สิทธิโชค ภาโส : “ผมร้องไห้ทุกวัน จนต้องพูดกับกำแพงคนเดียว”

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีในตอนนั้นอย่าง “ย้า” สิทธิโชค ภาโส ต้องออกไปเผชิญโลกที่กว้างกว่าเพียงคนเดียว โดยมีแค่ฟุตบอลเป็นตัวนำทาง จากนักเตะเยาวชนของชลบุรี เอฟซี สู่การเป็นนักเตะดาวรุ่งทีมชาติไทยที่มีโอกาสไปค้าแข้งในศึกเจลีก 3 กับทีมคาโงชิมา ยูไนเต็ด

สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติไทย ที่ถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของชลบุรี เอฟซี และทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต ย้ายไปค้าแข้งเพื่อเก็บประสบการณ์กับทีมคาโงชิมา ยูไนเต็ด ทีมในศึกเจลีก 3 ญี่ปุ่น ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี นั่นจึงเป็นความปรารถนาอันแรงกล้าของ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคทัพฉลามชลที่มุ่งหวังให้เจ้าย้าลูกศิษย์คนโปรดได้ไปลองวิชาในลีกที่กว้างกว่า จนได้มีโอกาสลงสนามสัมผัสเกมในลีกต่างแดนเกมที่คาโงชิมา ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ คาตัลเลอร์ โตยามา 0-1

“ผมเคยท้อมากๆครับตอนไปอยู่ญี่ปุ่น คือผมไม่มีล่ามตั้งแต่เริ่มไปที่นั่นเลย”

สิทธิโชค ภาโส นั่งย้อนความหลังเมื่อครั้งย้ายไปค้าแข้งในลีกญี่ปุ่นเพียงคนเดียวผ่านคลิปสัมภาษณ์ทางเพจ ช้างศึก ว่าการใช้ชีวิตในแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

“จนสองเดือนสุดท้ายเพิ่งมี ช่วงสองเดือนแรกผมร้องไห้เกือบทุกวัน อยากกลับบ้าน มันทนไม่ไหวจริงๆ ในสนามพอเข้าใจในแบบฝึกซ้อม แต่นอกสนามมันต้องใช้ชีวิตคนเดียว”

การต้องย้ายไปต่างเมืองเพื่อทำตามความฝันเป็นสิ่งที่สิทธิโชคไม่เคยเผชิญมาก่อน จึงเป็นเรื่องยากที่เด็กหนุ่มวัยรุ่นอย่างเขาจะรับมือไหว ย้าถูกความเหงา ความเดียวดาย ทดสอบอย่างหนักกับชีวิตนอกสนาม เขาไม่สามารถคุยกับใครได้ เพราะถูกปิดกั้นเรื่องภาษา การใช้ชีวิตของเขาจึงพบกับความลำบากทุกย่างก้าว นอกจากนั้นมันยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อฟอร์มในสนาม เนื่องจากเขาถูกดรอปเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเขาไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมามีชื่อบนทีมชีตของทีมได้

“ถ้าหนักหน่อยผมก็จะโทรหาแม่ครับ มันไม่ไหวแล้ว มืดไปหมดทุกทาง ผมพูดกับกำแพงตลอดทำไมมึงไม่สู้เลย”

สิทธิโชคเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกว่ามีแค่คุณแม่เท่านั้นที่พอจะช่วยให้เขาคลายความเหงาและความท้อใจได้บ้าง เมื่อการใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นล้วนเจอกับอุปสรรคมากมาย

“ผมโทรไปบอกแม่ว่าทุกวันนี้ย้าพูดกับกำแพงแล้วนะให้มันสะท้อนกลับมาหาตัวเองว่าเราต้องสู้”

นอกจากนั้นสิทธิโชคยังได้คุยกับ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ผู้เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองที่คอยปลุกปั้นเขามาตั้งแต่เด็ก เพือ่เป็นการปรึกษาปัญหาต่างๆทั้งในและนอกสนามที่กำลังถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

“ย้าก็มีบ่นอยากกลับบ้านอยู่ แต่ทุกครั้งที่เขามีความรู้สึกอย่างนี้ เราก็โทรไปคุยกับเขา”

“สิ่งที่ผมแนะนำเขาคือให้ทำงานหนักกว่าเก่า และมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อม พอมีโอกาส เขาก็ต้องคว้าให้ได้ ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด”

“สิ่งที่ต้องระวังคือสภาพจิตใจ หากยังไม่มีสมาธิ หรือคิดถึงบ้าน ความเชื่อมั่นและสมาธิจะลดลงไป และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นก็ทำให้เขาระวังเรื่องนี้”

คำพูดของโค้ชเฮงที่เป็นแรงผลักดันเล็กๆให้สิทธิโชคพยายามมุ่งมั่นฝึกซ้อมต่อไปในช่วงที่กองหน้าทีมชาติไทยรายนี้เกิดอาการท้อแท้และสิ้นหวัง

แต่สิทธิโชคไม่สามารถทนอยู่กับความอ้างว้างที่ญี่ปุ่นได้ จึงตัดสินใจกลับประเทศไทย เพื่อมาค้าแข้งกับชลบุรี เอฟซี ต่อไปในที่สุด นับจากนั้นเป็นต้นมาเจ้าย้าเริ่มพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง มุ่งมั่นและตั้งใจฝึกซ้อมมากกว่าเดิมเพื่อที่จะก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักของชลบุรี เอฟซี ตามรอย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ และสหรัฐ สนธิสวัสดิ์ สองรุ่นพี่ที่เล่นฟุตบอลมาด้วยกันตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน

“ช่วงนี้ก็เหมือนคิดว่าเรามีหน้าที่และเป้าหมายและอยากติดทีมชาติ”

ปัจจุบัน สิทธิโชค ภาโส กลับมาติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร ชุดคว้าอันดับ 4 ชิงแชมป์อาเซียน ต่อเนื่องมาถึงชุดอุ่นเครื่อง GSB BANGKOK CUP 2018 ที่กำลังแข่งขันอยู่ในตอนนี้ ซึ่ง สิทธิโชค ได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมชุดนี้ และเหมายิงคนเดียวสองประตูในเกมแรกที่ทีมชาติไทย เสมอกับ ทีมชาติจอร์แดน 2-2

“รู้สึกเต็มที่ทุกครั้งครับที่ได้ใส่เสื้อทีมชาติ พยายามทำให้มันเต็มที่ทุกครั้งที่ได้ลงสนาม”

สิทธิโชค ภาโส กองหน้ากัปตันทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี กล่าวด้วยความภูมิใจ

สำหรับ สิทธิโชค ภาโส เตรียมนำเพื่อร่วมทีมลงสนามในศึกฟุตบอลอุ่นเครื่อง GSB BANGKOK CUP 2018 นัดที่สอง พบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แข่งขันเวลา 19.30 น. แข่งขันที่สนามศุภชลาศัย

ขอขอบคุณคลิปวิดีโอจาก ช้างศึก

Comments