สายเลือด The Azkals: สตาร์ลูกครึ่งที่ (เคย) มีโอกาสติดทีมชาติฟิลิปปินส์

france

จากการที่พลพรรค อัลฟองซ์ อเรโอล่า นายด่านลูกครึ่งฝรั่งเศส-ฟิลิปปินส์ ของปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีม “ตราไก่” ทำให้วงการฟุตบอลในดินแดนปินอยกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง

ซึ่งที่ผ่านมาทีมชาติฟิลิปปินส์ ก็ได้มีบรรดานักฟุตบอลชื่อดังที่ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสที่จะได้เล่นให้กับ “ดิ อัซกาลส์” แต่เนื่องจากหลายปัจจัย ทำให้พวกเขาเลือกที่จะไปเล่นให้ชาติอื่น

และ FOX Sports Asia ก็ได้รวบรวมรายชื่อของพวกเขามาไว้ที่นี่แล้ว

1. อัลฟองซ์ อเรโอล่า – ผู้รักษาประตู (สโมสร : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ทีมชาติ : ฝรั่งเศส)

เกิดในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมาจากพ่อแม่ที่มีเชื้อสายฟิลิปิโน่ อัลฟองซ์ใช้เวลาในการค้าแข้งส่วนใหญ่กับลีกเมืองน้ำหอม ก่อนจะเซ็นสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในที่สุด

ความเหนียวของเขาเริ่มเปล่งประกายอย่างชัดเจนตอนที่ถูกยืมไปเล่นให้กับบียาร์เรอัล ทีมในลา ลีกา สเปนฤดูกาล 2015-16

นั่นทำให้ต้นสังกัดแม่อย่าง เปแอสเช ดึงตัวเขากลับมาในฤดูกาล 2016-17 จนกลายเป็นผู้รักษาประตูตัวเลือกแรกในซีซั่นปัจจุบัน

และเมื่อถึงเวลาเลือกทีมชาติ อัลฟองซ์ก็เลือกที่จะเล่นให้ฝรั่งเศส อันเป็นที่ๆเขาเริ่มเล่นตั้งแต่ในระดับเยาวชน

แม้ว่าเขาจะถูกชักชวนโดยทีมชาติฟิลิปปินส์เมื่อวับวุฒิถึงพร้อมที่จะเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะคอยโอกาสจนกระทั่งทีมชุดใหญ่ของทัพ “ตราไก่” เปิดรับ

และในตอนนี้ อัลฟองซ์ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์โลกสมัย 2 เป็นที่เรียบร้อย

2. ดาวิด อลาบา – แบ็คซ้าย (สโมสร : บาเยิร์น มิวนิค, ทีมชาติ : เยอรมนี)

เกิดที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยมีพ่อเป็นชาวไนจีเรียนและแม่เป็นฟิลิปิน่า ดาวิด อลาบา สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งตั้งแต่มิดฟิลด์ยันกองหลัง แต่ตำแหน่งของเขาที่บาเยิร์นคือแบ็คซ้าย

แข้งวัย 25 ปีมีจุดเด่นที่ลูกครอสอันหวังผลได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำประตูสวยๆ จากในระยะไกลด้วยลูกยิงอันทรงพลังของเขา ดาวิดถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ปักหลักในทีมตัวจริงของ “เสือใต้” ได้อย่างมั่นคง

สำหรับในทีมชาติ เจ้าตัวเลือกที่จะเล่นให้กับบ้านเกิดอย่างออสเตรีย แม้ว่าจะสามารถเล่นให้กับทั้งฟิลิปปินส์และไนจีเรียได้ก็ตาม

3. เปาลิโน่ อัลกันตาร่า – กองหน้า (สโมสร : บาร์เซโลน่า (สเปน), โบฮีเมียน สปอร์ติ้ง คลับ (ฟิลิปปินส์), ทีมชาติ : คาตาโลเนีย, สเปน และฟิลิปปินส์)

ในยุคที่ฟุตบอลอยู่ในช่วงตั้งไข่ ความเป็นมืออาชีพยังไม่ถูกวางรากฐานที่แข็งแรงนัก บาร์เซโลน่าที่เพิ่งก่อตั้งได้แค่ 10 กว่าปี ก็ได้มี “ซูเปอร์สตาร์” คนแรกของสโมสรขึ้นมา นามว่า เปาลิโน่ อัลกันตาร่า กองหน้าผู้เกิดในอิลอยโล่ ฟิลิปปินส์

ซึ่งสโมสรเดียวกันนี้เอง ในปัจจุบันได้กลายเป็นทีมมหาอำนาจแห่งโลกลูกหนัง และเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย

และ เปาลิโน่ เองก็ถูกยกให้เป็นตำนานของสโมสร จากลูกยิงอันทรงพลัง และความเฉียบคมในการล่าตาข่าย

บรรดาผู้รักษาประตูและกองหลังยุคนั้นต่างหวาดกลัวเขา ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในขณะนั้น ทำให้ลูกฟุตบอลทำจากหนังสัตว์ที่ค่อนข้างหนักและเต็มไปด้วยรอยเย็บซึ่งถือว่าอันตรายเมื่อเทียบกับสมัยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รักษาประตูที่พยายามจะบล็อคลูกยิง ทำให้ความดุดันในการเข้าทำของเขาก่อให้เกิดประตูมากมาย

อัลกันตาร่าถือเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรมายาวนาน ก่อนที่จะโดน ลิโอเนล เมสซี่ เทคโอเวอร์ในปี 2014

ด้วยผลงาน 145 ประตูจาก 130 เกม ค่าเฉลี่ยมากกว่า 1 ประตูต่อ 1 นัด ทำให้ความสามารถในการกระทุ้งตาข่ายของเขาเป็นที่โจษจันอย่างกว้างขวาง

เขาถือกำเกิดมาจากคุณพ่อชาวสแปนิชและคุณแม่ชาวฟิลิปิน่า ทำให้สามารถเล่นได้ทั้ง 2 ชาติ และเขาก็ทำอย่างนั้นเสียด้วย (เนื่องจากสมัยก่อนมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง ทำให้นักเตะสามารถเปลี่ยนทีมชาติได้ตามถิ่นพำนัก)

ถึงแม้ว่าชีวิตการค้าแข้งส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นการรับใช้ทีมชาติสเปน แต่ก็มีช่วงที่เขาเคยเล่นให้กับทีมชาติฟิลิปปินส์เช่นกัน โดยนัดที่โด่งดังที่สุดก็คือการถล่มญี่ปุ่น 15-2 ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติตะวันออกไกลปี 1917 ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังคงเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นความปราชัยครั้งยับเยินที่สุดของพลพรรคซามูไรด้วย

ย้อนกลับไปยังตอนที่เขาถือกำเนิด ในช่วงนั้นฟิลิปปินส์อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการอยู่ภายใต้อาณานิคมของสเปนมาเป็นอเมริกา ดังนั้นครอบครัวของอัลกันตาร่าจึงเลือกย้ายไปยังสเปนเมื่อเขาอายุได้ 3 ขวบ ก่อนจะกลับมายังฟิลิปปินส์ในปี 1916 เพื่อทำธุรกิจที่ตัวเองสนใจ ซึ่งเปิดทางให้เปาลิโน่ได้รับใช้ทัพตากาล็อก จนกระทั่งในปี 1918 เขาก็กลับไปยังสเปนและอยู่ที่นั่นจนวาระสุดท้ายของชีวิต

อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ฟิลิปปินส์ อัลกันตาร่ายังได้เสกให้ โบฮีเมียน สปอร์ติ้ง คลับ คว้าแชมป์ได้ 2 ครั้งติดในปี 1917 และ 1918

ขณะเดียวกัน ในช่วงที่เขาไม่อยู่ที่บาร์เซโลน่า สโมสรก็ไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้เลย ถือเป็นผลกระทบที่ขาดกองหน้าชาวสแปนิช-ฟิลิปิโน่อย่างแท้จริง

และใน 2 ปีที่เขาอยู่ที่ฟิลิปปินส์นั้น คนในชาติก็ได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ในด้านลูกหนังของประเทศตัวเอง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ลองจินตนาการดูว่าหากตำนานบาร์ซ่ารายนี้ปักหลักกับ “ดิ อัซกาลส์” ยาวๆ ทีมชาติจะไปได้ไกลขนาดไหน

และนี่คือ 3 แข้งดังทั้งในอดีตและปัจจุบันที่มีเชื้อสายฟิลิปิโน่ คนหนึ่งเคยเล่นให้กับแผ่นดินแม่เมื่อศตวรรษก่อน เมื่อฟุตบอลยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขณะที่อีก 2 คน ถือเป็นนักเตะชื่อก้องที่เลือกเล่นให้กับชาติที่แตกต่างกัน

ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าหากพวกเขาเลือกที่จะเล่นให้กับ “ดิ อัซกาลส์” ล่ะ? ถึงแม้ว่าความสำเร็จของทีมชาติจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักเตะเพียง 1 หรือ 2 คน แต่พวกเขาน่าจะส่งผลดีกับทีมอยู่มากพอตัวเลยทีเดียว

Comments