เดอะ เพาเวอร์ ออฟ เซราะกราว : หรือบุรีรัมย์จะเก็บทริปเปิลแชมป์อีกครั้ง ?

Natthaphong Sanson Natthaphong Sanson

ยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิมสำหรับ “ทัพปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ หลังจากที่บุกไปเอาชนะ การท่าเรือ เอฟซี ถึงแพท สเตเดี้ยม 1-3 ต้องบอกว่าเป็นเกมที่ผิดความคาดหมายของแฟนบอลอย่างมาก เมื่อทุกคนรู้ดีว่าการบุกไปเล่นในถิ่นคลองเตย สังเวียนแพท สเตเดี้ยมนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ทีมใดจะหยิบแต้มออกมาง่ายๆ

แต่ไม่ใช่กับบุรีรัมย์ในเกมเมื่อคืนนี้ พวกเขาฉวยโอกาสขึ้นนำ 3 ประตูในครึ่งแรก เล่นเอาสาวกสิงห์เจ้าท่าถึงกับช็อคไปตามๆกัน แน่นอนว่าการถูกทีมอย่างบุรีรัมย์นำห่างถึง 3 ประตู มันเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะกลับมาได้ ตามที่ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ กุนซือการท่าเรือ ว่าเอาไว้หลังเกม

แต่ฟุตบอลย่อมมีทีมเดียวเท่านั้นที่จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ถึงตรงนี้ทัพปราสาทสายฟ้ายังคงอยู่ในเส้นทางลุ้น “ทริปเปิลแชมป์” อย่างเต็มตัว เพราะ โตโยต้า ไทยลีก พวกเขาก็ยังนำเป็นจ่าฝูงแบบสบายๆ , ช้าง เอฟเอ คัพ ก็เข้ามายืนรอในรอบรองชนะเลิศ และโตโยต้า ลีกคัพ พวกเขาก็ทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

สาเหตุอะไรที่ทำให้ลูกทีมของโบซิดาร์ บันโดวิช ยืนระยะได้ดีกว่าทุกทีมในการลงเล่นทุกถ้วย ทุกรายการในประเทศ ? ทำไมพวกเขาถึงเป็นทีมเดียวที่มีโอกาสลุ้นถึงสามแชมป์ในตอนนี้ ? และพวกเขามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนกับการคว้าสามแชมป์ในฤดูกาลนี้ ?

อยู่ได้ด้วยระบบบุรีรัมย์

เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยระบบฟุตบอลของตัวเอง พวกเขาพิสูจน์ให้แฟนฟุตบอลไทยได้เห็นแล้วด้วยโทรฟี่ต่างๆมากมายที่ประดับตู้สโมสร พวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นทุกปี ตามนโยบายของท่านเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ที่มุ่งเน้นพัฒนาทีมให้ดียิ่งขึ้นไปในทุกๆปี เราจะเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงนักเตะที่เล่นไม่เข้าระบบฟุตบอลของบุรีรัมย์ พวกเขากล้าคิดกล้าที่จะเปลี่ยนโดยทันที นอกจากนั้นในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา แฟนบอลได้เห็นบุรีรัมย์ในรูปแบบที่ต่างออกไป เมื่อประธานสโมสรตั้งใจที่จะใช้แข้งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขจังหวัดบุรีรัมย์ขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม และกล้าที่จะให้โอกาสดาวรุ่งได้ลงสนามมากขึ้น เพื่อปูทางสู่อนาคตของบุรีรัมย์

นักเตะแข็งแกร่งทุกตำแหน่ง

อีกหนึ่งสาเหตุที่จะผลักดันให้ทัพปราสาทสายฟ้าประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้นั่นคือความลงตัวของนักเตะแต่ละตำแหน่งไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูถึงกองหน้า ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ผู้รักษาประตูโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกรกฎาคม ของไทยลีก ศิวรักษ์ยืนระยะเล่นให้กับบุรีรัมย์มาอย่างยาวนาน ขณะที่กองหลังตัวหลักอย่าง อันเดรส ตูเนซ และพรรษา เหมวิบูลย์ ก็เล่นได้อย่างเหนียวแน่น เปรียบเสมือนเป็นกำแพงแห่งบุรีรัมย์เลยก็ว่าได้

ถัดมาที่แผงมิดฟิลด์ในชุดตัวหลักคุมเกมโดย จักรพันธ์ แก้วพรม อีกหนึ่งสุดยอดกองกลางในศึกไทยลีก ที่สามารถเล่นประคองคนอื่นๆ และยังสร้างสรรค์โอกาสให้กับกองหน้าทำประตูได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมี รัตนากร ใหม่คามิ , สุเชาว์ นุชนุ่ม ตัวต่างชาติมีดีกรีอย่าง ยู จุน ซู มิดฟิลด์เกาหลีใต้ ที่เข้ามาทดแทนการขาดหายไปของ โก ซุล กิ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ จุน ซู ยังเล่นได้หลากหลายตำแหน่งอีกด้วย

สำหรับกองหน้าของบุรีรัมย์ ต้องบอกว่าเป็นกองหน้าที่เหนือกว่ากองหน้าทุกคนในลีก นักเตะอย่าง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต กองหน้าชาวบราซิล เป็นหัวใจในแนวรุกของทีม การันตีด้วยตำแหน่งดาวซัลโวไทยลีกในตอนนี้ที่ 24 ประตู นอกจากนั้นยังมี ออสวัลโด ฟิลโญ , ฮาเวียร์ ปาตินโญ ที่คอยเป็นตัวสแตนบายอีกด้วย

หากมองดูองค์ประกอบของทีมดังที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจที่บุรีรัมย์จะเป็นทีมที่มีเอี่ยวลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขัน และสามารถยืนระยะได้แบบยาวๆจนจบฤดูกาล โอกาสน้อยมากที่เราจะเห็นบุรีรัมย์ออกอาการแผ่วให้เห็น มีแต่ที่เราเห็นกันจนชินตา คือ การนำคู่แข่งแบบม้วนเดียวจบ กำหนดวันรับถ้วยแชมป์ได้เลย ซึ่งสถานการณ์ของบุรีรัมย์ในตอนนี้ คือ การลุ้นสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าทริเปิลแชมป์ (โตโยต้า ไทยลีก,ช้าง เอฟเอ คัพ,โตโยต้า ลีกคัพ) มาถึงตรงนี้ต้องบอกว่ามีโอกาสสูงที่พวกเขาจะทำได้ เพราะในแต่ละรายการที่ปราสาทสายฟ้ากำลังคั่วอยู่นั้น เส้นทางช่างดูสดใสเหลือเกิน

เก็บสามแต้มต่อเนื่องในไทยลีก

สถานการณ์ในเกมลีกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่ามีโอกาสสูงในการเข้าป้ายคว้าแชมป์ไทยลีกฤดูกาลนี้ ด้วยคะแนนที่นำห่างอันดับสองอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ถึง 9 คะแนน บุรีรัมย์รั้งจ่าฝูงด้วยสถิติแข่ง 25 นัด ชนะ 20 เสมอ 2 แพ้ 3 เก็บได้ 62 คะแนน และฟอร์มในลีก 6 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร ชนะรวดทุกนัด

อีกหนึ่งปัจจัยของบุรีรัมย์ในแต่ละเกมไทยลีก พวกเขามักจะมีโมเมนต์ที่เรียกว่า “คัมแบ็ก” อยู่ตลอด ในบางเกมพวกเขากำลังจะเสมอ แต่ก็พลิกกลับมาชนะได้ในช่วงท้ายเกม ซึ่งทีมที่จะเป็นแชมป์ก็มักจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเสมอ

เข้าไปยืนรอในรอบรองช้าง เอฟเอ คัพ

เส้นทางของบุรีรัมย์ในศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลนี้ ต้องบอกว่าไม่ใช่งานยากสักเท่าไร พวกเขาผ่านลำปาง เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก2 ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายมาด้วยสกอร์ 6-0 จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย บุรีรัมย์ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะผ่าน นครปฐม ยูไนเต็ด ทีมในศึกไทยลีก4 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 กรุยทางเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เพิ่งจบลงไปเมื่อคืนนี้ แฟนบอลหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเกมที่ยกที่สุดของบุรีรัมย์ เมื่อต้องมาเยือนแพท สเตเดี้ยม ของการท่าเรือ เอฟซี แต่แล้วบุรีรัมย์ก็ทำให้เป็นเรื่องง่าย เมื่อขึ้นนำสิงห์เจ้าท่าก่อนในครึ่งแรก 3-0 ก่อนที่จะจบเกมด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

มองดูคู่แข่งในรอบรองชนะเลิศของบุรีรัมย์ มีทั้งศรีสะเกษ เอฟซี จากไทยลีก2 และอีกสองทีมจากไทยลีก ได้แก่ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กับราชบุรี มิตรผล เอฟซี ซึ่งหากดูตามชื่อชั้นและประสบการณ์แล้วบุรีรัมย์มีโอกาสสูงมากที่จะเข้าป้ายคว้าแชมป์ถ้วยใบนี้อีกครั้ง แม้จะมีก้างขวางคอชิ้นใหญ่อย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เส้นทางในลีกคัพยังสดใส

สำหรับเส้นทางในถ้วยลีกคัพของบุรีรัมย์ก็ผ่านมาแบบไม่ยากเย็นนัก เริ่มตั้งแต่บุกไปเฉือน ลำปาง เอฟซี  2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ต่อเนื่องด้วยการบุกไปพิชิต ตรัง เอฟซี 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยปราสาทสายฟ้ามีคิวดวลกับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมลีก ในวันที่ 8 สิงหาคม ซึ่งหากเทียบกันตามฟอร์มบุรีรัมย์มีโอกาสสูงมากที่จะกรุยทางเข้าสู่รอบต่อไป และอาจจะก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ได้อีกด้วย

Comments