NAT ON FOX : เด็กซื่อๆ ที่ชื่อ “แรชฟอร์ด”

“เขาเป็นแค่เด็กซื่อๆคนหนึ่ง ที่ไปเจอกับกองหลังที่มีประสบการณ์”

คำพูดของโจเซ่ มูรินโญ่ ที่ปกป้องศูนย์หน้าที่เขาเต็มใจให้เสื้อ “หมายเลข 10” เมื่อช่วงปิดฤดูกาล

นอกจากทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันมาตลอดช่วงต้นซีซั่น เขายังมาโดนใบแดงไล่ออกหลังลงสนามมาในฐานะตัวสำรองแค่ 11 นาทีในเกมกับเบิร์นลี่ย์

แท้ที่จริงจังหวะเฮดบัตต์ลักษณะแบบนั้นก็ไม่น่าเล่น แถมบทเรียนก็มีให้เห็นหลัดๆ กับกรณีของ ริชาร์ลิซง ดาวเตะเอฟเวอร์ตันที่โดนไล่ออกนัดพบบอร์นมัธ

แม้จะโดนยุจากเหลี่ยมฝั่งตรงข้าม หรือแม้จะโดนเข้าปะทะหนักก่อนหน้านี้ แต่นักฟุตบอลที่เยือกเย็นพอ ต้องคุมสติให้อยู่

คำถามสำคัญที่น่าคิด … แรชฟอร์ดเป็นนักเตะซื่อๆ ? โอเคครับ คำว่า “ซื่อๆ” มันอาจบ่งบอกได้ถึงลักษณะนิสัยของเจ้าตัว

แต่ทีนี้มูรินโญ่เอาไปเปรียบกับนักเตะที่มีประสบการณ์อย่างฟิล บาร์ดสลี่ย์ จริงอยู่ครับด้วยวัย ศูนย์หน้าเด็กปั้นผีแดงอายุเพียง 20 ปี ส่วนบาร์ดสลี่ย์อายุ 33 ปี

จะเอาแค่คำว่า “ประสบการณ์” มาวัด มันก็อาจพูดไม่ได้เต็มปาก

บาร์ดสลี่ย์ใช้ชีวิตอยู่ใน “เกมฟุตบอล” มามากกว่า แรชฟอร์ด เขาทั้งคู่เติบโตมาจากอะคาเดมี่ฟุตบอลแห่งเดียวกัน และเคยเตาะแตะมาที่แคร์ริงตันเหมือนกัน

แต่จุดหักเหสำคัญของชีวิต ทั้งคู่ไปคนละทาง เมื่อแบ็กเบิร์นลี่ย์ไม่สามารถพาตัวเองไปถึงจุดที่มีชื่อเสียงได้ เขากลายเป็นนักเตะตัวยืมของ “ปีศาจแดง” ที่ไม่เคยขึ้นชุดใหญ่ในยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนโดนปล่อยถาวรให้ ซันเดอร์แลนด์ ใช้งานยาว 6 ปี ต่อด้วยการระหกระเหินไปเล่นให้สโต๊ค ซิตี้ และ เบิร์นลี่ย์ในปัจจุบัน

แน่นอน เขาไม่เคยไปฟุตบอลโลก และเคยติดทีมชาติสก็อตแลนด์ไปเพียง 13 นัดเท่านั้น

ฉะนั้นในความเป็นจริงแล้ว บาร์ดสลี่ย์ใช้เวลาอยู่ในสนามมากกว่า แรชฟอร์ด เพียงแค่ “ความอยู่มานาน” เท่านั้นเอง แต่หากใช้คำว่า “ประสบการณ์” เพียวๆ มันก็มีหลายสิ่ง ที่ 20 ปี ที่ผ่านมาเขาไม่เจอ แต่ แรชฟอร์ดเจอ

การขึ้นทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยความคาดหวัง , ยิงประตูในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ , ยิงประตูในเกมยุโรป , ยิงสองประตูในเกมแดงเดือด , ยิงประตูใส่อาร์เซน่อล , กลายมาเป็นนักเตะที่มีชื่ออยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์

ประสบการณ์เหล่านี้ บาร์ดสลี่ย์ แทบเป็น 0 ครับ ข้อเท็จจริงคือเชื่อขนมกินได้ บาร์ดสลี่ย์ แทบไม่เคยขึ้นหน้าหนึ่งแทบลอยด์กีฬาด้วยซ้ำ

เจ้าหนูมาร์คัสอาจขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของยูไนเต็ดจนถึงเวลานี้เพียง 3 ปี แต่เขามี “ประสบการณ์” ที่ได้เล่นในเกมยุโรป

ที่สำคัญคือการเล่นใน ‘ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย’

ผมคิดว่า 3 ปีกว่าที่ผ่านมา แม้จะยังอยู่ในวัยเด็ก (ตามอายุ) แต่เนื่องจากพุ่งสู่จุดพีคไว และอยู่ในฟุตบอลระดับสูงในวัยแค่นี้ เขาย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่า ควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไร

เขาไม่ได้เพิ่งประเดิมสนามเมื่อปีก่อน หรือติดทีมชาติอังกฤษนัดแรก เพราะนับถึงตอนนี้แรชฟอร์ดเล่นให้อังกฤษไปแล้วถึง 25 เกมนะครับ

เขารับหมายเลข 10 ของทีมด้วยเครื่องหมายคำถามจากแฟนบอล ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งพอ เขาอาจเหมาะสมกับมันในอนาคตก็ได้ แต่แฟนๆ มองว่า ณ เวลานี้ มันยังไม่ใช่ ด้วยความสม่ำเสมอ ด้วยวุฒิภาวะ และด้วยผลงาน

เขามีปัญหาที่การตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งตรงจุดนี้ ยังแก้ไม่หายด้วยซ้ำ กระทั่งมาโดนใบแดงในเกมล่าสุด ซึ่งเท่ากับว่า ประโยชน์ไม่มี แถมมาทำให้เพื่อนเหนื่อยเพิ่มอีก

ดีที่ทีมสกอร์นำไปแล้ว 2 ประตู เลยไม่ส่งผลกับสามแต้มมากนัก แต่ตัวเขาเองก็คงรู้สึกผิดหวังที่ทุกอย่างต้องมาจบแบบนี้

“ผมใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล” แรชฟอร์ด ทวิตสารภาพกับแฟนบอลปีศาจแดง

จริงๆ อาจด้วยฮอร์โมนวัยรุ่นกำลังพลุ่งพล่านด้วยก็ได้ จึงทำให้เขาคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

แต่เอาเข้าจริงอย่างที่เรียนไป แรชฟอร์ด ไม่ใช่คนที่ไม่มีประสบการณ์ เขามีประสบการณ์มาพอสมควรแล้ว แม้จะไม่กี่ปี แต่การเล่นเกมระดับสูง มันควรให้บทเรียนหรือสอนอะไรเขาได้บ้าง

นักเตะรุ่นน้องอย่างคีเลี่ยน เอ็มบั๊ปเป้ ไปได้ไกลและได้รับการยอมรับมากกว่าเขา บางที อาจไม่ใช่แค่ความสามารถในการเล่นอย่างเดียว บางทีมันอยู่ที่เรื่องของสภาพจิตใจ และวิธีคิด

แฟนหลายคนมองว่า “แรชชี่” หยุดพัฒนามานานพอสมควรแล้ว หากเด็กซื่อๆ คนนี้รู้ ก็ควรจะผลักดันฟอร์มตัวเอง และเปลี่ยนวิธีคิด ทัศนคติใหม่เสีย

เพราะถ้าอีก 3-4 ปียังอยู่ได้แค่นี้ คราวนี้คุณจะไม่สามารถเปิดการ์ด “ความเด็ก” มาอ้างได้อีกต่อไป เพราะไม่มีใครเด็กได้ตลอดกาลนะครับ

แนท ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์

Comments