10 ค่ำคืนพลิกนรกศึก UCL

ก่อนที่เกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่สองจะเริ่มขึ้นในคืนนี้ เรามาย้อนดู 10 ค่ำคืนสุดมหัศจรรย์พลิกนรกกลับมาเข้ารอบของทีมต่างๆในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกกัน

 

เชลซี 4-1 นาโปลี (รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาล 2011/2012)

ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาล 2011/2012 นัดแรกนั้น เชลซีบุกไปพ่าย นาโปลี ที่อิตาลี 3-1 ณ ขณะนั้นสโมสรยักษ์ใหญ่จากเมืองเนเปิ้ลส์ เอาขาข้างนึงเข้าไปในรอบรองชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสิงห์บลูนั้นก่อนเกมนัดที่สองจะเริ่มขึ้นก็ได้ปลด อังเดร วิลลาส โบอาส กุนซือชาวโปรตุกีส ออกจากตำแหน่งและได้แต่งตั้ง โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ จากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมมาเป็นผู้จัดการทีมให้กับเชลซีไปจนจบฤดูกาล และในเกมนัดที่สองที่สนามที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ เชลซีก็คัมแบ็กได้อย่างเหลือเชื่อ จากประตูของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา, จอห์น เทอร์รี่ เเละแฟรงก์ แลมพาร์ด ในช่วงเวลา 90 นาที และเป็น บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเลือดเซิร์บที่ทำประตูชัยให้สิงห์ไฮโซเอาชนะนาโปลีไปได้ด้วยสกอร์ 4-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และผ่านเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 5-4 โดยในปีนั้นเชลซีก็เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศและคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์มาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

บาเยิร์น มิวนิค 6-1 ปอร์โต้ (รอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2014/2015)

บาเยิร์น มิวนิค นั้นถือว่าเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ยุโรปในฤดูกาล 2014/2015 ทีมเสือใต้ต้องพบกับทีมยักษ์ใหญ่จาก ซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส นั้นก็คือ ปอร์โต้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศในปีนั้น โดย ณ ตอนนั้นกุนซือของบาเยิร์นคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่นำลูกทีมออกไปแพ้เกมแรกที่โปรตุเกสมา 3-1 ทว่าเป๊ป นั้นก็ทำสิ่งมหัศจรรย์เมื่อเกมนัดที่สองที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ทีมเสือใต้บาเยิร์น มิวนิคเปิดบ้านถล่ม ปอร์โต้ไปแบบขาดลอย 6-1 ซึ่งสกอร์รวมสองนัดคือ 7-4

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 บาเยิร์น มิวนิค (นัดชิงชนะเลิศปี 1999)

อีกหนึ่งในเกมที่อยู่ในความทรงจำ ของสาวกผีแดงนั้นก็คือเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศปี 1999 ที่ สนามคัมป์นู โดยในเกมนั้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พบ กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่มี อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์เป็นเฮดโค้ช เกมนในคืนนั้นเป็นทีมเสือใต้ที่ได้ประตูอกกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 จากลูกฟรีคิกของ มาริโอ บาสเลอร์ เจ้าพ่อลูกนิ่งของทีมเสือใต้ โดยตลอดทั้งเกมเป็นทีมยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรียที่สามารถครองเกมได้ทั้งหมด

ทว่าในช่วงก่อนหมดเวลา3นาที แมนฯยูไนเต็ด ก็มาได้สองประตูจาก เท็ดดี้ เชอริงแฮม และ โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา เพชฌฆาตหน้าทารกที่ทำให้ปีศาจแดงพลิกสถานการณ์กลับมาชนะ 2-1 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งฤดูกาลดังกล่าวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทริปเปิ้ลแชมป์หลังจากการคว้า พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 4-0 เอซี มิลาน (รอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 2003/2004)

สมัยยุครุ่งเรืองของ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ในช่วงต้นปี 2000 พวกเขาเป็นขาประจำในการแข่งขันถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรป โดยหนึ่งในเกมที่น่าจะจดที่สุดของพวกเขาคือ แมตช์ที่พบกับ เอซี มิลาน ในรอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่สองในฤดูกาล 2003/2004 ในปีนั้น ซุปเปอร์เดปอร์ ภายใต้การคุมทีมของ ฮาเวียร์ อีรูเรต้า แพ้ให้กับ ปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีในนัดแรกที่สนาม ซานซีโร่ไป 4-1 ทว่า ในเกมนัดที่สองเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ก็หักปากกาเซียน ด้วยการคัมแบ็คอัดลูกทีม ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ไป 4-0 จากประตูของ ฆวน คาร์ลอส บาเลรอน , วอลเตอร์ ปันดิอานี่ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอุรุกวัย ,อัลเบิร์ต ลูเก้ และ ฟราน กอนซาเลซ ช่วยให้ ซุปเปอร์เดปอร์ พลิกกลับมาชนะด้วยสกอร์รวม 5-4

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2 ยูเวนตุส (รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 1998/1999)

เกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ปี 1999 ระหว่างยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ยูเวนตุส ยอดทีมจากศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ก็เป็นอีกหนึ่งเกมในความทรงจำในการคัมแบ็คของทีมปีศาจแดงอย่างยิ่ง เกมในนัดแรกลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้น เปิด โอลด์แทรฟฟอร์ด เสมอกับ ยูเวนตุสไป 1-1 ซึ่งทำให้สถานการณ์ของทีมปีศาจแดงในการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศลำบากอย่างยิ่ง แต่ในเกมนัดที่สองที่ตูริน แมนฯยูไนเต็ดที่ถูกนำไปก่อน 2-0 ในช่วง 14 นาทีแรกก็สามารถหึดกลับมาได้สามประตูจาก รอย คีน, ดไวท์ ยอร์ค และแอนดี้ โคล ทำให้จบเกมแมนยูเอาชนะไปได้ 3-2 ในเวลาและสกอร์รวม 4-3 จากทั้งสองเกม

ลิเวอร์พูล 3-3 เอซี มิลาน (ลิเวอร์พูลชนะจุดโทษ 3-2 รอบชิงชนะเลิศฤดูกาล 2004/2005)

เกมนี้ถือว่าเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ของการคัมแบ็คในวงการฟุตบอลในยุคนี้อย่างยิ่ง ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกปี 2015 หงส์แดงลิเวอร์พูล นั้นพบกับ เอซี มิลาน ที่สนาม อตาเติร์ก สเตเดี้ยม นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยก่อนเริ่มเกมลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ นั้นเป็นรอง เอซีมิลาน ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ในทุกๆด้าน และภายในครึ่งเวลาแรกของเกมดังกล่าว ปีศาจแดงดำ ก็ได้ประตูออกนำ ลิเวอร์พูลไปถึง 3-0 ซึ่งแฟนบอลทั่วโลกก็คิดเหมือนกันว่าเกมนั้นจบตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว ถึงขณะที่ผู้เล่นเอซี มิลานเริ่มฉลองในห้องแต่งตัวตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง

เเต่ในครึ่งหลังลิเวอร์พูลก็พลิกนรกตามตีเสมอได้ 3-3 ภายในเวลา 9 นาที จากประตูของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ อดีตปีกชาวเช็ก และก็ลูกจุดโทษของ ชาบี่ อลอนโซ่และท้ายที่สุดต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะหลังการต่อเวลาพิเศษ ซึ่งเป็นเจอร์ซี่ ดูเด็ค อดีตนายทวารทีมชาติโปแลนด์ ที่สามารถเซฟลูกจุดโทษของ อังเดร เชฟเชนโก้ ทำให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นสมัยที่ 5 ไปครองได้สำเร็จ

บาร์เซโลน่า 6-1 ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2016/2017)

หลังจากเกมสุดช็อกในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกในฤดูกาล 2016/2017 ที่บาเซโลน่า นั้นพ่ายแพ้ให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในการออกไปเยือน ที่สนาม ปาร์กเดแพร็งส์ 4-0 นั้นก็มีใครคาดคิดว่า ทีมเจ้าบุญทุ่มจะสามารถคัมแบ็คกลับมาได้ ทว่าในเกมนัดที่สองที่คัมป์นู บาร์เซโลน่านั้นโชว์ฟอร์มระดับเทพพลิกกับมาชนะ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งปารีสไปได้ 6-1 ซึ่งทำเอาแฟนปารีส แซงต์ แชร์กแมง ช็อกไปตามๆกัน

บาร์เซโลน่า 4-0 เอซี มิลาน (รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฤดูกาล 2012/2013)

ในตอนที่บาเซโลน่านั้นแพ้ให้กับ เอซี มิลาน 2-0 ในเกมแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ในปี 2013 นั้นไม่มีใครคิดว่าทีมเจ้าบุญทุ่มจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ เนื่องจากก่อนหน้านั้นไม่มีทีมไหนในแชมเปียนส์ลีกที่สามารถกลับมาได้หลังจากเกมนัดแรกที่แพ้ไป 2-0 ทว่าบาร์เซโลน่าก็หักปากกาเซียนได้สำเร็จด้วยการกลับมาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้ 4-0 ในเกมนัดที่สองที่ คัมป์ นู จากสองประตูของ ลิโอเนล เมสซี และอีกคนละหนึ่งประตูจาก ดาวิด บีญ่า และ จอร์ดี้ อัลบา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 โอลิมเปียกอส (รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาล 2013/2014)

เกมนี้นั้นเสมือนกับว่าเป็นการคัมแบ็คของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาล 2013/2014 เป็นโอลิมเปียกอส ทีมจากซูเปอร์ลีก กรีซ ที่เอาชนะ ทีมปีศาจแดงมาได้ 2-0 โดยในเกมนัดที่สองที่ สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก็เป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หัวหอกชาวดัตช์ที่โชว์ฟอร์มเทพซัดแฮททริก พาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศในฤดูกาลนั้น

โมนาโก 3-1 เรอัลมาดริด (รอบก่อนรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2003/2004)

ก่อนการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศนัดที่สอง ระหว่าง อาแอส โมนาโก และ เรอัล มาดริด นั้น ทีมยักษ์ใหญ่จากลีก เอิง ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ไปก่อนในนัดแรก 4-2 ซึ่งโอกาสจะพลิกกลับมานั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ และเริ่มเกมในนัดที่สอง ราอูล กอนซาเลซ อดีตกองหน้าระดับตำนานของเรอัล มาดริด ก็มาทำประตูขึ้นนำให้ มาดริด ทว่า สองประตูจาก ลูโดวิช ชูลี่ และ หนึ่งประตูจาก เฟร์นานโด มอริเอนเตสหัวหอกชาวสเปน ก็ทำให้โมนาโกผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แต่น่าเสียดายเมื่อในนัดชิงชนะเลิศโมนาโกนั้นพ่ายให้กับ ปอร์โต้ ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไปขาดลอย 3-0

บาร์เซโลน่า 5–1 เชลซี (รอบก่อนรองชนะเลิศฤดูกาล 1999/2000)

ในปี 2000 นั้นเชลซียังไม่ถือว่าเป็นทีมสิงห์ไฮโซเหมือนกับปัจจุบัน และในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศในนัดแรกฤดูกาล 1999/2000 พวกเขาสามารถเอาชนะ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่าไปได้ 3-1 ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ทำให้แฟนฟุตบอลทั่วโลกพากันช็อกไปตามๆกัน ทว่านเกมที่สองที่กลับไปเล่นที่ คัมป์ นู นั้นบาร์เซโลน่าก็เข้นฟอร์มเก่งกลับมายิงห้าประตู ทำให้พลิกกลับมาชนะเชลซีไปได้ด้วยสกอร์รวม 6-4 โดยหลังจบเกม กาบี้ การ์เซีย อดีตดาวเตะบาเซโลน่า นั้นกล่าวถึงเกมนั้นว่า

“มันเป็นค่ำคื่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตผมเลย”

โดยศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในค่ำคืนนี้ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล และ โรม่า รับการมาเยือนของบาร์เซโลน่า จะทำการแข่งขันกันในเวลา 01.45 น.

Comments