เมสซี่ผู้อับโชค?

ตอลดอาชีพค้าแข้ง , ลิโอเนล เมสซี่ทำได้เพียง 4 ประตูเมื่อบาร์เซโลน่าตกเป็นฝ่ายตามหลัง , 2 ประตูให้กับอาร์เจนติน่าในรอบน็อคเอาท์เมเจอร์ทัวร์นาเม้นต์ (ทั้งโคปา อเมริกา และ ฟุตบอลโลก) , 0 ประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 8 ทีมสุดท้าย และ 0 ประตู ในฟุตบอลเมเจอร์ทัวร์นาเม้นต์รอบชิงชนะเลิศ กับทีมชาติอาร์เจนติน่า

เมสซี่ ฟอร์มตกอย่างน่าเกลียดในศึกโคปา อเมริกาปี 2015 , เขาทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น แม้ว่า “ฟ้าขาว” จะทะลุไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศก็ตาม

และนี่คือ 5 เกมที่ทั้งบาร์เซโลน่า และ อาร์เจนติน่า ต้องการเขามากที่สุด แต่ฟอร์มเก่งของเขากลับหายไป …

 

5.โคปา อเมริกา รอบชิงชนะเลิศ พบ ชิลี (2015)

ช่วงเวลานั้น อาร์เจนติน่าต้องการแชมป์รายการนี้อย่างที่สุด พวกเขาคว้ามันมาได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1993 แต่ก็ยังเข้าชิงได้อย่างสม่ำเสมอ ก่อนหน้านี้พวกเขาแพ้ บราซิล ในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองครั้ง โดยเฉพาะในปี 2007 ที่พวกเขาโดนทัพ “แซมบ้า” ถล่มแหลก

 

แล้วอะไรที่ทำให้ “เลโอ” พลาดในปี 2015? เขารับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ถึง 4 ครั้งในรายการนั้น แต่ประตูเดียวที่เขาทำได้มาจากรอบแบ่งกลุ่ม แต่กลับกระสุนด้านในรอบน็อคเอาท์ แม้ว่าจะยิงจุดโทษไม่พลาดในการดวลเป้าชี้ขาดกับโคลอมเบียในรอบก่อนรองชนะเลิศก็ตาม และแม้กระทั่งนัดที่ อาร์เจนติน่า ไล่ถล่ม ปารากวัย 6-1 เขาก็ยังทำประตูไม่ได้ด้วยซ้ำ  , ในรอบชิงชนะเลิศกับชิลี ที่ต้องมาดวลจุดโทษตัดสินอีกครั้ง , เมสซี่ ก็ทำประตูในเวลาไม่ได้ และแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในพลสังหารที่ดวลจุดโทษเข้า แต่สุดท้าย พวกเขาก็อกหักแพ้ชิลีอยู่ดี ด้วยสกอร์ 2-4

 

4.ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ พบ เชลซี (2012)

เราจะนับทั้งเหย้าทั้งเยือนก็แล้วกัน ในข้อนี้ ขอเกริ่นก่อนว่าฤดูกาลนั้น (2011-2012) เขาทำไป 14 ประตูจากการลงเล่น 11 เกมในแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่มีเพียง 3 นัดเท่านั้นที่เขายิงไม่ได้ และ 2 ใน 3 ที่ว่า มาจากการลงสนามพบ เชลซี

ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทำประตูชัยเพียงลูกเดียวที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้บาร์ซ่าต้องมาตามงานต่อที่คัมป์ นู ซึ่งพวกเขามีโอกาสทำประตูสำคัญเมื่อ เชสก์ ฟาเบรกาส โดน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทำฟาวล์ในเขตโทษ แต่ เมสซี่ กลับสังหารพลาด และกลายเป็นฝันร้ายของเขาที่ไม่เคยยิงประตูเชลซีได้เลยตลอดอาชีพค้าแข้ง (สถิติดังกล่าวจบลงในแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาลนี้)

กลับกลายเป็นตัวตลกจอมทื่อในพรีเมียร์ลีกเวลานั้นอย่างเฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ทำประตูตัดสินในช่วงทดเวลาการแข่งขัน บาร์ซ่าตกรอบ และเชลซี กลายเป็นแชมเปี้ยนของยุโรป

 

3.โคปา อเมริกา เซนเทนาริโอ พบ ชิลี (2016)

เหมือนว่าเมสซี่จะลงเล่นในปี 2016 ได้ดีกว่าปี 2015 เขาทำได้ถึง 5 ประตู กระทั่งมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งรวมประตูที่ปราบ สหรัฐอเมริกา ในรอบรองชนะเลิศ กระทั่งต้องมาชิงดำกับ ชิลี อีกรอบเพื่อล้างแค้น แต่กลับกลายเป็นต้องมาดวลจุดโทษตัดสินกันอีกรอบ ซึ่ง “ฟ้าขาว” อกหักซ้ำสองแพ้ไปด้วยสกอร์เดิม 2-4 และครั้งนี้แย่กว่า เมื่อ เมสซี่ พลาดจุดโทษในการดวลเป้าชี้ขาด

มันเป็นรอบชิงเมเจอร์ทัวร์เมนต์ครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ที่เมสซี่ลงเล่นนัดชิงและไม่ได้แชมป์ (ฟุตบอลโลก 2014 , โคปา อเมริกา 2015 และ 2016)

 

2.ลา ลีกา สเปน พบ แอตเลติโก มาดริด (2013-2014)

มันเป็นเกมตัดสินแชมป์ระหว่างทั้งสองทีม ลงแข่งขันที่คัมป์ นู ใครชนะคว้าแชมป์ลีก แต่หากบาร์ซ่าได้แค่เสมอ แชมป์จะเป็นของแอตเลติ ทันที แถมทีมดังแคว้นคาตาลุนญ่ายังเคี่ยวขายบัตรให้ทีมเยือนแค่ 447 ใบ ส่วนแฟนบอลเจ้าบ้านรับไปเต็มๆ 98,000 ที่นั่ง

ในครึ่งแรก เมสซี่แทบไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าเสียบอลให้กับลูกทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ แต่อย่างน้อยเขาก็ทำแอสซิสต์ให้กับอเล็กซิส ซานเชซ ทำประตูสำคัญให้กับทีมก่อนในครึ่งแรก จากนั้น ดาวเตะร่างเล็กมีโอกาสทำประตูอีกหลายครั้งให้กับ บาร์ซ่า แต่ขาดความเฉียบคม และกลายเป็นว่าครึ่งหลัง “ตราหมี” มาได้ประตูสำคัญและตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลัง จุดนั้น บาร์ซ่าต้องยิงอีกลูกเพื่อคว้าแชมป์ลีก และเมสซี่ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ครั้งหนึ่ง แต่โดนไลน์แมนยกธงล้ำหน้า

เกมจบด้วยผลเสมอ แอตเลติโก มาดริดเป็นแชมป์ และฉลองกันท่ามกลางเสียงโห่ดังระงมในคัมป์ นู ค่ำคืนนั้น

 

1.ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ พบ เยอรมนี (2014)

รอบก่อนหน้านั้น เยอรมนีเพิ่งไล่ถล่ม บราซิล อดีตแชมป์ 5 สมัยหมดลาย 7-1 ส่วนอาร์เจนติน่า ดวลจุดโทษชนะ เนเธอร์แลนด์มาอย่างหืดจับ แต่มีอาถรรพ์ฟุตบอลโลกอยู่อย่างคือ ยังไม่มีทีมจากยุโรปแม้แต่ทีมเดียวที่ได้แชมป์นอกทวีปของตัวเอง

เมสซี่ มีโอกาสมากที่สุดที่จะประกาศศักดาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดแห่งยุค เพียงแค่เอาชนะ เยอรมนีให้ได้ เขาทำไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเม้นต์นั้น แต่ทั้งหมดมาจากรอบแบ่งกลุ่ม คือสองลูกกับไนจีเรีย ขอเพียงมีสักแมตช์ที่เขาได้ดวลกับคู่ปรับทางลูกหนังตลอดกาลอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ , และเล่นในประเทศของทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่างบราซิล มันน่าจะเป็นวันที่เมสซี่ จดจำไปตลอดกาล

น่าเสียดาย ที่มันไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศวันนั้น เขาโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่มาราคาน่า ทีมของเขาจบสกอร์ได้ย่ำแย่ โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลังที่เขาพลาดโอกาสจ่อๆ กระทั่งช่วงท้ายเกม อาร์เจนติน่า ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์เข้ากรอบแม้แต่ครั้งเดียว และสุดท้าย พวกเขาก็ต้องชดใช้กับความผิดพลาดของตัวเอง เมื่อมาริโอ เกิ๊ทเซ่ ทำประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ฟีฟ่า ให้รางวัลปลอบใจกับเมสซี่ ซึ่งมันเหมือนกับหอกนับพันเล่มมาแทงหัวใจเขาซ้ำมากกว่า กับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ที่เขาขอนำรางวัลนี้สักร้อยอันไปแลกกับแชมป์ฟุตบอลโลกเพียงหนเดียว

 

เมสซี่ ยังมีโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง  ที่รัสเซีย 2018 , ซึ่งมันน่าจะเป็นเวิลด์ คัพ ที่เขาพลาดไม่ได้อีกแล้ว…

Comments