ยังไม่ไปไหน! อดีตแข้งต่างชาติกับบทบาทโค้ชในประเทศไทย

ถึงตอนนี้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทยมีอายุปาเข้าไปถึง 22 ปีเข้าไปแล้ว มีผู้เล่นมากมายที่เคยผ่านการค้าแข้งในลีกของแเดนสยาม ทั้งผู้เล่นไทย รวมไปถึงผู้เล่นต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลกที่มาหากินในเมืองไทยกับอาชีพนักฟุตบอล ถึงตอนนี้ดาวเตะต่างชาติหลายคนก็จัดการแขวนสตั๊ด พร้อมเดินตามวิถีของตัวเองหลังจากบอกลาผืนหญ้าในสนาม อย่างไรก็ตามยังมีอดีตผู้เล่นชาวต่างชาติอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนหากินอยู่ในประเทศไทยกับบทบาทใหม่ๆ หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล

ซึ่งชื่อของบางคนอาจจะหายไปจากสารบบลูกหนังไทย แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขายังคงป้วนเปี้ยนอยู่กับสโมสรในบ้านเรานี่แหละ โดยเชื่อว่าหากเอ่ยชื่อแฟนบอลชาวไทยหลายๆก็น่าจะคุ้นชื่ออดีตผู้เล่นเหล่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้น Fox Sports Thailand จะนำเสนอเรื่องราวของพวกเขาเหล่านี้ เรามาดูกันว่า 5 อดีตผู้เล่นต่างชาติที่ยังคงหากินอยู่ในประเทศไทย จะมีใครกันบ้าง

ดีเอโก้ โรเบิร์ต
กองหลังชาวบราซิเลียน เริ่มเล่นฟุตบอลในบ้านเกิดกับ เซา วิเซนเต้ ในระดับล่างของบราซิล เมื่อปี 2008 ก่อนย้ายมาเซ็นสัญญานอกทวีปครั้งแรกกับ ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ในปีเดียวกัน ซึ่งตอนนั้น ดีเอโก้ มีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามจากโอกาสลงสนามกับ ชลบุรี ที่ค่อนข้างน้อย ทำให้ถูกปล่อยให้กับทีมพันธมิตรในตอนนั้นอย่าง ศรีราชา เอฟซี หรือ ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ในเวลาต่อมา และหลังจากนั้นกองหลังชาวบราซิเลียนรายนี้ก็เริ่มสร้างชื่อในวงการลูกหนังไทย ด้วยการลงเล่นให้กับ “เดอะ บลูมาร์ลิน” เกิน 100 นัด โดยภาพคุ้นตาก็คือการจับคู่ในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ดั๊กลาส โคโบ กองหลังเพื่อนร่วมชาติที่ปัจจุบันยังคงเล่นอยู่กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในศึกไทยลีก 4

ส่วน ดีเอโก้ โรเบิร์ต ได้รับบาดเจ็บเรื้อรังในขณะที่ค้าแข้งอยู่กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในปี 2014 ซึ่งหลังจากต่อสู้อยู่นานสังขารก็ไม่ไหวตัดสินใจเลิกเล่นในที่สุด โดยหลังจากที่เจ้าตัวแขวนสตั๊ดได้ไม่นาน เจ้าตัวก็เข้าไปรับงานล่ามให้กับสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ที่ตอนนั้นใช้งาน แซร์โจ้ ฟาริอาส โค้ชชาวบราซิเลียนนั่งแท่นกุนซือ และหลังจากเก็บประสบการณ์ สั่งสมวิชาจากกุนซือหลายๆคน ถึงตอนนี้ ดีโอโก้ โรเบิร์ต หรือ ดีเอโก้ ปิชินิน ก็ยังเป็นหนึ่งในทีมงานสต๊าฟฟ์ของ ช้างศึกยุทธหัตถี จนถึงทุกวันนี้

มอยเซ่ อูลริซ
ผู้รักษาประตูร่างป้อมที่ถือว่าโด่งดังที่สุดในยุดหนึ่งของไทยลีก และถือเป็นผู้เล่นคู่บุญของ โค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ อย่างแท้จริง โดยในปี 2009 มุนเซ่ อูลริช ย้ายจากลีกเวียดนามมาค้าแข้งกับ การท่าเรือ เอฟซี และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลายที่รักของแฟนบอลย่านคลองเตย ด้วยฟอร์มการเซฟประตูด้วยลีลาอันผาดโผนสวนทางกับหุ่นของตัวเอง ซึ่ง อูลริซ สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ และ เอฟ เอ คัพ ในยุคของ สะสม พบประเสริฐ ได้อย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามหลังหมดยุครุ่งเรืองของโค้ชเตี้ย นายด่านชาวแคเมอรูนก็ร่อนเร่พเนจรไปเฝ้าเสาให้กับหลายๆทีมไม่ว่าจะเป็น อีสาน ยูไนเต็ด, นครราชีมา เอฟซี, ประจวบ เอฟซี และกับสโมสรสุดท้ายอย่าง อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลระดับดิวิชั่น 2 ก่อนจะเลิกเล่นในปี 2016 ด้วยวัย 32 ปี แต่ มอยเซ่ ก็ยังไม่ไปไหน รับบทโค้ชผู้รักษาประตูให้กับ เจ้าสัวน้อย ในปีต่อมาทันที และดูเหมือนว่าปีนี้จะเข้าปีที่ 10 แล้วที่ อูลริซ มารับเงินเดือนในประเทศไทย โดยต้นฤดูกาล 2018 เจ้าตัวก็เข้าไปรับบทบาทเทรนเนอร์ในตำแหน่ง โกลคีเปอร์ ให้กับ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี เป็นช่วงสั้น ก่อนที่ปัจจุบันเป็นโค้ชอยู่กับ นาคามรกต เกษตรศาสตร์ เอฟซี

รูเบน ซาเมน
อดีตผู้รักษาประตูของ “กรูปีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ผู้ฝากหัวใจไว้กับทีมดังแดนอีสาน ซาเมนยอมรับว่าศรีสะเกษเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเขา ช่วงที่เป็นนักเตะเขาโชคร้ายที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สะโพก ทำให้ซาเมนต้องตัดสินใจหันหลังให้สังเวียนหญ้าสีเขียว ก่อนที่เขาจะผันตัวมาเป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับทีมในไทยลีก ได้แก่ นครราชสีมา และศรีสะเกษ ทีมเก่าสมัยที่ซาเมนค้าแข้งอยู่

ระหว่างที่เขาเป็นโค้ชผู้รักษาประตู ได้ร่วมฝึกซ้อมให้นายด่านสัญชาติไทยอย่างมากมาย เช่น ณรงค์ วงษ์ทองคำ และแซมมวล ป.คันนิงแฮม ซึ่งในระหว่างที่เขาพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ และเป็นโค้ชประตูให้ศรีสะเกษนั้น เขายอมรับว่าได้รับการทาบทามจากสโมสรหลายครั้งให้ลงเฝ้าเสา แต่ซาเมนเลือกที่จะปฏิเสธเพราะปัญหาบาดเจ็บ

ดักลาส คาร์โดโซ่

ดักลาส คาร์โดโซ อดีตสุดยอดดาวยิงแถวหน้าของวงการฟุตบอลไทย สัญชาติบราซิล ค้าแข้งอยู่ในเมืองไทยเป็นเวลานาน ตั้งแต่ปี 2011 เคยเล่นให้กับบุรีรัมย์ พีอีเอ , บุรีรัมย์ เอฟซี , ราชบุรี มิตรผล เอฟซี , สระบุรี เอฟซี , พีทีที ระยอง คาร์โดโซ
โดยสโมสรที่สร้างชื่อให้กับดาวยิงรายนี้มากที่สุด คือ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในสมัยที่เขาพาทัพราชันมังกรคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ทะยานขึ้นมาโบยบินบนลีกสูงสุดของเมืองไทย ในปี 2013 ดักลาส เป็นกองหน้าที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง มีทักษะฟุตบอลสไตล์แซมบ้าขนานแท้ นอกจากนั้นยังจัดว่าเป็นกองหน้าประเภทโป้งเดียวจอดเช่นกัน การันตีผลงานของเขาด้วยรางวัลดาวซัลโวประทำทีมราชบุรี มิตรผล ในปี 2013 ก่อนที่เขาจะผจญภัยในลีกไทยต่อไปกับหลายทีม เช่น สระบุรี เอฟซี , พีทีที ระยอง , บางกอก เอฟซี ก่อนที่จะตัดสินใจแขวนสตั๊ดปิดตำนานเจ้าชายราชันมังกรด้วยวัย 34 ปี

ปัจจุบัน คาร์โดโซ ยังใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองของเขา และเขาก็ยังคลุกคลีอยู่กับฟุตบอลไทยกับตำแหน่งโค้ชอคาเดมี่ของทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี นั่นเอง และที่สำคัญดูเหมือนตำนาน “คาร์โดโซ” กับไทยลีก จะไม่ได้จบลงง่ายๆ เมื่อ “ไมคอน” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ดักลาส ก็เป็นนักเตะเยาวชนในทีมของราชันมังกรในตอนนี้ ล่าสุดเพิ่งมีคลิปทักษะของหนูน้อย ไมคอน ฮือฮาทั่วโลกโซเชียล กับลีลาฟุตบอลที่ถอดแบบคุณพ่อสมัยหนุ่มๆ เชื่อเหลือเกินว่าตำนาน “คาร์โดโซ” จะถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน จาก ดักลาส สู่ ไมคอน สองพ่อลูก ราชันมังกร

ดานิเอเล่ อินวิซิบิเล่
กองกลางตัวรุกหรือที่เรียกกันว่า แดนนี่ มีดีกรีติดทีมชาติออสเตรเลีย ชุด U20 มาแล้ว โดยในปี 1997 เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ บริสเบรน ต่อด้วย มาร์โคนี่ ในบ้านเกิด และมีโอกาสโบยบินไปเล่นในอังกฤษกับทีมชื่อคุ้นหูอย่าง สวินดอน ทาวน์ เมื่อปี 2000 แถมลงเล่นเกิน 100 นัด ตะบันไปถึง 22 ประตูซะด้วย ก่อนย้ายไปค้าแข้งในสกอตต์แลนด์กับทั้ง คิมาร์น็อค และ เซนจอห์น สโตน โลดแล่นอยู่ในยุโรปนานนับสิบปี

ปี 2012 ซึ่งถือเป็นช่วงบั้นปลายชีวิตการค้าแข้ง เจ้าตัวมองหาความท้าทายด้วยการย้ายมาอยู่กับสโมสรกองทัพอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด โดยเป็นลูกทีมของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือ สุภาพบุรุษวงจักร ในเวลานั้น อย่างไรก็ตามเส้นทางสายลูกหนังของ แดนนี่ ก็เล่นในไทยได้เพียงปีเดียวเท่านั้น เจ้าตัวตัดสินใจแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2013 และผันตัวเรียนรู้งานผู้ฝึกสอน และหันมาเอาดีด้านนี้อย่างเต็มตัว และร่วมงานกับ มาโน่ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจุจบัน แดนนี่ รับบทเฮดโค้ชของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด บี ในการแข่งขันไทยลีก 4 อยู่ในเวลานี้

Comments