นายไปไหน ผมไปด้วย : 8 แข้งไทยลีกหวนร่วมงานเจ้านายเก่า

Natthaphong Sanson Natthaphong Sanson

ในโลกของฟุตบอลมักมีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลการแข่งขัน , ผลงานของทีมในแต่ละปี ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องของ “โชคชะตา ฟ้าลิขิต” ที่มักมีเรื่องที่เกิดขึ้นแบบน่าประหลาดใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความบังเอิญ และเรื่องจังหวะของชีวิต ดังเช่นเรื่องการหวนกลับมาร่วมงานอีกครั้งของโค้ชและนักเตะแต่ละคู่ ที่แม้จะพลัดพรากจากกันไปกี่ปี กี่ทีม ก็มิวายได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง Fox Sports Thailand ขอพาผู้อ่านทุกท่านไปพบกับ 8 แข้งในไทยลีกฤดูกาล 2018 ที่มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับโค้ชคนเก่าอีกครั้ง จะมีใครบ้าง เรารวบรวมไว้แล้วที่นี่

“โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด – อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (อดีต : ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี , ปัจจุบัน : บางกอกกล๊าส เอฟซี)

จะบอกว่าเป็นโค้ชและนักเตะที่เหมือนพ่อกับลูกก็คงไม่ผิดนัก สำหรับ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด กับ “เจ้านนท์” อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วในภารกิจรับใช้ชาติ เมื่อครั้งที่โค้ชจุ่นเป็นกุนซือทัพช้างศึก รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ขณะที่ อานนท์ ในตอนนั้นเป็นนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงจากรั้วปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในชุดนั้น พร้อมทั้งร่วมกันคว้าแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีได้สำเร็จ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้านกันไปตามเส้นทางของตัวเอง

จนกระทั่งไทยลีก 2018 เลกสอง โค้ชจุ่นได้กลับมาคุมบางกอกกล๊าส เอฟซี อีกครั้ง ประกอบกับฟอร์มของทีมที่ไม่ดีเอาเสียเลย ทำให้โค้ชจุ่นตัดสินใจเหล่ตาไปหาลูกศิษย์คนเก่าอย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ที่กำลังตกเป็นตัวสำรองในทีมบุรีรัมย์ในขณะนั้น ทั้งคู่จึงได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่งใต้ชายคา ลีโอ สเตเดี้ยม

“โค้ชแบน” ธชตะวัน ศรีปาน – มิชาเอล เอ็นดรี้ (อดีต : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , ปัจจุบัน : โปลิศ เทโร เอฟซี)

มิชาเอล เอ็นดรี้ กองหน้าสัญชาติฝรั่งเศสย้ายเข้ามาค้าแข้งในประเทศไทย กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในระยะเวลาหลังจากที่โค้ชแบนเข้ามาคุมทีมกิเลนผยองไม่กี่เดือน ถึงแม้ว่าเอ็นดรี้จะไม่ใช่นักเตะตัวหลักของทีม แต่บ่อยครั้งโค้ชแบนมักจะส่งเขาลงสนามในฐานะตัวสำรอง โดยในปี 2016 ทั้งคู่ช่วยกันทำให้เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กลับมาเป็นแชมป์โตโยต้า ไทยลีกได้สำเร็จ หลังจากห่างหายไปถึง 4 ปี นอกจากนั้นยังคว้าแชมป์ร่วมถ้วยโตโยต้า ลีกคัพ ได้อีกด้วย

มิชาเอล เอ็นดรี้ ถูกปล่อยให้กับโปลิศ เทโร เอฟซี ในฤดูกาล 2017 ก่อนที่โค้ชแบนจะหันหลังให้เมืองทองช่วงเดือนมีนาคม 2018 และเพิ่งจะตามมาคุมทีมมังกรโล่เงินเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั่นเอง แต่ก็ทำให้ทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เอ็นดรี้กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนหน้าของโปลิศ เทโร ที่คุมทีมโดยโค้ชแบนไปเรียบร้อยแล้ว

“โค้ชแบน” ธชตะวัน ศรีปาน – มงคล ทศไกร (อดีต : เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , ปัจจุบัน : โปลิศ เทโร เอฟซี)

อีกหนึ่งคู่โค้ชกับนักเตะที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง เมื่อครั้งที่โค้ชแบนคุมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งในตอนนั้น มงคล ทศไกร ยังมีอนาคตคลุมเครืออยู่ที่เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนที่จะเป็นผู้บริหารทีมกิเลนผยองตัดสินใจคว้าตัว “จ่าเย็น” มาร่วมทีมในช่วงปี 2017 ทำให้มงคลได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของโค้ชแบน และมีส่วนช่วยให้เมืองทองสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสรในการลงเล่นถ้วยเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ไปได้ไกลถึงรอบ 16 ทีมได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะถูกปล่อยตัวให้พัทยา ยูไนเต็ด และมาอยู่กับโปลิศ เทโร ในปัจจุบัน

ขณะที่โค้ชแบนตัดสินใจหันหลังให้กับเมืองทองในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2018 ก่อนที่จะใช้เวลาพักประมาณ 3 เดือน และมารับงานคุมทีมโปลิศ เทโร เอฟซี อีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้โค้ชแบนและมงคล ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรังบุณยะจินดา

“เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ – นูรูล ศรียานเก็ม (อดีต : ชลบุรี เอฟซี , ปัจจุบัน : การท่าเรือ เอฟซี)

เมื่อสมัยที่ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ ยังคุมทีมชลบุรี เอฟซี เขาได้ร่วมงานกับนักเตะคนหนึ่งที่ไต่เต้าขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย นูรูล ศรียานเก็ม เป็นนักเตะลูกหม้อของทัพฉลามชลอย่างแท้จริง ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของชลบุรีตั้งแต่ปี 2013 ขณะที่เซอร์เด็จเข้ามารับงานชลบุรี เอฟซี อีกครั้งในปี 2015 และนั่นทำให้เขาได้ร่วมงานกับนูรูลแบบจริงๆจังๆ

ก่อนที่เซอร์เด็จจะตัดสินใจไปรับงานคุมทีมการท่าเรือ เอฟซี ในปี 2017 และนั่นเปรียบเหมือนปีสุดท้ายของนูรูลกับชลบุรีเช่นกัน เมื่อปีกความเร็วสูงตัดสินใจโบกมือลาทัพฉลามชลที่ฟูมฟักมานับ 10 ปี ย้ายมาอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2018 โดยการซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่าสูงเกือบ 20 ล้านบาท และมีเซอร์เด็จเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังดีลนี้ทั้งหมด เนื่องจากกุนซือมากฝีมือยอมรับว่าการท่าเรือต้องการนักเตะสไตล์แบบนูรูล จึงทำให้ทั้งคู่ในร่วมงานกันที่คลองเตย “แพท สเตเดี้ยม”

“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล – วันเฉลิม ยิ่งยง (อดีต : เพื่อนตำรวจ , ปัจจุบัน : พีที ประจวบ เอฟซี)

เมื่อครั้งที่สโมสรเพื่อนตำรวจยังโลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดเมืองไทย ครั้งหนึ่ง “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เคยรับงานเป็นกุนซือทีมนี้อยู่ โค้ชวังเป็นกุนซือที่มีสายตาเฉียบแหลมมากที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย เคยผลักดันนักเตะโนเนมในทีมให้แจ้งเกิดบนไทยลีกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันเฉลิม ยิ่งยง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในช่วงปี 2014 เพื่อนตำรวจเป็นทีมที่ต่อกรกับบรรดายักษ์ใหญ่ได้อย่างสนุกสูสี และดาวรุ่งที่ชื่อว่า วันเฉลิม ยิ่งยง ก็ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ภายใต้การคุมทีมของโค้ชวังนั่นเอง จากกัปตันทีมฟุตบอลโรงเรียนสวนกุหลาบฯ ปทุมธานี ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอล 7 สี วันเฉลิมพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด และเป็นแข้งที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อสโมสรเพื่อนตำรวจถูกสั่งให้ยุบทีม

นั่นทำให้เส้นทางของโค้ชวังและวันเฉลิมต้องถึงทางแยก โค้ชวังรับงานคุมทีมประจวบในปี 2017 และพาต่อพิฆาตเลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกในปี 2018 ขณะที่วันเฉลิมก็ย้ายทีมไปหลายต่อหลายที่ทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , ชัยนาท ฮอร์นบิล , เชียงราย ยูไนเต็ด , การท่าเรือ เอฟซี สุดท้ายวันเฉลิมได้กลับมาร่วมงานกับโค้ชวังอีกครั้ง ที่สามอ่าว สเตเดี้ยม ถือว่าเป็นการคัมแบ็กบนลีกสูงสุดอีกครั้งของทั้งคู่ โค้ชวังพาประจวบทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปีแรกบนไทยลีก ขณะที่ลูกศิษย์คนโปรดอย่างวันเฉลิมก็กลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง

“โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก – ชนานันท์ ป้อมบุปผา (อดีต : โอสถสภา , ปัจจุบัน : สุพรรณบุรี เอฟซี)

ขงเบ๊ผู้ทรนงในศึกไทยลีกอย่าง “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก เคยคุมทีมโอสถสภาช่วงปี 2010-2013 ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวรุ่งอย่าง “เจ้าทู” ชนานันท์ ป้อมบุปผา พุ่งขึ้นมาพอดี กุนซือมากประสบการณ์รายนี้ถือว่าเป็นผู้ช่ำชองสมรภูมิไทยลีกตัวจริงเสียงจริง หลายครั้งที่เขานำทีมโอสถสภาในตอนนั้น พลิกล็อคเอาชนะทีมแถวหน้าของเมืองไทย ท่ามกลางผู้เล่นดาวรุ่งที่ชื่อชั้นน้อยกว่านักเตะดังๆของทีมอื่นๆ

ขณะที่ชนานันท์ แน่นอนว่าเขาเติบโตมาจากเครื่องแบบเหลือง-แดงโอสถสภาในตำนาน เป็นกองหน้าอนาคตไกลของทีมชาติไทย มีหลายทีมเงินหนาตามรุมจีบ ก่อนที่ชนานันท์จะย้ายไปอยู่กับเมืองทอง , บีอีซี เทโรศาสน และย้ายมาอยู่กับสุพรรณบุรี เอฟซี ในปี 2016 ก่อนที่จะกลายเป็นตัวหลักให้ทัพช้างศึกยุทธหัตถี

และในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั่นเอง ชนานันท์ได้มีโอกาสต้อนรับเจ้านายคนเก่าอีกครั้ง เมื่อสุพรรณบุรี ตัดสินใจคว้า “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตรดิลก มาคุมทีม นั่นทำให้เขาได้ร่วมงานกับกุนซือคู่บุญรายนี้อีกครั้ง หลังจากพลัดพรากจากกันหลายปี

“โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก – เคลตัน ซิลวา (อดีต : โอสถสภา , ปัจจุบัน : สุพรรณบุรี เอฟซี)

อีกหนึ่งนักเตะคู่บุญของ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรรัตนดิลก คงไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือ เคลตัน ซิลวา กองหน้าชาวบราซิลที่เป็นตำนานในศึกไทยลีกด้วยการครองดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลที่ 126 ประตู ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจุดเริ่มต้นความโด่งดังของกองหน้าบราซิลรายนี้ ส่วนหนึ่งมาจากเจ้านายของเขาอย่าง “โค้ชเบ๊” นั่นเอง

เคลตัน ซิลวา ย้ายมาค้าแข้งกับโอสถสภาในช่วงเลกสอง ฤดูกาล 2010 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มกระฉูดแตกไปเตะตาทีมใหญ่อย่าง บีอีซี เทโรศาสน ในตอนนั้น ทำให้เขาย้ายทีมไป และได้หลุดวงโคจรกับโค้ชเบ๊ไปในตัว เคลตันดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ จนสถาปนาตัวเองกลายเป็นยอดกองหน้าที่ดีที่สุดของลีกสูงสุดเมืองไทย ขณะที่โค้ชเบ๊ก็คุมในศึกไทยลีกไปเรื่อย

จนกระทั่งทั้งคู่ก็ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบกว่า 8 ปี และในครั้งนี้มันพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เมื่อโชคชะตาพาทั้งคู่มาเจอกันที่สุพรรณบุรี เอฟซี ในช่วงเลกสองของไทยลีก 2018 โค้ชเบ๊โซเซมาจากสุโขทัย ขณะที่เคลตันก็หลบจากเชียงรายมาเลียแผลใจที่สุพรรณเช่นกัน และไม่น่าเชื่อว่าโค้ชเบ๊จะปลุกร่างเพชฒฆาตในตัวของเคลตันได้ในทันที ในเกมที่เขาประเดิมสีเสื้อสุพรรณบุรีในเกมที่ทุบราชนาวี 3-1 โค้ชเบ๊ส่งเคลตัน ลูกน้องเก่าลงไปยิงคนเดียว 2 ประตู ทั้งที่ก่อนหน้านั้นฟอร์มฝืดสุดๆกับเชียงราย

มาโน่ โพลกิ้ง – ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร (อดีต : อาร์มี่ ยูไนเต็ด , ปัจจุบัน : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

แฟนบอลหลายท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือขวัญใจวัยมันส์ของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เคยร่วมงานกับ “เจ้าปิง” ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร มาก่อนในสีเสื้ออาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2013 ถึงแม้ว่ามาโน่จะอยู่คุมทีมสุภาพบุรุษวงจักรช่วงสั้นๆ แต่เขาก็ได้ค้นพบคู่มือสำคัญในแดนกลาง นั่นคือ ทศวรรษ นั่นเอง

ทั้งคู่ได้ร่วมงานกัน ก่อนที่มาโน่จะย้ายไปคุมสุพรรณบุรี เอฟซี และทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ตามลำดับ เหลือเพียงทศวรรษที่ยังคงปักหลักในแดนกลางให้กับอาร์มี่ อยู่จนถึงปี 2016 ก่อนที่เจ้าปิงจะย้ายไปร่วมทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในปีถัดไป

ช่วงปี 2014 จนถึงปัจจุบัน มาโน่ โพลกิ้ง คุมทีมทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และพัฒนาจนกลายเป็นทีมแถวหน้าของศึกไทยลีก ก่อนที่เขาจะได้หวนกลับมาร่วมงานกับทศวรรษอีกครั้ง เมื่อแข้งเทพตัดสินใจคว้าตัวเจ้าปิงมาร่วมทีม ในช่วงเลกสองปี 2018 นั่นทำให้มาโน่ โพลกิ้ง เตรียมปัดฝุ่นคู่มือการใช้งาน ทศวรรษ ขึ้นมาใช้ใหม่อีกครั้ง

Comments