึ้นมา ทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์คงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่ออย่างไม่ต้องสงสัย

เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า (แอธ.บิลเบา ไป เชลซี)

สถานการณ์ของติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่ต้องการย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดในช่วงท้ายของตลาดนักเตะทำให้เชลซี ไม่มีทางเลือกกับการดึงนายทวารดาวรุ่งของแอธเลติก บิลเบามาร่วมทีมด้วยสถิติโลก

“สิงห์บลูส์” ต้องจ่ายเงินให้กับทีมดังแห่งแคว้นบาสก์ถึง 80 ล้านยูโรซึ่งปรากฎว่ามูลค่าของมือกาววัย 23 ปีรายนี้อยู่ที่ 20 ล้านยูโรเท่านั้น

ฉะนั้นนั่นคือความกดดันที่อยู่บนบ่าของนายทวารรายนี้ซึ่งเขาจำเป็นต้องทำผลงานในระดับสุดยอดสถานเดียวเพื่อให้คุ้มกับค่าจ้างที่สโมสรจ่ายให้กับเขา

Comments