“สิงโตน้ำเงินคราม” : ทีมพัฒนาแต่มีปัญหาที่ต้องรีบแก้

ความพิเศษของฟุตบอลอิตาเลียนอยู่ที่เกมรับ ตั้งแต่ยุคของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่เคยโด่งดังกับ เอซี มิลาน กระทั่งไปถึงทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลก 2006 และแน่นอน ประเทศอิตาลีคือแหล่งผลิตกุนซือชื่อดังจอมแท็กติกหลายราย

จากยุคโทรทัศน์ขาวดำจนมาถึงปัจจุบันในยุค 4K ฟุตบอลอิตาลีก็ยังคงโดดเด่นที่เกมรับเหมือนเดิม และโค้ชอิตาลีอย่างอันโตนิโอ คอนเต้ ก็เป็นคนหนึ่งที่นำมันเข้ามาสู่พรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยรี่ยม

ในฤดูกาลแรก คอนเต้ คว้าแชมป์ลีกกับเชลซีได้สำเร็จ เขาไม่ได้ทำทีมในสไตล์เกมรุกหรือเอนเตอร์เทน แต่พวกเขามีเกมรับที่แข็งแกร่ง เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า และ แกรี่ เคฮิลล์ โดดเด่นมากในยุคของเขา ในระบบ 3-4-3 เกมของเชลซีดูมีมิติและอันตรายไปหมด เพียงแต่น่าเสียดายที่ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น

เพราะหลังจากนั้น เชลซี ที่หวังจะป้องกันแชมป์ให้ได้ในฤดูกาลถัดมา ไม่มีเกมรับที่เหนียวแน่นอีกเลย พวกเขาเล่นด้วยฟอร์มที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าแชมป์เก่า แถมยังจบเพียงอันดับที่ 5 และไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ผลงานตรงนั้นทำให้คอนเต้กับเชลซี กลายเป็นเพียงอดีต บอร์ดของ “สิงห์บลูส์” ปลดผู้จัดการทีมที่เพิ่งจะพาพวกเขาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเพียงแค่หนึ่งปีก่อนหน้านั้น

ตัวแทนของ คอนเต้ มีชื่อว่า เมาริซิโอ ซาร์รี่ อีกหนึ่งจอมแท็กติกชาวอิตาเลียน ผลงานของเขาคือการพานาโปลีท้าชิงยูเวนตุสจนเกือบฉกแชมป์มาได้ในซีซั่นก่อน เขาปรับระบบของเชลซีกลับมาใช้แนวรับ 4 คน แต่ยังคงมีปัญหาในเกมรับต่อเนื่อง อาทิเกมกับแมนฯซิตี้ ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และอาร์เซน่อลในศึกพรีเมียร์ลีก

การเปลี่ยนแปลงของ ซาร์รี่ อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการให้โอกาสดาวิด ลุยซ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยหลุดจากทีมไปในยุคของ คอนเต้ กลับมายืนเป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ แต่กลายเป็นว่า ลุยซ์ยังคงเป็นบ่อน้ำมันของทีมเช่นเดิม เขาโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานในเกมกับแมนฯซิตี้ , อาร์เซน่อล และนัดล่าสุดกับนิวคาสเซิ่ล ที่เขาหลุดตำแหน่งจนโดน โฆเซลู ทำประตูตีเสมอ

ส่วนคู่ของเขาอย่าง รือดิเกอร์ มีวินัยการเล่นที่ดีกว่า ลุยซ์ เล็กน้อย แม้สุดท้ายจะไม่สามารถจัดการกับ แซร์คิโอ อเกวโร่ ได้ก็ตาม

มาที่ฟูลแบ็กกันบ้าง อัสปิลิกวยต้ายังคงทำได้ดีในบทบาทเกมรับ เช่นเดียวกับการเป็นตัวจ่ายที่รู้ใจกับอัลบาโร่ โมราต้า ความสัมพันธ์ระหว่าง อัสปิ และ โมราต้า ทำให้ทีมทำประตูได้แล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่ทั้งคู่ย้ายทีมมาเล่นด้วยกัน

ขณะเดียวกัน อลอนโซ่ ซึ่งทำประตูแรกได้แล้ว และเป็นประตูชัยในเกมกับ เดอะ แม็กพายส์ ก็สมควรได้รับคำชม เขาเติมขึ้นไปทำเกมรุกได้สวยในหลายจังหวะ เพียงแต่ในยุคของ ซาร์รี่ เขาไม่ต้องขยับขึ้นลงในฐานะวิงแบ็ก แต่สามารถรับผิดชอบเกมรับได้มากขึ้นในบทบาทฟูลแบ็ก เพียงแต่อดีตดาวเตะฟิออเรนติน่าจำเป็นต้องปรับเรื่องเกมรับอีกเล็กน้อย อาทิจังหวะหลุดตำแหน่งทำให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ตีเสมอได้ 2-2 ในเกมลอนดอนดาร์บี้ แม้ท้ายที่สุดทีมของเขาจะเอาชนะ 3-2 ไปอย่างฉิวเฉียดก็ตาม

ไม่มีใครปฏิเสธจุดเด่นในการทำทีมของซาร์รี่ นั่นคือเกมรุกที่ไหลลื่นและหลากหลาย เพียงแต่ปัญหาของทีมยังอยู่ที่เกมรับ ซึ่งคอนเต้เอง แก้ปัญหาจุดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วบางส่วนกับการเซ็นแบ็กอย่าง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า และ เอเมอร์สัน พัลไมรี่ เข้ามา ส่วนเซนเตอร์ฯ พวกเขามีตัวเลือกที่ดีอยู่แล้ว ขาดเพียงแต่ปรับวิธีการเล่นให้รัดกุมขึ้นเท่านั้น

หากซาร์รี่โดดเด่นในเกมรุก และใส่เกมรับที่เคยเป็นจุดเด่นของ “คอนเต้” ก่อนหน้านี้ โอกาสที่เชลซี จะกลับไปชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งก็มีไม่น้อยทีเดียว

Comments