อุ่นเครื่องให้ร้อน : ทำนาย TOP 6 พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018-2019

ฟุตบอลโลกจบลงไป ฟุตบอลลีกผ่านเข้ามา แฟนบอลหลายคนคาดหวังว่าฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ (ไอซีซี คัพ) จะเป็นรายการที่สนุก อย่างไรก็ตาม ก็ฟุตบอลโลกนั่นเองที่ทำให้ผู้เล่นตัวหลักของแต่ละสโมสรพักยาวกว่าปกติ หลายคนไม่รู้สึกว่าได้ดูทีมใหญ่ลงแข่งขันกัน

อีกหนึ่งประเด็นเข้มข้นที่ถูกจับตามองคือการขยับขยายย้ายทีม ที่มีเส้นตายในพรีเมียร์ลีกถึงวันที่ 9 สิงหาคมเท่านั้น แต่ละทีมก็ต้องการมีชุดผู้เล่นที่ดีที่สุด

วันนี้ Fox Sports Thailand ขอรับหน้าที่ทำนายโฉมหน้าของ 6 อันดับแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-2019

อันดับที่ 6 : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมของสเปอร์ส พวกเขาจบอันดับที่สามในลีก คว้าโควต้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง ส่วนแฮร์รี่ เคน ได้รับรางวัลดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2018 ด้าน คริสเตียน เอริคเซ่น , เดเล่ อัลลี่ , ซอน เฮือง มิน โชว์ฟอร์มได้ดีตลอดทั้งฤดูกาล ส่วนสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม กำลังจะเสร็จ พวกเขากำลังจะได้กลับไปเล่นในสนามเหย้าของตัวเองอีกครั้ง

ปัญหาคือ เมาริซิโอ โพเช็ตติโน่ ยังไม่สามารถเซ็นสัญญานักเตะใหม่ได้เลย ซ้ำร้าย ยังมีข่าวย้ายทีมของ เคน , เอริคเซ่น และ อัลลี่ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

“ไก่เดือยทอง” ยังต้องการความสม่ำเสมอและความแข็งแกร่งของ 11 ผู้เล่นตัวจริง แต่สิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องคำนึงถึงด้วยคือเรื่องขุมกำลังสำรอง การมีเพียงลูคัส มูร่า และ เอริค ลาเมล่า อาจไม่เพียงพอ และฤดูกาลก็งวดเข้ามาทุกที กับเวลาที่เหลือเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น ขณะที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลงในอีกไม่ถึง 10 วัน นักเตะตัวหลักหลายรายก็ยังอยู่ในช่วงพักหลังเสร็จสิ้นศึกฟุตบอลโลก

มีโอกาสสูงที่บรรดาตัวสำรอง อาจไม่สามารถทดแทนตัวจริงที่มีได้ และถ้าตัวจริงเกิดโชว์ฟอร์มไม่ออก หายนะอาจเกิดกับทีมจากลอนดอนเหนือได้เหมือนกัน

อันดับที่ 5 : เชลซี

ฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นฤดูกาลที่มีแต่เรื่องยุ่งเหยิงภายใต้รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากพวกเขาคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2016-2017 พวกเขาจบเพียงอันดับที่ 5 ในซีซั่นต่อมา และพลาดไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และนั่นทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องตกงาน ตามมาด้วยการแต่งตั้งอดีตกุนซือนาโปลีอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามาคุมทีมแทน พร้อมด้วย จานฟรังโก้ โซล่า คัมแบ็กกลับมาทำงานกับสโมสรในฐานะมือขวา

จากการเข้ามาของสองหัวกะทิชาวอิตาเลียน “สิงโตน้ำเงินคราม” หวังว่าพวกเขาจะยังรักษาสถานะหนึ่งในทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีกได้ แต่ในเวลานี้ ภาพนั้นยังเห็นไม่ชัดนัก พวกเขาได้เพียง จอร์จินโญ่ แดนกลางทีมชาติอิตาลี (ซึ่งเป็นดีลที่ดี) และ โรเบิร์ต กรีน อดีตนายทวารรุ่นลายครามของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

ขณะเดียวกันหน้าประตูบ้าน เรอัล มาดริด แชมป์ยุโรปฤดูกาลล่าสุด กำลังตามไล่จีบทั้ง ธิโบต์ กูร์กตัวส์ และ เอเด็น อาซาร์ แถมทั้งคู่ยังไม่น่าปฏิเสธโอกาสการย้ายไปเล่นในซานติอาโก้ เบร์นาเบวเสียด้วย ปัญหาที่เชลซียังต้องเสริมน่าจะอยู่ที่ศูนย์หน้าตัวเป้า เพราะอัลบาโร่ โมราต้า ยังโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานในฤดูกาลล่าสุด เช่นเดียวกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ชื่อของ กอนซาโล่ อิกัวอิน ถูกยกขึ้นมา และนั่นคือดีลที่ “สิงห์บลูส์” ต้องจัดการให้สำเร็จก่อนเริ่มฤดูกาล แต่ด้วยทีมที่มีในเวลานี้ ไม่ง่ายที่เชลซี จะจบฤดูกาลด้วยการเป็น 4 อันดับแรก

อันดับที่ 4 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สองทีมจากแมนเชสเตอร์ ต่างเริ่มฤดูกาลที่แล้วได้อย่างแข็งแกร่ง แต่กลายเป็นว่าเมื่อเวลาผ่านไป ซิตี้ กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ส่วน ยูไนเต็ด สะดุดติดต่อกันจนตามหลังหลายแต้ม พวกเขาโชว์ฟอร์มได้ไม่ดี และเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่แฟนบอลไม่ประทับใจ แถมยังมีข่าวขัดแย้งระหว่างโจเซ่ มูรินโญ่ กับลูกทีมในห้องแต่งตัว แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 6 ปี ซึ่งกุนซือโปรตุกีสเริ่มขยับขยายดึงนักเตะเข้ามาเสริมทีมบ้างแล้ว

พวกเขาฉกตัว เฟร็ด มิดฟิลด์จอมขยันชาวบราซิเลี่ยนที่ ซิตี้ สนใจมานานสองนานมาร่วมทีม ร่วมงานกับสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช เช่นเดียวกับฟูลแบ็คอย่างดิโอโก้ ดาโล่ต์

ยูไนเต็ดมีกลุ่มผู้เล่นที่ดี แต่ข้อเสียคือพวกเขาเล่นไม่เข้าขากันเท่าไหร่ และนั่นคือสิ่งที่ มูรินโญ่ ยอมรับตั้งแต่ช่วงต้นของฤดูกาล ชุดผู้เล่นตัวจริงดูน่าสนใจ แต่ตัวสำรอง ยังดูน่าเป็นห่วง และโดยเฉพาะหากมูรินโญ่ยังเน้นฟุตบอลเกมรับ ขณะที่ทีมอื่นกลับพัฒนาเกมรุกกันอย่างต่อเนื่อง อย่าแปลกใจหาก ยูไนเต็ด จะหลุดท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ หรือถ้าจะทำได้ ก็คงเส้นยาแดงผ่าแปดจริงๆ

อันดับที่ 3 : อาร์เซน่อล

นี่คือ “เดอะ กันเนอร์ส” ยุคใหม่ ภายใต้การทำทีมของ อูไน เอเมอรี่ หลังจากสิ้นสุด 22 ปีที่ยาวนานของอาร์แซน เวนเกอร์ และมันคืองานที่ท้าทายที่สุดไม่แพ้การสืบทอดตำนานของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

อาร์เซน่อลของเอเมอรี่เสริมทัพอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์จอมขยันอย่างลูคัส ตอร์เรร่า , โซคราตีส ปาปาสตาโธปูลอส แนวรับจากดอร์ทมุนด์ หรือแม้แต่ สเตฟาน ลิชสไตเนอร์ ที่จะมาแย่งตำแหน่งกับ เอคตอร์ เบเยริน

ส่วนในเกมรุก พวกเขามี เมซุต โอซิล , เฮนริค มคิตาร์ยาน สนับสนุน อเล็กซองดร์ ลาคาแซ็ตต์ และปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง พวกเขามีขุมกำลังที่พร้อมจะถล่มทุกทีมที่ดาหน้าเข้ามา และอย่าแปลกใจถ้าพวกเขาจะจบอันดับดีกว่าเมื่อซีซั่นที่แล้ว

รองแชมป์ : ลิเวอร์พูล

ฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นซีซั่นที่แฟน “หงส์แดง” ดูฟุตบอลอย่างสนุกที่สุดในทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าโควต้าไปลุ้นแย่งมันอีกครั้งด้วยการจบที่ 4 พร้อมกับเปิดตัวสามตัวรุกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

แม้แผงมิดฟิลด์จะเป็นจุดอ่อนก็ตาม แต่ คล็อปป์ รู้ดี เขาแก้ไขมันด้วยนาบี เกอิต้า , ฟาบินโญ่ แถมยังเอาซ้ายจอมแสบอย่าง เซอร์ดาน ชากิรี่ มาเป็นตัวสำรองของ ซาลาห์ อีกต่างหาก

ส่วนปัญหาอื่นอย่างผู้รักษาประตูก็ได้รับการแก้ไข เมื่อซิมง มินโญเล่ต์ และ ลอริส คาริอุสต่างก็ไม่ดีพอ ทีมตัดสินใจดึง อลิสซง เบ็คเกอร์ มาด้วยค่าตัวสถิติโลก

ไม่มีทีมไหนที่ซื้อตัวใหม่ได้โหดเท่ากับลิเวอร์พูลอีกแล้วในซีซั่นนี้ ทำให้เหล่าเดอะ ค็อปวาดฝันว่า จนถึงช่วงกลางปีหน้า พวกเขาคงจะยุติการรอคอยมานานแสนนานไว้ที่ 29 ปี ปัญหาอย่างเดียวคือพรีเมียร์ลีกคือการแข่งขันที่ยาวนานและทรหด มันไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่มันคือการวิ่งมาราธอนต่างหาก แต่หากคล็อปป์ สามารถจัดการกับขุมกำลังของทีมได้ดีกว่าซีซั่นก่อน “หงส์แดง” อาจถึงฝั่งฝันด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เสียที

แชมป์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

พวกเขาแทบจะดูไร้เทียมทานที่สุดเมื่อซีซั่นก่อน ไม่มีใครทาบพวกเขาติด ไม่ว่าจะเป็นสถิติ 100 แต้มทีมแรกในพรีเมียร์ลีก , ชนะติดต่อกันมากที่สุดถึง 18 นัด , ยิงได้ถึง 106 ประตู และคว้าแชมป์ลีกด้วยแต้มห่างรองแชมป์อย่างแมนฯยูไนเต็ดถึง 19 แต้ม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับมายืนได้อย่างสง่างาม อย่างจากพลาดหวังมาในซีซั่นแรกของตัวเอง

พวกเขามีทีมที่ดีมากอยู่แล้ว และไม่ง่ายที่จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่พวกเขาก็เสริมอาวุธหนักอย่างริยาด มาห์เรซ เข้ามาสู่ทีมด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ บวกกับขุมกำลังเดิมอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา , เลรอย ซาเน่ , ราฮีม สเตอร์ลิ่ง , แซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส

พวกเขาอาจต้องการเซนเตอร์ฮาล์ฟมาเสริมเพิ่มอีกสักคน และแบ็กซ้ายสำรองอีกราย เช่นเดียวกับกองกลางตัวโฮลด์บอล ที่ทีมต้องการแต่พลาดหวังทั้งเฟร็ด และ จอร์จินโญ่ แต่ถ้าเกิดดึงมาเพิ่มไม่ได้ และมีแค่นี้ มันก็เพียงพอที่พวกเขาจะสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อยู่ดี

Comments