3 นัด 0 ประตู : เกิดอะไรขึ้นกับ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้”

วันที่ 25 สิงหาคม 2018 วันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสรยูเวนตุส กับการประเดิมสนามของสุดยอดนักเตะของโลก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายเข้ามาด้วยสถิติของสโมสร 100 ล้านยูโร

ราคาดังกล่าว เป็นราคาที่ “ม้าลาย” สามารถถอนทุนคืนได้จากการขายเสื้อดาวเตะป้ายแดงคนใหม่ของพวกเขาในไม่กี่วัน พร้อมกับย้อนคืนวันเก่าๆของ เซเรีย อา อิตาลี ที่เคยรุ่งเรืองในยุค ’90 กับนักเตะอย่างซีเนอดีน ซีดาน , โรนัลโด้ (บราซิล) , คริสเตียน วิเอรี่ และกาเบรียล บาติสตูต้า

“ยูเว่” มีนักเตะคุณภาพในทีมหลายรายที่จะคอยสนับสนุนโรนัลโด้ ทั้งเปาโล ดีบาล่า , มิราเล็ม ปานิช และ มาริโอ มานด์ซูคิช ผลงานของทีมใน 3 เกมแรกเป็นไปตามคาด พวกเขาเอาชนะได้ทั้งหมด และนำเป็นจ่าฝูง เพียงแต่เรื่องเดียวที่ชาวเบียงโคเนรี่ยังดีใจกันได้ไม่สุด คือการขาดสกอร์ของ โรนัลโด้ เขาไม่ใช่ปัญหาในเกมรุกของทีม แต่เขากำลังหัวเสียกับผลงานของตัวเองที่ยังทำประตูไม่ได้ และเนื่องจากเขายังไม่มี “ประตู” ก็ยังทำให้การระเบิด เซเรีย อา ของเขา ยังต้องรอการเริ่มต้นนับหนึ่ง

เอกลักษณ์ของเซเรีย อา อยู่ที่เกมรับ นั่นทำให้การยิงประตูต้นเกมในลีกนี้เกิดขึ้นไม่มาก แม้ยูเว่จะคว้าแชมป์ลีกได้ซีซั่นก่อน ซึ่งเป็นสมัยที่ 7 ติดต่อกัน แต่ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาทำไปเพียง 86 ประตู เฉลี่ยเพียง 2 ประตูต่อนัด ซึ่งยังไม่มากพอ เซเรีย อา ยังขาดซึ่งจำนวนประตูและความตื่นเต้น ไม่เหมือนกับพรีเมียร์ลีกที่มี แมนฯซิตี้ ยิงถึงหลักร้อย และบาร์เซโลน่า ที่เพิ่งยิงใส่ อวยส์ก้าไป 8 ประตู ซึ่งย้อนกลับมาที่ ยูเวนตุส ที่มีโรนัลโด้ เอาเข้าจริงมันไม่ควรเป็นปัญหา ในเมื่อนักเตะแบบเขา สามารถเล่นที่ลีกใดก็ได้ ตัวเขาเอง มีความเข้าใจเกมเพียงพอที่พร้อมจะยิงประตูเสมอไม่ว่าจะใส่เสื้อสีใด

เกมแรกกับคิเอโว่ยังเป็นงานยากสำหรับเขา เขาไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกมเท่าใดนัก ชัยชนะของยูเว่มาจากองค์ประกอบทีมโดยรวม เขาอาจมีส่วนร่วมกับเกม ต่อบอลกับทีม แต่ตัวเขาเองโดนประกบตายจากผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ในเกมกับลาซิโอ หลายฝ่ายก็ยังตั้งความหวังกับเขาเช่นเดิม ซึ่งก็ยังไม่มีประตูสำหรับเขา เขามีจังหวะยิงจ่อๆ หนึ่งครั้งที่หวดวืด แต่ มานด์ซูคิช รออยู่ด้านหลังและตามซ้ำเข้าไป วินาทีนั้นแฟนบอลในสนามเห็นภาพสองภาพพร้อมกัน คือ มานด์ซูคิช ดีใจกับเพื่อนๆ ส่วน โรนัลโด้ แยกไปอยู่อีกมุมหนึ่งพร้อมกับระบายความผิดหวังออกมา

และอะไรที่ทำให้ดาวซัลโวอย่าง โรนัลโด้ ยังไม่มีสกอร์? บางทีเหตุผลแรกอาจเป็นเรื่องความแข็งแกร่งของผู้เล่นเกมรับในอิตาลี และสเปนที่แตกต่างกัน เพราะ ลา ลีกา สเปน จะเน้นเทคนิคการเล่น มากกว่าอิตาลีที่เน้นรับเหนียวแน่น และอีกปัจจัยหนึ่งคือสถานะของโรนัลโด้ ที่เรอัล มาดริด คือศูนย์กลางของทีม ทั้งแกเร็ธ เบล , โทนี โครส , ลูก้า โมดริช , คาริม เบนเซม่า ต้องให้บอลมาที่เขา แต่ในขณะที่นักเตะยูเว่อย่าง ดั๊กลาส คอสต้า หรือ ดีบาล่า , มานด์ซูคิช ไม่ได้เกรงใจ โรนัลโด้ มากขนาดนั้น พวกเขาพร้อมจะสังหารประตูได้เองเมื่อมีจังหวะ และพวกเขาไม่ได้เล่นเพื่อโรนัลโด้ พวกเขาเล่นเพื่อทีม ฉะนั้นภาพที่เรามักจะเห็นเพื่อนร่วมทีม “ถวายพาน” ให้โรนัลโด้ ไม่เกิดขึ้นบ่อยในสีเสื้อม้าลาย

เกมล่าสุดกับปาร์ม่า ยูเว่ ชนะไปแบบเฉียดฉิว และก็เป็นอีกเกมที่โรนัลโด้แทบไม่มีบทบาท และกลายเป็นว่า เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่ 3 เกมติดต่อกัน คอร์เรียร์ เดลโล่ สปอร์ต พาดหัวโจมตีโรนัลโด้ด้วยคำว่า “CR5.5” หมายความถึงการลดคะแนนความสามารถของตัวเองที่ต่ำกว่า 7 ขณะที่ ชิโร เฟร์เรร่า อดีตกองหลังยูเวนตุส ออกมาเตือนโรนัลโด้ว่าเล่นที่นี่ เขาจะไม่สามารถยิงประตูได้ปีละ 30-40 ลูกเหมือนตอนเล่นใน ลา ลีกา สเปน

เฟร์เรร่ากล่าวอีกว่า ด้วยความแข็งแกร่งของลีก เอาแค่การยิง 30 ประตูต่อฤดูกาลก็เป็นเรื่องที่ยากแล้ว “ผมคิดว่าเขาจะยิงได้มากที่สุด 25-26 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่น่าจะน้อยกว่าการเล่นในสเปนที่เขาคุ้นเคย เขาคงทำได้ไม่มากไปกว่า 30 ประตู ในความเห็นของผม มันมีความแตกต่างระหว่างอิตาลี กับ สเปน และบางทีมันไม่ใช่แค่เกมรับนะ มันเป็นเรื่องของสไตล์ฟุตบอลด้วย ที่อิตาลีมีแท็กติกเกมรับที่เคี่ยว และแม้กระทั่งทีมเล็กก็ยืนกันแน่นมากในแผงหลัง”

“ซึ่งตรงนั้น คุณจะไปตำหนิโรนัลโด้ไม่ได้หรอก เขาก็ยังคงเป็นมืออาชีพเหมือนเดิม ซึ่งนั่นทำให้ผมตั้งตารอวินาทีที่เขาจะยิงประตูแรกให้กับ ยูเวนตุส ได้จริงๆ”

ขณะเดียวกัน มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือ “ม้าลาย” ก็เป็นอีกคนที่ออกมาปกป้องโรนัลโด้ “ทุกทีมที่นี่เด่นเรื่องการป้องกัน มีเพียงกอนซาโล่ อิกัวอิน ที่เคยทำได้ 30 ประตู ซึ่งนั่นคือข้อยกเว้น แต่ผมเชื่ออยู่อย่างว่า ถ้าโรนัลโด้ เริ่มยิงได้ เขาจะติดเครื่อง แต่มีอาถรรพ์อย่างหนึ่งที่นี่ คือดาวซัลโว เซเรีย อา มักไม่ได้แชมป์ลีก ซึ่งไม่รู้สิ มันอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเราก็ได้”

โรนัลโด้ ไม่เหมือนคนอื่น เขามักจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่มีสถิติหนึ่งที่น่าสนใจ ในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับเรอัล มาดริด เขาทำประตูไม่ได้เลยในช่วงต้นซีซั่น และใช้โอกาสยิงตรงกรอบไปถึง 23 หน แต่สุดท้าย เขาจบฤดูกาลด้วยการทำไป 26 ประตู โรนัลโด้ ไม่ได้เดินทางไปแคมป์ทีมชาติในปฏิทินฟีฟ่า เดย์ ในสัปดาห์ที่จะมาถึง ทำให้เขาได้พักเต็มที่ และทุกคนที่อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยมก็หวังว่า ช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่เว้นไป จะทำให้โรนัลโด้ ระเบิดสกอร์แรกได้ และกลายเป็น “CR7” ที่เราเคยรู้จักกันเสียที

Comments