5 ประเด็นห้ามพลาดฟุตบอลต่างประเทศสุดสัปดาห์นี้

สุดสัปดาห์ของวงการฟุตบอลต่างประเทศกำลังจะมาถึง FOX Sports Thailand ขอมาเตือนความแฟนบอลทุกท่าน ว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ มีอะไรน่าติดตามบ้าง

 

1. 4 นัดรวด?

การชนะ 3 นัดรวดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเอาชนะให้ได้ 4 นัดรวด เป็นเรื่องยากยิ่งกว่า

ในเวลานี้มีเพียง 4 ทีมในพรีเมียร์ลีกที่เก็บชัยรวดจาก 3 นัดแรกคือ ลิเวอร์พูล , สเปอร์ส , วัตฟอร์ด และ เชลซี โดยสัปดาห์นี้ วัตฟอร์ด – สเปอร์ส ต้องมาเจอกันเองนั่นหมายความว่าทีมใดทีมหนึ่งต้องหยุดสถิติดังกล่าวอย่างแน่นอน

ขณะที่ “หงส์แดง” เจองานไม่ง่ายเมื่อต้องบุกเยือนเลสเตอร์ ซิตี้ ส่วน เชลซี ทางสะดวกเมื่อเปิดบ้านพบ บอร์นมัธ ที่ปกติเล่นดีแต่เกมเฝ้ารังเท่านั้น

2. ชี้ชะตา มูรินโญ่

อนาคตของโจเซ่ มูรินโญ่ กลายเป็นเรื่องที่ผู้สื่อข่าวนำไปเล่าไปเขียนกันอย่างสนุกมือ แต่ส่วนใหญ่พวกเขา “ว่ากันว่า” มูรินโญ่ จะโดนปลดหากแพ้ เบิร์นลี่ย์ ที่เทิร์ฟ มัวร์

อย่างไรก็ตาม กุนซือโปรตุกีสทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีที่สุดอย่างน้อยก็เดินทางไปชมเกมที่เบิร์นลี่ย์ พบกับ โอลิมเปียกอส ในยูโรป้า ลีก เป็นการเก็บข้อมูลคู่แข่งอย่างเต็มที่

เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่คำถามที่น่าสนใจคือ นักเตะในทีมจะช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์คับขันนี้ได้หรือไม่ หรือจะทำให้มันแย่ลงไปอีก?

3. งานหนักของ “จัลโล่บลู”

อดีตแชมป์ยูฟ่า คัพ ฟื้นคืนชีพจากทีมล้มละลายกลับมายืนบนลีกสูงสุดแดนมักกะโรนีอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการกลับมาครั้งนี้ไม่ง่ายเพราะ 2 นัดแรก พวกเขายังเก็บชัยชนะไม่ได้เลย

แถมโปรแกรมนัดสุดสัปดาห์คือการเปิดเอ็นนิโอ ตาร์ดินี่ พบกับ ยูเวนตุส แชมป์เก่าเสียด้วย กับตัวผู้เล่นที่ไม่ได้มีสตาร์มากนัก คงจะมีแต่เพียงแรงฮึดที่จะทำให้เหล่า “จัลโล่บลู” สู้ต่อไปได้

เพราะโอกาสที่ทีมจะได้แต้มเดียวจาก 3 นัดแรกมีสูงเหลือเกิน แต่ฟุตบอล มันก็ไม่มีอะไรแน่นอนมิใช่หรือ

4. อย่าประมาทน้องใหม่

สุดสัปดาห์นี้นอกจากปาร์ม่าแล้ว ยังมีน้องใหม่ขอท้าดวลทีมบิ๊กเนมอีกหลายคู่

ในศึกลา ลีกา สเปน วันอาทิตย์ บาร์เซโลน่า จะเปิดบ้านพบ อวยส์ก้า ที่เพิ่งจะขึ้นมาเล่นใน ลา ลีกา เป็นฤดูกาลแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ขณะที่ นีมส์ อีกหนึ่งน้องใหม่แห่งลีก เอิง ฝรั่งเศส เจองานหนักรับมือ ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง

น้องใหม่เหล่านี้แม้ศักยภาพและชื่อชั้นเป็นรองสุดกู่ แต่พวกเขาก็พร้อมสู้ งานนี้หากทีมใหญ่ประมาทก็มีโอกาสน้ำตาตกใน

5. โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้ ครั้งที่ 414

ศึกใหญ่ที่สุดแห่งดินแดนสก็อตแลนด์ หนแรกในฤดูกาลนี้ แต่พิเศษหน่อยตรงที่สองกุนซือของทั้งสองทีมเคยมีความผูกพันในสถานะ “โค้ช-ลูกทีม” กันมาก่อน

ย้อนไปเมื่อปี 2015 ก็เป็นเบรนแดน ร็อดเจอร์ส นี่เองที่ตัดสินใจปล่อย สตีเว่น เจอร์ราร์ด ออกจากทีมไป ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของสโมสรลิเวอร์พูล

ร็อดเจอร์ส อำลาแอนฟิลด์หลังตอบโจทย์ผลงานไม่ได้ตามเป้า (หลังทำได้เพียงแค่ ‘เกือบ’ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก) และย้ายไปคุมกลาสโกว์ เซลติก ส่วนเจอร์ราร์ด ไปผจญภัยค้าแข้งที่เมเจอร์ลีก สหรัฐฯกับแอลเอ แกแล็กซี่ ก่อนกลับมารับงานคุมทีมงานแรกในชีวิตกับกลาสโกว์ เรนเจอร์ส

ไม่ต้องสืบว่าประสบการณ์การคุมทีมของ ร็อดเจอร์ส เหนือกว่า เจอร์ราร์ด เพียงแต่สิ่งที่ “สตีวี่จี” มีมากกว่าอาจเป็นพลังใจอะไรสักอย่างที่น่าจะทำให้ “เดอะ ไลท์ บลูส์” สู้ได้สนุกในเกมนี้

แม้จะเป็นเพียงลีกสก็อตแลนด์ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็น “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้” แล้ว พลาดไม่ได้เหมือนกัน!

Comments