ชัยชนะที่น่าจดจำ : สดุดีทัพชบาแก้วกับแชมป์อาเซียนสมัยที่ 4

Natthaphong Sanson Natthaphong Sanson

หลังจากที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังทีมชาติออสเตรเลียถึง 2 ประตูในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์อาเซียน เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงคาดเดาผลการแข่งขันไว้บ้างแล้วว่าทัพชบาแก้วคงพลิกกลับมาชนะไม่ได้ แต่…นี่แหละฟุตบอล

การตามหลังคู่แข่งถึง 2 ประตูในฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศ เป็นอะไรที่ยากมากหากจะกลับมาได้ แต่ทัพชบาแก้วรวมใจกันสู้จนสร้างสิ่งที่เหลือเชื่อ คือการยิงแซง 3 ประตูรวดจากการยิงของ มิรันด้า สุชาวดี นิลธำรงค์ , อรทัย ศรีมะณี และรัตติกาล ทองสมบัติ จบเกมทีมชาติไทยแซงเข้าป้ายคว้าแชมป์อาเซียนเหนือทีมชาติออสเตรเลีย 3-2

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแมตช์ความทรงจำของทีมฟุตบอลหญิงชุดนี้เลยก็ว่าได้ ตลอดทัวร์นาเมนต์ทัพชบาแก้วถูกยกให้เป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งเครดิตทั้งหมดต้องยกให้บรรดานักเตะทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันสู้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ แม่ทัพใหญ่ของทีมชบาแก้ว และ “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน เฮดโค้ชคู่บุญที่ร่วมกันสร้างทีมชาติไทยชุดนี้ให้แข็งแกร่งจนเป็นจ้าวอาเซียนอีกสมัย

เส้นทางของทัพชบาแก้วในการแข่งขันครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่งานที่ยากจนเกินไปในรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อพวกเธออยู่ร่วมกลุ่มกับติมอร์ เลสเต , กัมพูชา , มาเลเซีย , ออสเตรเลีย ตลอดเส้นทางสู่แชมป์อาเซียน 2018 ทัพชบาแก้วทำสถิติชนะรวด 4 นัด ทำได้ถึง 31 ประตู และเสียไป 3 ประตูเท่านั้น นัดแรกถล่มติมอร์ 8-0 , นัดที่สองไล่ยิงกัมพูชา 11-0 , นัดที่สามถล่มมาเลเซีย 8-0 และนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มชนะออสเตรเลีย 4-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติเมียนมาร์

มาถึงรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทยยังโชว์ความแข็งแกร่งด้วยการเอาชนะสาวเมียนมาร์ 3-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย

ในรอบชิงชนะเลิศ สาวไทยเริ่มต้นไม่สวยนัก และเกมนี้คงกลายเป็นเกมที่ยากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้เมื่อพวกเธอถูกยิงขึ้นนำไปก่อน 2-0 ก่อนที่จะรวมใจกันสู้ยิงแซง 3 ประตูรวด ทำให้จบเกมทีมชาติไทยพลิกเอาชนะทีมชาติออสเตรเลีย 3-2 คว้าแชมป์ศึกชิงแชมป์อาเซียนได้สำเร็จ

ซึ่งการคว้าแชมป์ครั้งนี้ของทัพชบาแก้วเป็นการได้แชมป์อาเซียน 3 สมัยติดต่อกันเป็นทีมแรก นอกจากนั้นยังทำให้ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยได้แชมป์รายการนี้มากที่สุด 4 สมัยอีกด้วย

Comments