เต็มสิบได้เท่าไหร่ : FOX เผยคะแนน “BIG 6” พรีเมียร์ลีกนัดแรก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกลับมาลงทำการแข่งขันอีกครั้งหลังหายหน้าไปนานถึงหนึ่งเดือนเศษ

ในช่วงที่หยุดไป แต่ละทีมต่างก็พยายามเสริมทัพอย่างเต็มที่ เท่าที่จะสามารถทำได้ บางทีมดึงอาวุธหนักเข้ามาเสริมทีมได้เยอะ บางทีมล้มเหลว

หลังจากจบนัดแรก FOX Sports Thailand ขอให้คะแนนกับ 6 ทีมยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก ว่าใครสอบผ่านหรือสอบตกกันบ้าง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 9/10

ลงตัว , ยอดเยี่ยม และเป็นเครื่องจักรสังหาร สามคำนี้เพียงพอกับการตัดสินฟอร์มของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดพบ อาร์เซน่อล

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำลายงานเลี้ยงฉลองกุนซือคนใหม่อย่างอูไน เอเมอรี่ ผู้จัดการทีมที่เขายังไม่เคยเปลี่ยงปล้ำ สมัยยังทำงานที่สเปน และเมื่อทั้งคู่มาคุมทีมในอังกฤษ ผลที่ออกมาก็ไม่ต่างกัน

ซิตี้ยังไม่ได้มีทีมที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยซ้ำ ทั้งเลรอย ซาเน่ และ เควิน เดอ บรอยน์ ยังอยู่บนม้านั่งสำรอง แต่แดนหน้ายังคงมีนักเตะอย่างริยาด มาห์เรซ , แซร์คิโอ กุน อเกวโร่ , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และพวกเขายังมีเกมรับที่แข็งแกร่ง ซึ่งจัดการกับอเล็กซองดร์ ลาคาแซ็ตต์ และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็องได้

อาร์เซน่อลแทบจะไร้ทางสู้ในการจัดการกับเกมรุก “เรือใบสีฟ้า” ที่เล่นเหมือนกับเกมอุ่นเครื่อง และแม้ลูกทีมของเอเมอรี่พยายามจะสู้ แต่ฟุตบอลของพวกเขาอยู่คนละระดับกัน

หลังจากเพิ่งทำลายสถิติคว้าแชมป์ด้วยคะแนนสูงสุดเมื่อฤดูกาลก่อน ดูเหมือนกับซิตี้จะยังคงเป็นทีมที่ดีที่สุดในอังกฤษอยู่เช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ลิเวอร์พูล : 9/10

เหมือนกับซิตี้ ลิเวอร์พูลเริ่มฤดูกาลนี้ด้วยความร้อนแรง แม้ว่าเวสต์แฮม ยูไนเต็ด จะทำได้ดีในช่วงปรีซีซั่นก็ตาม แต่ “หงส์แดง” แข็งแกร่งเกินไปสำหรับพวกเขา แนวรับที่ลงตัว ฟูลแบ็คทั้งสองข้างที่ขึ้น-ลงอย่างเข้าใจเกม และพลังของสามประสาน ซาลาห์ – ฟีร์มิโน่ – มาเน่ ที่ทำให้ “ขุนค้อน” หมดสิทธิ์ได้แต้มจากเกมล่าสุด

ซาลาห์ ทำประตูแรกของฤดูกาลให้กับทีม แต่นั่นมาจากความยอดเยี่ยมของมิดฟิลด์รายใหม่อย่างนาบี เกอิต้าด้วย สตาร์ชาวกินีกลายเป็นส่วนผสมใหม่ที่เข้ากับวิธีการเล่นของคล็อปป์ และทำให้เดอะ ค็อปหลายคนนึกถึงสตีเว่น เจอร์ราร์ด กับพลังการเล่นในแผงมิดฟิลด์ แผน 4-3-3 ของลิเวอร์พูลยังคงทรงพลังและแกร่งยิ่งกว่าฤดูกาลก่อน

พวกเขามีทีมที่สมดุลและดูดีขึ้น แฟนหงส์คงหวังเอาไว้ว่าท้ายที่สุดแล้วฤดูกาล 2018-2019 คงจะเป็นฤดูกาลของพวกเขาเสียที

เชลซี : 8/10

หลังจากล้มเหลวกับการพาเชลซีไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง อันโตนิโอ คอนเต้ ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ผู้ที่เข้ามาแทนคือ เมาริซิโอ ซาร์รี่

เขาพาทีมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าสุดท้ายแล้ว เขาคือคนที่ใช่หรือไม่ เกมนัดเปิดสนามกับฮัดเดอร์สฟิลด์ จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของเขา

ประตูจากเอ็นโกโล่ ก็องเต้ , จอร์จินโญ่ และ เปโดร โรดริเกซ ทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เอาชนะไป 3-0 การขึ้นเกมรุกของเชลซี เป็นไปอย่างยอดเยี่ยมตามที่แฟนบอลคาดหวัง โดยเฉพาะคู่หูในแดนกลางอย่างจอร์จินโญ่ และ ก็องเต้ เหมือนกับนักเตะจะเริ่มเข้าใจปรัชญาของซาร์รี่ นั่นคือการจ่ายบอลและเพรสซิ่ง

เมื่อยังมีเอเด็น อาซาร์ และวิลเลี่ยน อยู่ในทีม บวกกับผู้มาใหม่อย่างมาเตโอ โควาซิช ไม่ผิดที่แฟนเชลซีจะฝันถึงความสำเร็จอีกครั้งในยุคของ ซาร์รี่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 7/10

ไม่ใช่การปรีซีซั่นที่ยอดเยี่ยมนักของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อผลงานไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาวางเอาไว้ ไม่มีปรัชญาการเล่นที่ชัดเจน มีแต่ความขัดแย้งระหว่างโจเซ่ มูรินโญ่ กับนักเตะในทีม และบอร์ดบริหารสโมสร ที่ดูเหมือนจะยุ่งเหยิงมากขึ้น

เขามีหลากหลายคำถามรออยู่ แต่นัดแรกที่ลงสนาม ยูไนเต็ด รอดตัวกับชัยชนะเหนือเลสเตอร์ 2-1 จากประตูของปอล ป็อกบา และ ลุค ชอว์ น่าสนใจว่า ทั้งคู่เป็นนักเตะที่ มูรินโญ่ ต่างก็มีปัญหาด้วยในข่วงเวลาที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุด เขาต้องรับมือกับข่าวย้ายร่วมทีมบาร์เซโลน่าของ ป็อกบา แต่กุนซือโปรตุกีสก็โต้ตอบมันด้วยการให้ปลอกแขนกัปตันทีมกับดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส

ป็อกบาทำประตูได้ เช่นเดียวกับ ชอว์ มันไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีนักสำหรับยูไนเต็ด แต่พวกเขาก็ทำงานสำเร็จ แต่ขณะเดียวกัน นักเตะหลายรายโดนเสียงวิจารณ์ใส่อย่างจัง ไม่ว่าจะเป็นอเล็กซิส ซานเชซที่ยังเข้ากับทีมไม่ได้ หรือเบอร์ 10 คนใหม่อย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด

ขณะที่นักเตะใหม่อย่าง เฟร็ด เล่นได้อย่างแข็งแกร่งในแผงมิดฟิลด์ เช่นเดียวกับอันเดรียส เปเรยร่า

พวกเขามีสัญชาตญาณที่ดีในการเล่นเป็นทีม แต่ยังขาดการสื่อสารและการเล่นที่เข้ากัน แต่อย่างน้อย พวกเขาก็ชนะ และมีบางสิ่งที่จะมองในแง่บวกได้บ้าง

สเปอร์ส : 6.5/10

ไม่ว่าจะเป็นคริสตัล พาเลซ หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ตาม ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกมีการเสริมทีมอย่างน้อย 1 คน เว้นแต่ทีมเดียวที่ชื่อว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

พวกเขาเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ปี 2003 ที่ไม่เสริมผู้เล่นเลยแม้แต่รายเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ร้ายนั้นก็มีแง่ดี ในเมื่อเมาริซิโอ โพเช็ตติโน่ ไม่เสียผู้เล่นคนใดเลยแม้แต่รายเดียวเช่นกัน

พวกเขาเริ่มนัดแรกด้วยงานที่ไม่ง่ายเท่าใดนัก กับการบุกไปเยือนนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเสียประตูไปก่อน แต่สุดท้าย พวกเขาก็ทำประตูไล่คืน และแซงนำได้ในช่วงเวลาหลังจากนั้น

แต่แม้ว่าจะเก็บสามแต้มได้ แต่ “ไก่เดือยทอง” ไม่ได้มีรูปเกมที่เหนือกว่าคู่แข่ง นั่นเพราะว่าบรรดาตัวหลักของทีมจากทั้งทีมชาติเบลเยียมและอังกฤษ ยังไม่ฟิตเต็มร้อยหลังจากได้พักร้อนเมื่อจบฟุตบอลโลก

สเปอร์สยังแสดงให้เห็นถึงหลากหลายอาการที่น่าเป็นห่วง ขณะที่ เดเล่ อัลลี่ และ แฮร์รี่ เคน ยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด โดยเฉพาะ เคน ที่ต้องมารอล้างอาถรรพ์เดือนสิงหาคม ที่เขายังไม่เคยทำประตูได้ แม้กระทั่ง คริสเตียน เอริคเซ่น ก็ยังฉายแววไม่ได้เท่าที่ควร เห็นได้ชัดว่ากองกลางของนิวคาสเซิ่ล ทำได้ดีกว่า

พวกเขายังไม่เห็นความสำคัญของการเสริมทีมในช่วงเวลานี้ แต่เมื่อฤดูกาลดำเนินไป โพเช็ตติโน่จะเข้าใจว่า เขาต้องการกำลังเสริม เขาต้องการม้านั่งสำรองที่แข็งแกร่ง และ อัลลี่ , เคน , เอริคเซ่น ต้องได้พักบ้าง

คำถามสำคัญ ทั้งเฟร์นานโด ยอเรนเต้ , แฮร์รี่ วิงค์ส และเพื่อนๆ จะก้าวขึ้นมาแทนที่ได้ดีแค่ไหน ในเมื่อพวกเขาแทบพิสูจน์ตัวเองไม่ได้เลยในฤดูกาลก่อนหน้านี้

อาร์เซน่อล : 5.5/10

มันไม่เคยเป็นฤดูกาลที่ง่ายสำหรับอาร์เซน่อล หลังจาก 22 ปีของอาร์แซน เวนเกอร์ โดยเฉพาะช่วงท้ายของยุคที่สุดหดหู กระทั่งเข้าสู่ยุคใหม่ของอูไน เอเมอรี่

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นภายในวันเดียว

เอเมอรี่ ต้องพาทีมลงสนามพบกับกุนซือที่เขาแพ้ทางมาตลอดอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เขาไม่เคยเอาชนะได้ไม่ว่าจะรายการใด และการเจอกันนัดล่าสุดก็ไม่ต่างจากเดิม เป๊ป สามารถเอาชนะลูกทีมของเอเมอรี่ไปได้ไม่ยาก 2-0 โดยที่แทบไม่มีโอกาสระคายเคืองผิวกายของผู้เล่นซิตี้เลย

แนวรับ “เรือใบสีฟ้า” สามารถจัดการกับเหล่าเกมรุกของอาร์เซน่อล ทั้ง อเล็กซองดร์ ลาคาแซ็ตต์ , เฮนริค มคิทาร์ยาน , เมซุต โอซิล และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ได้ทั้งหมด พวกเขามีโอกาสยิงประตูได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น และหนึ่งในนั้นมาจากจังหวะพลาดเองของเอแดร์ซอน นายทวารแมนฯซิตี้ ซึ่งนั่นยิ่งแสดงให้เห็นว่าแนวรุกอาร์เซน่อลด้อยประสิทธิภาพมากเพียงใด เช่นเดียวกับเกมรับ ที่ผู้เล่นซิตี้แทบจะเจาะแข้ง “ปืนโต” ได้แทบทุกจังหวะ

แต่แง่ดีก็มีให้พูดถึงบ้าง อย่างเช่นมัตเตโอ เก็นดูซี่ กองกลางตัวใหม่จากลอริย็องต์ ที่เริ่มปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีขึ้น ในช่วงท้ายๆของเกม ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดี

อย่างไรก็ตาม งานของ เอเมอรี่ ที่จะสืบทอด (และทำให้ดีกว่า) อาร์แซน เวนเกอร์ ค่อนข้างโหดหินมาก และยากจนไม่แน่ใจว่าเขาจะทำสำเร็จได้หรือไม่

Comments